โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายก ปัดคุย”หวัง อี้”ปมMOU44 จีนพร้อมเป็นตัวกลางเคลียร์ไทยกัมพูชา

INN News

อัพเดต 24 เมษายน 2569 เวลา 23.26 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

นายกฯ ยัน สนทนา"หวัง อี้" ไม่มีคุยเอ็มโอยู 44 ย้ำเหตุที่ยกเลิก 20 กว่าปีไม่คืบหน้า ขณะ จีนพร้อมเป็นตัวกลาง เคลียร์ปัญหา ไทย-กัมพูชา ย้ำไทยตัดสินใจทุกอย่างยึดผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าพบถึงกรณีมีการหารือเรื่องการยกเลิกเอ็มโอยู 2544 หรือไม่ ว่า ไม่ได้เจรจาวันนี้เป็นการหารือ ไม่มีอะไรเจรจากัน มีแต่บรรยากาศที่เป็นมิตร เรื่องเอ็มโอยู 44 ไม่ได้พูดถึง เพราะเป็นเรื่องของไทยกับกัมพูชา เป็นเรื่องที่เราดำเนินการภายใต้กรอบที่รัฐบาลไทยเห็นว่ามันควรจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า เอ็มโอยู 2543 จะต้องใช้กรอบในการศึกษานานเท่าไหร่ นายกฯ กล่าวว่า กำลังทำอยู่ ซึ่งมีการดำเนินการ และเราไม่ได้เลิกเอ็มโอยู 44 เพราะวันนี้มีความขัดแย้ง หรือมีการสู้รบกับกัมพูชา แล้วมายกเลิกซึ่งมันไม่ใช่ แต่เรายกเลิกเพราะยี่สิบกว่าปีมันไม่ไปไหน ไม่มีความคืบหน้า และบริบท สถานการณ์ของโลกเปลี่ยนไปเยอะ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ไม่เหมือนเดิม ฉะนั้นเรายกเลิกในสิ่งที่อยู่ไปแล้วมันไม่ก่อประโยชน์ใดๆให้กับประเทศไทย และคนไทย ส่วนเอ็มโอยุ 43 แสดงให้เห็นความเป็นมืออาชีพของไทย เพราะมีความคืบหน้ามีความเห็นร่วมกันมาแล้วระหว่างสองประเทศ ถ้ามันไม่ใช่ประเด็นแห่งปัญหาเราก็ยังดำเนินต่อไปได้

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ในการหารือและร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีการหารือเรื่องใดบ้าง ว่า ได้มีการหารืออย่างเป็นทางการที่กระทรวงการต่างประเทศ และมีน้ำใจมีไมตรีที่จะแวะมาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อคารวะนายกรัฐมนตรีของไทยจึงมีการพูดคุยและยืนยันความสัมพันธ์และการสนับสนุนกันระหว่าง 2 ประเทศ

ซึ่งมีการพูดคุยกันทุกเรื่องและขอให้ทางการจีนได้ช่วยเจรจาทั้งเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ การบริหารจัดการจัดส่งพลังงานน้ำมันดิบแก๊สซึ่งขอให้รวมประเทศไทยอยู่ในบริบทการเจรจาด้วย เพราะเส้นทางการเดินเรือต่าง ๆ จากตะวันออกกลางไปประเทศมีส่วนที่ผ่านประเทศไทยด้วย ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนได้กล่าวว่าขออย่ากังวล เพราะไทยจีนก็เหมือนพี่น้องกัน

นอกจากนี้ ได้พูดคุยเรื่องของปุ๋ย ตนได้เรียนว่าเรื่องวิกฤตพลังงาน ประเทศไทยสามารถจัดการเรื่องน้ำมันได้ตอนนี้ค่อนข้างที่จะนิ่งแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่ามั่นคงแล้ว เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์การสู้รบจะยืดเยื้อไปถึงเมื่อไหร่ แต่เราสามารถให้ความเชื่อมั่นว่าเรื่องของน้ำมันจะไม่มีคำว่าขาดแคลนหรือมีปัญหาอย่างแน่น ซึ่งได้ตรวจสอบกับกลุ่มผู้ค้าน้ำมัน และโลจิสติกส์ทุกอย่างแล้วประเทศไทยจะไม่มีปัญหาใด ๆ ที่จะทำให้เกิดปัญหาอย่างหนัก

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวกับนายหวังอี้ ว่า เมื่อสถานการณ์สามารถจัดการได้แล้ว ยังเหลืออีกสองประเด็นใหญ่ ๆ หากเราสามารถได้รับการสนับสนุนจากประเทศจีน ไทยก็จะไม่มีปัญหาใด ๆ ที่เป็นผลกระทบอย่างหนักจนไม่สามรถรับได้จากสถานการณ์ตะวันออกกลาง เช่น เรื่องปุ๋ย อยากให้ประเทศจีนพิจารณาเรื่องการจำหน่ายปุ๋ย ถ้าประเทศจีนมีปริมาณปุ๋ยที่มากเพียงพอ รัฐบาลก็อยากได้มาดูแลเกษตรกรไทย เพราะประเทศไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรม และเกษตรกรรม และอยากให้จัดสรรปุ๋ยมาในปริมาณที่เพียงพอกับประเทศไทย

รวมทั้งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้เจรจากับทางประเทศรัสเซียในการขอซื้อปุ๋ยอีกด้วย ซึ่งหากจีนกับรัสเซียมีโควตาปุ๋ยมาจำหน่ายให้กับประเทศไทยได้ ก็จะช่วยทำให้แก้ไขปัญหาของไทยไปได้เยอะ

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า นายหวังอี้ ได้เดินทางไปประเทศกัมพูชา ก่อนที่จะมาไทย ซึ่งยินดีที่จะเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งจีนบอกว่าท่าทีของกัมพูชาต่อไทย “เหมือนกับว่าทางกัมพูชาไม่อยากสู้รบกับไทยแล้ว ไม่อยากเผชิญหน้า ไม่อยากมีความขัดแย้งแล้ว“ และทางการจีนได้มาแจ้งให้กับไทยทราบ และไทยยืนยันไม่อยากมีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านเลย ในทุกภูมิภาค แต่ทุกเรื่องมีขั้นตอนในการพูดคุย และการสร้างกติกาขึ้นมาก่อนการพูดคุยในทิศทางใดที่จะทำให้ความสัมพันธ์ถูกรื้อฟื้นกลับขึ้นมาได้ แต่คงไม่ใช่ชั่วข้ามคืน ซึ่งต้องมีการสร้างความเชื่อมั่นต่อกันและกัน ทั้งความน่าเชื่อถือ และความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นท่าทีที่ตนได้แจ้งกับนายหวังอี้ไป

ส่วนที่ทางการจีนได้มาบอกกับไทยว่าทางกัมพูชาไม่อยากสู้แล้วนั้น ถือเป็นการแสดงความเป็นกลางหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราอย่าพึ่งพยายามไปเดาใจอะไร แต่เราต้องนึกถึงสิ่งที่ไทยจะได้อะไรจากท่าทีนี้ ประเทศไทยจะปลอดภัย 100 % และไม่เสียเปรียบด้านใดเลย อธิปไตยและดินแดนก็ยังคงอยู่ ดังนั้น ถ้ารัฐบาลจะตัดสินใจในแนวทางใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ

ขณะเดียวกันยังไม่มีมีการพูดถึงเรื่องการเปิดด่านชายแดนไทยกัมพูชา ส่วนท่าทีของทหารกัมพูชาซึ่งดูขัดแย้งกับความต้องการในการยุติสงครามนั้น นายอนุทิน มองว่า ไม่รู้ว่ามีการยั่วยุขนาดไหนแต่ไม่ใช่การยั่วยุจากที่รัฐบาลสั่งมาตราบใดที่ยังมีการกระทำอยู่ในเขตของกัมพูชาไม่ล่วงล้ำดินแดนเข้ามา ไทยต้องอดทนต้องนิ่งพอนิ่งให้เป็นและต้องไม่ยั่วยุกลับ

เมื่อถามว่าทางการจีนเข้าใจบรรยากาศ และท่าทีระหว่างไทยและกัมพูชา ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่าเข้าใจดี เพราะเราได้มีการพูดคุยกันลึกพอสมควรว่าปัญหาที่แท้จริงมาอย่างไร และวิธีการแก้ไขควรใช้แนวปฏิบัติเช่นไร

เมื่อถามว่าทางการจีนได้มายืนยันความเป็นกลางในการพูดคุยกับกัมพูชา ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่ได้บอกว่าจีนมายืนยันความเป็นกลาง แต่จีนบอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศบ้านพี่เมืองน้องของจีน

ซึ่งตนได้บอกกับจีนไปว่าไทยเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่จีนบอกว่าไม่ใช่สำหรับจีน เพราะสำหรับจีนแล้ว ไทยเป็นประเทศที่ใหญ่ในภูมิภาคนี้ ดังนั้น ไทยไม่จำเป็นต้องให้ยืนยันอะไรว่าจีนจะเป็นกลางหรือไม่ แต่เราต้องดูท่าที

ทางการจีนได้มีพูดคุยถึงความร่วมมือในการปราบแสกมเมอร์หรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า ได้พูดคุยกัน ซึ่งทางการจีนบอกว่าไทยได้ให้ความร่วมมือในการปราบปรามแสกมเมอร์กับจีนเป็นอย่างมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้ที่กระทำผิดที่เป็นแสกมเมอร์ตั้งแต่รุ่นใหญ่จนถึงรุ่นเล็ก ซึ่งการที่ไทยใช้มาตรการเด็ดขาดในการปราบปรามเรื่องนี้ ทำให้จีนสามารถได้ตัวผู้กระทำผิดเหล่านี้ไปดำเนินคดีที่ประเทศจีน หากไทยไม่จริงจังในเรื่องนี้ พูดเฉย ๆ แต่ไมาปฏิบัติตาม ป่านนี้แสกมเมอร์ก็ยังวนเวียนกระทำผิดอยู่ในประเทศไทย และจีนก็เห็นถึงท่าทีและความจริงจังของไทยอย่างชัดเจน

ส่วนความสนใจของจีนในการร่วมลงทุนในประเทศไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มีการมาลงทุนเยอะมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสมัยใหม่ อุตสาหกรรมยานยนต์และที่เกี่ยวเนื่อง ทั่งเซ็นเซอร์ต่าง ๆ และหุ่นยนต์ รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ AI และมองไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนอีกด้วย

นอกจากนี้ ได้มีการพูดคุยเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งจากวันนี้เป็นต้นไปต้องมีการนำมาพิจารณาเพิ่มเติมอย่างเข้มข้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าประเทศอินโดนีเซีย เริ่มเปรยว่าจะคิดค่าผ่านทางบริเวณช่องแคปมะละกา แม้จะยังไม่เกิดขึ้น แต่ก็มีความจำเป็นที่ไทยจะต้องเริ่มคิดเหมือนกัน เพราะหากเรือต้องผ่านช่องแคบหรือผ่านน่านน้ำของใคร เวลาเกิดเหตุนอกเหนือการควบคุม ก็เกิดความเสียหายมาก เราต้องเลือกพิจารณาทางเลือกอื่นของเราประกอบไปด้วย

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าขับรถให้กับนายหวังอี้ นั่ง เป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า เหมือนอาชีพเก่าขับแท็กซี่มาก่อน และผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ขับรถให้นั่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า น่าจะใช่

ส่วนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนชมว่าหล่อนั้น นายอนุทิน ตอบกลับทันทีว่า คนที่บ้านก็พูดแบบนี้

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...