โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อธิบดีดีเอสไอ พร้อมรับโอนสำนวนคดีคลังน้ำมันอ่างทอง เป็นคดีพิเศษ พบ 4 บริษัทเรือสำคัญ โยงน้ำมันล่องหน

Khaosod

อัพเดต 20 เม.ย. เวลา 07.33 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. เวลา 07.33 น.
อธิบดีดีเอสไอ พร้อมรับโอนสำนวนคดีคลังน้ำมันอ่างทอง เป็นคดีพิเศษ พบ 4 บริษัทเรือสำคัญ โยงน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ธานี 60 ล้านลิตร

อธิบดีดีเอสไอ พร้อมรับโอนสำนวนคดีคลังน้ำมันอ่างทอง เป็นคดีพิเศษ พบ 4 บริษัทเรือสำคัญ โยงน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ธานี 60 ล้านลิตร ช่วงวิกฤตขาดแคลน

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. จากกรณีที่คณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) มีมติเอกฉันท์รับกรณีความผิดทางอาญา คดีกักตุนน้ำมัน ก่อนตำรวจสอบสวนกลาง และตำรวจ บก.ปคบ. เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งหนึ่งใน จ.อ่างทอง และพบพฤติกรรมครอบครองน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมาก โดยไม่มีใบกำกับการขนส่งมาแสดง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ยังเก็บตัวอย่างน้ำมัน เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน และดำเนินคดีอาญาในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้ว

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า สำหรับการรับโอนกรณีของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ที่ดีเอสไอและหน่วยงานภาคีเกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบพฤติการณ์ในเรื่องการครอบครองน้ำมันเชื้อเพลิง ว่าจะมีการรับมาเป็นคดีพิเศษด้วยหรือไม่นั้น จากเบื้องต้นที่ได้ดูข้อมูลจะได้รับมาเป็นคดีพิเศษด้วยเช่นเดียวกัน

โดยจะแยกเป็นคดีพิเศษอีกคดี ไม่ซ้ำกับเลขคดีพิเศษที่ 59/2569 ซึ่งดีเอสไอไม่ต้องรอให้พาณิชย์จังหวัดอ่างทอง เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับตำรวจในท้องที่ด เนื่องจากพฤติการณ์ทางคดีดังกล่าว ตำรวจ ปคบ.สอบสวนเป็นคดีอาญาไว้ก่อนแล้ว แต่เพียงแค่เรารับรายละเอียดพฤติการณ์ทางคดีมาเพิ่มเติม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการประสานงานด้านเอกสาร

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ดีเอสไออาจไม่จำเป็นต้องรอผลตรวจคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง ที่พลังงานจังหวัดอ่างทองสุ่มเก็บตัวอย่างจากถังน้ำมัน 2 ถัง จากทั้งหมด 5 ถังของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด เพื่อที่จะรับเป็นคดีพิเศษ เพราะขณะนี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลทุกอย่าง เพื่อเสนอให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณารับพฤติการณ์ทางคดีใดๆ เป็นคดีพิเศษอยู่แล้ว ซึ่งในกรณีพฤติการณ์ของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ไม่ต้องเสนอรายละเอียดไปที่คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) อีกแล้ว เนื่องจากพฤติการณ์ทางคดีเข้าข่ายตามมติเมื่อวันที่ 9 เม.ย.69

พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยอีกว่า ขั้นตอนถัดไปหากดีเอสไอรับโอนสำนวนจากตำรวจ ปคบ. กรณีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด มาเป็นคดีพิเศษด้วยนั้น จะเริ่มต้นด้วยการออกหมายเรียกพยาน เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในพฤติการณ์ทางคดีเข้าชี้แจงกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ แม้บุคคลดังกล่าวจะไม่ได้ปรากฏรายชื่อในสัดส่วนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ก็ตาม ซึ่งประเด็นที่จะสอบสวนเพิ่มเติม คือการขยายประเด็นไปยังกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทเข้ามาเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด หรือการเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด ซึ่งจะไม่เน้นแค่เฉพาะเรื่องการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น แต่หากมีเรื่องผลตรวจสอบคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัทฯ แล้วพบว่ามีการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นกี่ถังก็ตาม ดีเอสไอก็จะได้ดำเนินการทางคดีเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน

พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยว่า สำหรับคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ที่จะมีหน่วยงานภาคีอื่นที่ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันกับดีเอสไอ มาร่วมเป็นพนักงานสอบสวนด้วยนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษจะเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อลงนาม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนตามลำดับชั้นของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าวนี้ จะทำงานร่วมกันเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและคลี่คลายคดีการกักตุนให้มีประสิทธิภาพ

ส่วนกรณีที่พบข้อมูลของเรือวิ่งขนส่งน้ำมันกลางทะเลสุราษฎร์ธานีผิดปกติ 12 ลำ (20 เที่ยวเรือ) โดยมีเจ้าของบริษัทเรือทั้งหมด 8 บริษัท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประวิงเวลา ชะลอการขนส่งน้ำมัน จนส่งผลให้มีน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ธานี ประมาณ 57-60 ล้านลิตรนั้น พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยว่า จากรายงานข้อมูลการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่าโรงกลั่นน้ำมันในพื้นที่ภาคตะวันออกมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชะลอของเรือขนส่งน้ำมันในสุราษฎร์ธานี เนื่องด้วยทางโรงกลั่นได้มีการจัดส่งน้ำมันให้เรือขนส่งน้ำมันจริง

มีรายงานเพิ่มเติมว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำโดยกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ออกหนังสือเชิญบริษัทเจ้าของเรือทั้ง 8 บริษัท ซึ่งเป็นเจ้าของเรือทั้ง 12 ลำ (20 เที่ยวเรือ) เข้าให้ปากคำชี้แจงในฐานะพยาน ที่กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ชั้น 10 ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เนื่องจากในคดีการกักตุนน้ำมัน พบความผิดปกติในการขนส่งน้ำมันทางเรือ 20 เที่ยวเรือ ด้วยเรือ 12 ลำ (จาก 8 บริษัท) ที่เเล่นเข้ารับน้ำมันจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออก ไปยังคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี

ก่อนพบมีน้ำมันหายกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 57-60 ล้านลิตร โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะเริ่มต้นสอบสวนปากคำตั้งแต่วันอังคารที่ 21 เม.ย.69-23 เม.ย.69 ซึ่งประเด็นที่จะใช้ในการสอบถาม อาทิ การประกอบธุรกิจของบริษัทเป็นมาอย่างไร ใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือ มีความเกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันทางเรืออย่างไร เป็นต้น

โดยมีรายงานเปิดเผยถึงจำนวนบริษัทเจ้าของเรือ 4 บริษัทสำคัญจากทั้งหมด 8 บริษัท พบว่าบริษัทบางแห่งมีเรือมากกว่า 2 ลำและมากกว่า 2 เที่ยวเรือที่เข้ามาเกี่ยวในการขนส่งน้ำมันไปยังคลังน้ำมันที่สุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะในช่วงของการเกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำมัน แต่รายงานข้อมูลการสืบสวนยังพบว่าจริงๆ แล้วเป้าหมายคือเรือขนส่งน้ำมันถึง 15 ลำ จากทั้งหมด 10 บริษัทเรือ แต่ใน 4 บริษัทเรือสำคัญเหล่านี้คือ การพบพฤติการณ์ที่มีเรือมาเกี่ยวข้องมากกว่า 1 ลำ ซึ่งต้องขยายผลให้ครอบคลุมข้อเท็จจริงต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อธิบดีดีเอสไอ พร้อมรับโอนสำนวนคดีคลังน้ำมันอ่างทอง เป็นคดีพิเศษ พบ 4 บริษัทเรือสำคัญ โยงน้ำมันล่องหน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...