CCET ปักธง! ปี 69 เดินหน้าสู่โมเดล “AI-led Manufacturing Excellence” ยกระดับสู่ขั้นถัดไปผ่าน Smart Factory & RPA เต็มรูปแบบ
CCET ได้กำหนดเป้าหมายสู่การยกระดับกลยุทธ์ “AI-led Manufacturing Excellence” มาใช้เพื่อยกระดับกระบวนการผลิต ด้วยการทยอยปรับเปลี่ยนจากรูปแบบการผลิตแบบดั้งเดิม (Conventional Manufacturing Process) มาสู่การใช้เทคโนโลยี AI นำ (AI Led Manufacturing Process) และระบบ Smart Factory ในกระบวนการผลิตสินค้าใหม่ เพื่อมุ่งสู่การเป็นโรงงานเทคโนโลยีขั้นสูง (Hi-Tech Technology) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth)โดยจะให้โรงงานในประเทศไทยเป็นต้นแบบ “AI Factory” อย่างเต็มรูปแบบเพื่อขยายสู่เครือข่ายโรงงานของบริษัทที่มีอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก พร้อมพัฒนาไปสู่ RPA (Robot Process Manufacturing) โดยวิจัยและพัฒนากับพันธมิตรระดับสากล ตอกย้ำความสำเร็จจากปี 2568ที่เริ่มปรับโครงสร้างองค์กรสู่ Industry 4.0+ในกระบวนการผลิตสินค้าบางรายการและสามารถทำกำไรสุทธิทะลุ 2,000ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตในอนาคตอย่างยั่งยืน
บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (CCET) เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทฯ จะยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ “AI-led Manufacturing Excellence” อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Technology) เพื่อยกระดับกระบวนการผลิต การบริหารต้นทุน การพัฒนาบุคลากรและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายฐานลูกค้าในตลาดโลก รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
กลยุทธ์ดังกล่าวจะต่อยอดจากการพัฒนาโรงงานอัจฉริยะ โดยใช้ประเทศไทยเป็นต้นแบบ “AI-led Factory” สำหรับขยายสู่เครือข่ายโรงงานของบริษัทที่ตั้งอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก เช่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เม็กซิโก บราซิล และสหรัฐอเมริกา ควบคู่กับการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล การจัดการแบบบูรณาการ และการยกระดับงาน R&D ที่พร้อมจะให้ความร่วมมือกับพันธมิตรด้าน AI ระดับสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเสริมความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ในขณะเดียวกัน CCET จะพัฒนาบุคลากรที่มีอยู่ให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น (Re-Skill & Up-Skill)เพื่อให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นควบคู่กันไปพร้อมทั้งจะร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อสร้าง New Talents ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าให้แก่ CCET และจะส่งบุคลากรที่มีศักยภาพเหล่านี้ไปพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตร่วมกับวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี AI ในต่างประเทศ
CCET มุ่งมั่นที่จะให้ใช้โรงงานในประเทศไทยเป็นต้นแบบในการนำรูปแบบ AI – led Factory ไปยังเครือข่ายโรงงานของบริษัทที่มีอยู่ทั่วโลก บริษัทฯ จะพัฒนาเทคโนโลยี AI และดิจิทัลเทคโนโลยีให้ลึกขึ้นในทุกมิติขององค์กร ตั้งแต่การผลิต การจัดหาวัตถุดิบเพื่อการผลิต (Supply Chain)พัฒนาบุคลากร (Human Capital Development) ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (Strategic Decision Making) เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพื่อให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน”
ความสำเร็จในปี 2568 ถือเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญที่แสดงว่า CCET ได้เริ่มปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อก้าวสู่อนาคต และเริ่มเข้าสู่ Industry 4.0+ อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการนำ AI, Robotics และ RPA มาใช้ในกระบวนการผลิต และการดำเนินงานในสำนักงาน (Back Office) ในประเทศไทยได้สำเร็จ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการบริหารสินค้าคงคลัง และบริหารจัดการบุคลากร พัฒนาบุคลากรที่มีอยู่ (Re-skill & Up-skill) ลดต้นทุนการผลิตและต้นทุนทางการเงิน ซึ่งจะส่งผลให้ผลกำไรดีขึ้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่แท้จริงขององค์กร (Core Value) ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและการจัดหาวัตถุดิบเพื่อการผลิต (Supply Chain) ของ CCET และจะเริ่มเข้าสู่การเติบโตในปี 2569 อย่างมั่นคงและยั่งยืน