ไทยทวงคืนอันดับ 20 ดัชนีเชื่อมั่น FDI โลกปี 2569 รับอานิสงส์ “China+1” และมาตรการ BOI
Kearney เผยเอเชียแปซิฟิกครองสัดส่วนดัชนีสูงสุดในรอบทศวรรษ ชูไทยติด Top 5 ตลาดที่นักลงทุนเชื่อมั่นเศรษฐกิจสูงสุด ชี้ปัจจัยแรงงานและนโยบายอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเป็นกุญแจหลัก ดึงเม็ดเงินไหลเข้าท่ามกลางความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์
20 เมษายน 2569 การสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDICI) ประจำปี 2569 โดยคาร์นีย์ (Kearney) ระบุว่า ประเทศไทยสามารถกลับเข้ามาติด 25 อันดับแรกของโลกได้อีกครั้ง โดยรั้งอันดับที่ 20 หลังจากหลุดโผไปตั้งแต่ปี 2566 สะท้อนถึงการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นจากผู้บริหารระดับสูงทั่วโลกท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของห่วงโซ่อุปทานโลก
เอเชียแปซิฟิกผงาดคุมตลาด FDI โลก
ผลการสำรวจพบว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์หลัก โดยมีถึง 10 ประเทศที่ติดอันดับจากทั้งหมด 25 อันดับ ถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในรอบกว่า 10 ปี โดยมีสหรัฐอเมริกาและแคนาดายังคงรักษาอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ ขณะที่ญี่ปุ่นขยับขึ้นสู่อันดับ 3 และจีน (รวมฮ่องกง) อยู่ในอันดับ 4 สำหรับในอาเซียน นอกจากไทยที่กลับเข้ามาติดอันดับแล้ว มาเลเซียยังสามารถกลับเข้ามาอยู่ในอันดับที่ 21 ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี
เดวิด อูเลนบร็อค พาร์ทเนอร์ของ Kearney ประเทศไทย วิเคราะห์ถึงทิศทางดังกล่าวว่า “ไทยกำลังฟื้นตัวอย่างชัดเจนในด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ตรงเป้าหมาย โครงสร้างพื้นฐานที่แข่งขันได้ และกลยุทธ์ China+1 ในภูมิภาค ส่งผลให้การลงทุนใหม่มุ่งเน้นไปที่ภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคตมากขึ้น”
มาตรการ BOI และศักยภาพแรงงานตัวแปรสำคัญ
ความสำเร็จในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ขยายสิทธิประโยชน์ครอบคลุมอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ พลังงานยั่งยืน, ศูนย์ข้อมูล (Data Center), และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยมาตรการภาษีและการอำนวยความสะดวกด้านบุคลากรต่างชาติ เป็นปัจจัยบวกที่นักลงทุนให้ความสำคัญ
ข้อมูลจากรายงานระบุว่า นักลงทุน 31% ให้ความสำคัญกับความสะดวกในการทำธุรกิจ และ 29% ระบุว่าทักษะความสามารถของแรงงานไทยเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ นอกจากนี้ อัตราการว่างงานที่ลดลงเหลือ 0.76% ในไตรมาส 3/2568 ยังเป็นตัวบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานไทยที่พร้อมรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม
ตลาดเกิดใหม่ในเป้าสายตา ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
ในกลุ่มดัชนีความเชื่อมั่นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ไทยมีการปรับตัวขึ้นสูงสุดอย่างมีนัยสำคัญ โดยขยับจากอันดับ 10 ขึ้นสู่อันดับ 6 ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะ 3 ปีข้างหน้าของไทยนั้นพุ่งสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก และเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ รองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้เตือนถึงปัจจัยเสี่ยงที่ผู้บริหารทั่วโลกเฝ้าระวัง โดย 36% มองว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นความเสี่ยงหลัก ตามมาด้วยราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผันผวน และความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศพัฒนาแล้ว
ด้านสิทธารถ ปาทัก พาร์ทเนอร์อาวุโสของ Kearney ให้ความเห็นต่อภาพรวมการขยับตัวของทุนโลกว่า “นักลงทุนกำลังนำเงินทุนไปยังตลาดที่มีการผสมผสานระหว่างศักยภาพด้านนวัตกรรม โอกาสในการเติบโต และความสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่โดดเด่นที่มีความก้าวหน้าที่น่าสนใจที่สุดของภูมิภาค”
สรุปสาระสำคัญจากดัชนี FDICI 2026 พบว่านักลงทุนกว่า 88% ยังคงมีแผนเพิ่มสัดส่วนการลงทุนระหว่างประเทศในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยให้น้ำหนักกับนโยบายอุตสาหกรรมของภาครัฐ (84%) เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกประเทศเป้าหมาย ซึ่งนโยบายสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการทางการเงินถูกมองว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในสายตาของนักลงทุนแถบเอเชียแปซิฟิก