โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ มอบนโยบายงบปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้าน ชู Zero-based วางกฎเหล็ก ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือย ดันราชการใช้รถ EV

THE STANDARD

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
นายกฯ มอบนโยบายงบปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้าน ชู Zero-based วางกฎเหล็ก ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือย ดันราชการใช้รถ EV

วันนี้ (20 เมษายน) เวลา 10.10 น. ที่ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนามอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยระบุว่า วันนี้ถือเป็นวาระการมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณปี 2570 ซึ่งแตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากขณะนี้โลกอยู่ในภาวะผันผวนสูง มีการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงทั่วโลก

จากสถานการณ์ดังกล่าว ภาครัฐต้องแสดงบทบาทเป็นผู้นำในการปรับตัวให้สอดรับกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง โดยต้องเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายใต้ทรัพยากรที่ลดลง เริ่มจากการปรับลดงบประมาณในแผนงานที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากที่สุด เพื่อให้ทุกบาททุกสตางค์ของประชาชนเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศอย่างแท้จริง

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 ต้องมีความแม่นยำ ตอบโจทย์นโยบาย10 พลัส ของรัฐบาล เพื่อพาประเทศพ้นวิกฤต ควบคู่กับการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมทั้งยกระดับประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางโดยเร็ว

ทั้งนี้ รัฐบาลกำหนดนโยบายสำคัญในการแก้ปัญหาประเทศ ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ, การต่างประเทศและความมั่นคง, สังคม ภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม, การบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งต้องเป็นราชการทันใจ ไม่ใช่ทำใจ พร้อมย้ำว่าต้องแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า วงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2570 อยู่ที่ 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเพียง 7,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2 เท่านั้น ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น สวัสดิการและรายจ่ายตามกฎหมายยังคงเพิ่มสูงขึ้น ภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าว การใช้งบประมาณต้องยึดหลักความคุ้มค่า และหลักงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based budgeting) คือไม่ยึดติดกับงบประมาณเดิม แต่พิจารณาตามความจำเป็น ความเหมาะสม และความเร่งด่วนของสถานการณ์ พร้อมทั้งปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นให้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม การขอจัดสรรงบประมาณในปีนี้ จะเพิ่มขึ้นได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของงบปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายด้านการลงทุน ซึ่งถือเป็นกฎเหล็ก ของงบปี 2570 เพื่อแก้วิกฤตและวางรากฐานการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ ให้ทุกหน่วยงานปรับลดงบศึกษาดูงาน และลดการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ โดยเน้นการเช่าแทน หากจำเป็นให้ใช้รูปแบบการร่วมลงทุนรัฐ-เอกชน (PPP) และเสนอของบลงทุนเท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะโครงการคมนาคม ให้เน้นซ่อมบำรุงเส้นทางเดิมมากกว่าขยายเส้นทางใหม่ (เฉพาะช่วง 1-2 ปีนี้) รวมถึงงบกลุ่มจังหวัดให้จัดสรรตามกฎหมายเท่าที่จำเป็น

ในด้านพลังงาน นายกรัฐมนตรีระบุว่า ประเทศจำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน โดยขอให้ทุกหน่วยงานร่วมมืออย่างจริงจัง เช่น การใช้รถราชการให้เปลี่ยนเป็นรถ EV เพื่อลดต้นทุนและผลกระทบจากราคาน้ำมันโลก รวมถึงการพิจารณาใช้โซลาร์รูฟท็อปในหน่วยงานที่สามารถดำเนินการได้

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลยึดหลัก 3 ประการ ได้แก่ การพิทักษ์รักษาสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการยึดหลักนิติธรรมในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม

“ขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจสำคัญนี้ เพื่อให้ประเทศไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ขณะเดียวกัน การปกป้องอธิปไตยของประเทศก็เป็นเรื่องสำคัญ อาวุธยุทโธปกรณ์ต้องมีความพร้อม ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามประเมินว่าไทยอ่อนแอ การเตรียมความพร้อมด้านนี้ กองทัพและสำนักงบประมาณต้องวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้มีศักยภาพเพียงพอในการปกป้องดินแดนและศักดิ์ศรีของประเทศ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการลงนามบันทึกความร่วมมือในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านงบประมาณระหว่าง 5 หน่วยงาน ว่า จะช่วยเพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดปัญหาทุจริต และยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของรัฐ เพื่อส่งมอบประเทศไทยที่ดีขึ้นให้คนรุ่นต่อไป พร้อมย้ำว่า ถึงเวลาสร้างบ้านแปลงเมือง ยุติการเอาเปรียบและการคอร์รัปชัน เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่ออย่างมั่นคงและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...