โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก | เพื่อนบ้านไทย...ใครมีน้ำมันบ้าง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 เม.ย. เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. เวลา 06.22 น.

เหลียวซ้ายแลขวา มองประเทศเพื่อนบ้าน…ใครมีบ่อน้ำมันบ้าง?

มองไปที่พม่า…

พ.ศ.2338 (ตรงกับรัชสมัยในหลวง ร.1) นักสำรวจชาวอังกฤษยุคแรกในพม่า เดินทางเข้าไปในเมืองเยนังยอง (Yenangyaung) ที่มีบ่อน้ำมันที่ขุดด้วยมือหลายร้อยแห่งภายใต้การกรรมสิทธิ์สืบทอดทางสายเลือดของตระกูลชาวพม่า 24 ตระกูล

เยนังยองเป็นเมืองสำคัญในภูมิภาคมะกวย(Magway Region) ทางตอนกลางของพม่า ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิรวดี ห่างจากมัณฑะเลย์ประมาณ 217 กม.ได้รับการขนานนามว่า “ลำธารน้ำมัน” (Oil Creek) เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำมันดิบแห่งแรกและแหล่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของพม่า ซึ่งมีการผลิตน้ำมันมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม

พ.ศ.2430 บริษัทน้ำมันอังกฤษเข้าไปบริหาร เริ่มการผลิตในแหล่งน้ำมันเยนังยองในเชิงพาณิชย์

พ.ศ.2496 พม่าภายใต้การปกครองของอังกฤษ ส่งออกน้ำมันดิบบาร์เรลแรก โดยบริษัทBurmah Oil Company (BOC) ซึ่งตั้งอยู่ในลอนดอน BOC มีอำนาจผูกขาดในภาคส่วนนี้

น้ำมันส่วนใหญ่ถูกขายไปสู่อินเดียที่อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ กำลังการผลิตน้ำมันอยู่ที่ 6.5 ล้านบาร์เรลต่อปี

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการรบระหว่างกองทัพสัมพันธมิตรและกองทัพญี่ปุ่นเพื่อแย่งชิงแหล่งน้ำมัน กองทัพอังกฤษระเบิดบ่อน้ำมันในพื้นที่ทิ้งเพื่อมิให้กองทัพญี่ปุ่นมาใช้

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษ ธุรกิจน้ำมันซบเซา ไม่มีบริษัทใดเข้ามาบริหารต่อ

พ.ศ.2506 รัฐบาลทหารที่นำโดย นายพลเนวิน โอนกิจการน้ำมันเป็นของรัฐ ธุรกิจน้ำมันก็ยังไม่ฟื้น

พ.ศ.2532 คณะรัฐบาลทหารพม่าเปิดประเทศให้กับการลงทุนจากต่างประเทศบริษัทเชลล์ค้นพบแหล่งก๊าซอัปยาอุก ซึ่งอยู่ห่างจากย่างกุ้งไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ50 กิโลเมตร

พม่า…พึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกลั่นเป็นหลัก รัฐบาลทหารพม่าบริหารจัดการโดยตั้ง MOGE (Myanmar Oil & Gas Enterprise) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจและรวมถึงแหล่งน้ำมันบนบกที่เก่าแก่ คือ เยนังยางโดย Worldometer แสดงให้เห็นว่าการผลิตในปี 2024 อยู่ที่ประมาณ 1.64% ของปริมาณสำรอง

แนวโน้มการผลิตน้ำมันดิบในพม่าลดลงอย่างต่อเนื่อง จากระดับกว่า 30,000 บาร์เรลต่อวันในช่วงกลางทศวรรษ 1980

พ.ศ.2562 แหล่งน้ำมันเยนังยางยังคงดำเนินการอยู่อย่างจำกัด พม่าต้องพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป 95% การลงทุนสำรวจ ขุดเจาะประสบปัญหาจากการคว่ำบาตรของสังคมโลกที่ต่อต้านการรัฐประหาร

รัฐประหารที่เกิดขึ้นในปี 2564 ส่งผลให้อเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป คว่ำบาตรบุคคลและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลทหารเมียนมา และหนึ่งในบริษัทที่ถูกคว่ำบาตรคือ MOGE

พม่าร่ำรวยก๊าซ…ขายให้ไทยตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2541…

ไทยนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากพม่าเป็นหลักราว 10-16% ของการใช้ทั้งหมด มาจากแหล่งยาดานา เยตากุน และซอติกะ ในอ่าวเมาะตะมะผ่านท่อส่งก๊าซเข้าสู่ภาคตะวันตกของไทยเพื่อผลิตไฟฟ้า ดำเนินการโดย ปตท.สผ. ซึ่งมีสัญญาซื้อขายระยะยาวและช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงานในพื้นที่

ไทยรับซื้อก๊าซจากพม่ารวมกว่า 965-1,200 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 10-15% ของการใช้ก๊าซในประเทศ ไหลมาตามท่อก๊าซไทย-พม่า มาป้อนโรงไฟฟ้าของ กฟผ. โดย ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ของไทยมีบทบาทสำคัญในการสำรวจและผลิต

หากพม่าหยุดขายก๊าซให้ไทยอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟและความมั่นคงทางพลังงานในพื้นที่ภาคตะวันตกของไทย แต่อาจมีผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อพม่าสูงกว่าเนื่องจากเป็นรายได้หลัก

วิกฤตน้ำมัน พ.ศ.2569 พม่ากำลังเผชิญกับวิกฤตเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง โดยต้องนำเข้าเชื้อเพลิงมากกว่า 90-97% ปัจจุบันพม่าต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์ บางส่วนไปจากไทย

มองไปที่ สปป.ลาว

ปัจจุบัน สปป.ลาว ยังไม่พบแหล่งน้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติใต้ดิน ลาวจึงต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูปเกือบทั้งหมด โดยกว่า 70% นำเข้าจากประเทศไทย ผ่านด่านชายแดน เช่น ด่านสะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 1 (เวียงจันทน์-หนองคาย)

ลาวพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากไทยเป็นหลัก

วิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันเริ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2565 เมื่อเศรษฐกิจของลาวซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากโควิด-19 ต่อมาต้องเผชิญกับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ประกอบกับการอ่อนค่าอย่างฉับพลันของเงินกีบ ซึ่งลดลงจากประมาณ 9,000 กีบต่อดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 เหลือมากกว่า 21,000 กีบในปี 2566

ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกลั่นส่วนใหญ่นำเข้าจากไทยทำให้ลาวมีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าในระดับโลกและความผันผวนของค่าเงิน เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูง

ลาวส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากฟอสซิล และหันมานำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรงเพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อและการขาดแคลนน้ำมัน

ไทยเป็นแหล่งนำเข้าหลัก รองลงมาคือ จีนและสิงคโปร์

บริษัทรัฐวิสาหกิจเชื้อเพลิงลาว (LSFC) คือ รัฐวิสาหกิจที่รับผิดชอบการจัดจำหน่ายน้ำมันเบนซิน ดีเซล น้ำมันหล่อลื่น และน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินทั่วประเทศ

LSFC และ PTT (Laos) จำกัด ทำหน้าที่กระจายแหล่งนำเข้าและสร้างความมั่นคงในการจัดหาน้ำมันดีเซล

ลาวกำลังสร้างทางรถไฟสายใหม่เชื่อมไปยังท่าเรือหวุงอังของเวียดนาม เพื่อลดการพึ่งพาเส้นทางบกที่มีต้นทุนสูงผ่านไทย

ในปี 2566 ประเทศลาวนำเข้าปิโตรเลียมกลั่นจากประเทศต่างๆ ดังนี้ ไทย (1.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จีน (45,000 ดอลลาร์สหรัฐ) สิงคโปร์ (6,500 ดอลลาร์สหรัฐ) ออสเตรเลีย (631 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมาเลเซีย (260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของลาว คือ การลดการนำเข้าน้ำมันที่มีราคาแพงภายในปี 2573 โดยเปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าจาก “พลังงานน้ำ” สำหรับการขนส่งแทนน้ำมัน

ระเบียงเศรษฐกิจจีน-ลาว (CLEC) เป็นส่วนสำคัญของโครงการ BRI ของจีนเพื่อเสริมสร้างการเชื่อมต่อ การค้า และการลงทุนจากจีน

มีรายงานการเปิดเส้นทาง “นำเข้าน้ำมัน” ผ่านทางเวียดนาม เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ข้อมูล ณ ปัจจุบันยืนยันว่าลาวไม่ได้เป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมัน

มองไปที่กัมพูชา…

กัมพูชามีแหล่งน้ำมันดิบในอ่าวไทย คือ แหล่งอัปสรา แต่มีปริมาณไม่มาก ทำให้ยังคงต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเกือบทั้งหมดจากสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และไทย เนื่องจากขาดโรงกลั่นน้ำมันที่มีประสิทธิภาพภายในประเทศ และการขุดเจาะมักประสบปัญหาด้านเทคนิคและทางการเงิน

มีการค้นพบน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในพื้นที่อ่าวไทย (บล็อก A)

การขุดเจาะน้ำมันเริ่มขึ้น แต่ปริมาณที่ได้น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้มากและยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านและสิงคโปร์ เนื่องจากไม่มีโรงกลั่นเป็นของตนเอง

โดยหลักแล้วกัมพูชาต้องนำเข้าน้ำมันและก๊าซ จากสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และไทย

พ.ศ.2548 บริษัท เชฟรอนฯ พบว่ามีแหล่งน้ำมันสำรองอยู่ในน่านน้ำกัมพูชาและหลังจากนั้น กัมพูชาได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศที่มีศักยด้านปิโตรเลียมมโหฬารในภูมิภาค ประเมินว่ามีก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบอยู่หลาย 100 ล้านบาร์เรลใน 6 บล็อกนอกชายฝั่งดังกล่าว

แต่ว่าการผลิตน้ำมันแหล่งนี้ต้อง“หยุดชะงัก” เมื่อรัฐบาลกัมพูชาและเชฟรอนไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับ “การแบ่งรายได้” ส่งผลให้เชฟรอนขายหุ้นให้แก่บริษัท Kris Energy จากสิงคโปร์ ช่วงปี 2557

พ.ศ.2560 ภายใต้ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกัมพูชา กับ Kris Energy จะเริ่มสกัดน้ำมันบนส่วนหนึ่งของบล็อกขนาด 3,000 ตารางกิโลเมตร ที่ชื่อแหล่งน้ำมันอัปสรา

23 ส.ค.2560 รัฐบาลกัมพูชาลงนามข้อตกลงกับ Kris Energy บริษัทน้ำมันและก๊าซ สัญชาติสิงคโปร์ เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งอ่าวไทยแห่งแรกของประเทศ

29 ธ.ค.2563 กัมพูชาสามารถผลิตน้ำมันเชิงพาณิชย์ได้เป็นครั้งแรกจากการขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทย ถือเป็นก้าวแรกของกัมพูชาในการสร้างอุตสาหกรรมพลังงาน น้ำมันและก๊าซในประเทศ และนี่คือความภูมิใจของประเทศกัมพูชาหลังโครงการนี้ล่าช้ามาหลายปี

Kris Energy บริษัทผลิตน้ำมันและก๊าซของสิงคโปร์และเป็นบริษัทร่วมทุนกับรัฐบาลกัมพูชา สามารถผลิตน้ำมันเป็นครั้งแรกจาก Block A ในอ่าวไทยโดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากสีหนุวิลล์ ประมาณ 160 กม.

ข่าวร้ายที่ตามมา…

การผลิตในแหล่งน้ำมันอัปสรา “ลดลง” ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยผลิตได้เพียงครึ่งหนึ่งของอัตราสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง

พ.ศ.2564 บริษัท Kris Energy ยื่นขอล้มละลายอย่างเป็นทางการ หลังจากไม่สามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้ บริษัทมีหนี้สินจำนวนมากต่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ รวมถึงบริษัท Keppel Corp.

การพัฒนาแหล่งน้ำมันอัปสรานอกชายฝั่งของกัมพูชายุติลง

มองไปที่มาเลเซีย

พ.ศ.2453 (ตรงกับปีสุดท้ายของในหลวง ร.5) บริษัทเชลล์ค้นพบน้ำมันบนเนินเขาแคนาดา ในเมืองมิริ รัฐซาราวัก โดยบ่อน้ำมันแห่งแรกซึ่งรู้จักกันในชื่อ “แกรนด์โอลด์เลดี้”

ช่วง พ.ศ.2490 เริ่มการสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซนอกชายฝั่ง

พ.ศ.2517 มาเลเซียก่อตั้งบริษัทน้ำมันแห่งชาติเพโทรนาส (PETRONAS) เพื่อบริหารจัดการอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซนอกชายฝั่งของประเทศ

บริษัท PETRONAS ทำสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) กับบริษัทน้ำมันระหว่างประเทศ เช่น Shell และ Exxon เพื่อแบ่งปันผลกำไรและรับความเชี่ยวชาญทางเทคนิค

ทศวรรษ 1990 เปโตรนาสกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในระดับนานาชาติ และต่อมาได้สร้างตึกแฝดเปโตรนาส (1998)

การผลิตหลักกระจุกตัวอยู่ในบริเวณนอกชายฝั่งของแอ่งมาเลย์ (ตรังกานู) ซาราวัก และซาบาห์

พ.ศ.2569 คาดการณ์ว่าปริมาณสำรองน้ำมันของมาเลเซียจะเพียงพอสำหรับการใช้งานอีกประมาณ 15-20 ปี

มาเลยเซียยังมีการผลิต “น้ำมันปาล์ม” มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากอินโดนีเซีย

มาเลเซียมั่งคั่งด้วยน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ เป็นสัดส่วนสำคัญของรายได้จากการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ของประเทศ

น้ำมันมาเลเซียราคาถูกกว่าไทยมาก เลยเป็นที่มาของ “น้ำมันเถื่อน” ทั้งทางบก ทางทะเล ที่ขนกันมาและถูกจับกุมครั้งละเป็นแสนลิตร…

ส่งท้ายครับ…วิกฤตน้ำมัน 2569 ผู้เขียนเลยมีโอกาสได้เห็นคลิปการสูบน้ำมันจากบ่อใน จ.สุพรรณบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง (อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม) ซึ่งเริ่มดำเนินการ
ผลิตน้ำมันดิบบนบกตั้งแต่ประมาณเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2536 โดย PTTEP มีหลุมผลิตหลายแห่งเฉลี่ยรวมกันประมาณวันละ 159,000-238,000 ลิตร หรือ 1,000-1,500 บาร์เรล/วัน

เมืองไทยมี 7 จังหวัดที่มีการขุดเจาะ และสูบขึ้นมา…

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก | เพื่อนบ้านไทย…ใครมีน้ำมันบ้าง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...