พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก | เพื่อนบ้านไทย...ใครมีน้ำมันบ้าง
เหลียวซ้ายแลขวา มองประเทศเพื่อนบ้าน…ใครมีบ่อน้ำมันบ้าง?
มองไปที่พม่า…
พ.ศ.2338 (ตรงกับรัชสมัยในหลวง ร.1) นักสำรวจชาวอังกฤษยุคแรกในพม่า เดินทางเข้าไปในเมืองเยนังยอง (Yenangyaung) ที่มีบ่อน้ำมันที่ขุดด้วยมือหลายร้อยแห่งภายใต้การกรรมสิทธิ์สืบทอดทางสายเลือดของตระกูลชาวพม่า 24 ตระกูล
เยนังยองเป็นเมืองสำคัญในภูมิภาคมะกวย(Magway Region) ทางตอนกลางของพม่า ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิรวดี ห่างจากมัณฑะเลย์ประมาณ 217 กม.ได้รับการขนานนามว่า “ลำธารน้ำมัน” (Oil Creek) เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำมันดิบแห่งแรกและแหล่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของพม่า ซึ่งมีการผลิตน้ำมันมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม
พ.ศ.2430 บริษัทน้ำมันอังกฤษเข้าไปบริหาร เริ่มการผลิตในแหล่งน้ำมันเยนังยองในเชิงพาณิชย์
พ.ศ.2496 พม่าภายใต้การปกครองของอังกฤษ ส่งออกน้ำมันดิบบาร์เรลแรก โดยบริษัทBurmah Oil Company (BOC) ซึ่งตั้งอยู่ในลอนดอน BOC มีอำนาจผูกขาดในภาคส่วนนี้
น้ำมันส่วนใหญ่ถูกขายไปสู่อินเดียที่อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ กำลังการผลิตน้ำมันอยู่ที่ 6.5 ล้านบาร์เรลต่อปี
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการรบระหว่างกองทัพสัมพันธมิตรและกองทัพญี่ปุ่นเพื่อแย่งชิงแหล่งน้ำมัน กองทัพอังกฤษระเบิดบ่อน้ำมันในพื้นที่ทิ้งเพื่อมิให้กองทัพญี่ปุ่นมาใช้
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษ ธุรกิจน้ำมันซบเซา ไม่มีบริษัทใดเข้ามาบริหารต่อ
พ.ศ.2506 รัฐบาลทหารที่นำโดย นายพลเนวิน โอนกิจการน้ำมันเป็นของรัฐ ธุรกิจน้ำมันก็ยังไม่ฟื้น
พ.ศ.2532 คณะรัฐบาลทหารพม่าเปิดประเทศให้กับการลงทุนจากต่างประเทศบริษัทเชลล์ค้นพบแหล่งก๊าซอัปยาอุก ซึ่งอยู่ห่างจากย่างกุ้งไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ50 กิโลเมตร
พม่า…พึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกลั่นเป็นหลัก รัฐบาลทหารพม่าบริหารจัดการโดยตั้ง MOGE (Myanmar Oil & Gas Enterprise) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจและรวมถึงแหล่งน้ำมันบนบกที่เก่าแก่ คือ เยนังยางโดย Worldometer แสดงให้เห็นว่าการผลิตในปี 2024 อยู่ที่ประมาณ 1.64% ของปริมาณสำรอง
แนวโน้มการผลิตน้ำมันดิบในพม่าลดลงอย่างต่อเนื่อง จากระดับกว่า 30,000 บาร์เรลต่อวันในช่วงกลางทศวรรษ 1980
พ.ศ.2562 แหล่งน้ำมันเยนังยางยังคงดำเนินการอยู่อย่างจำกัด พม่าต้องพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป 95% การลงทุนสำรวจ ขุดเจาะประสบปัญหาจากการคว่ำบาตรของสังคมโลกที่ต่อต้านการรัฐประหาร
รัฐประหารที่เกิดขึ้นในปี 2564 ส่งผลให้อเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป คว่ำบาตรบุคคลและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลทหารเมียนมา และหนึ่งในบริษัทที่ถูกคว่ำบาตรคือ MOGE
พม่าร่ำรวยก๊าซ…ขายให้ไทยตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2541…
ไทยนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากพม่าเป็นหลักราว 10-16% ของการใช้ทั้งหมด มาจากแหล่งยาดานา เยตากุน และซอติกะ ในอ่าวเมาะตะมะผ่านท่อส่งก๊าซเข้าสู่ภาคตะวันตกของไทยเพื่อผลิตไฟฟ้า ดำเนินการโดย ปตท.สผ. ซึ่งมีสัญญาซื้อขายระยะยาวและช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงานในพื้นที่
ไทยรับซื้อก๊าซจากพม่ารวมกว่า 965-1,200 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 10-15% ของการใช้ก๊าซในประเทศ ไหลมาตามท่อก๊าซไทย-พม่า มาป้อนโรงไฟฟ้าของ กฟผ. โดย ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ของไทยมีบทบาทสำคัญในการสำรวจและผลิต
หากพม่าหยุดขายก๊าซให้ไทยอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟและความมั่นคงทางพลังงานในพื้นที่ภาคตะวันตกของไทย แต่อาจมีผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อพม่าสูงกว่าเนื่องจากเป็นรายได้หลัก
วิกฤตน้ำมัน พ.ศ.2569 พม่ากำลังเผชิญกับวิกฤตเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง โดยต้องนำเข้าเชื้อเพลิงมากกว่า 90-97% ปัจจุบันพม่าต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์ บางส่วนไปจากไทย
มองไปที่ สปป.ลาว
ปัจจุบัน สปป.ลาว ยังไม่พบแหล่งน้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติใต้ดิน ลาวจึงต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูปเกือบทั้งหมด โดยกว่า 70% นำเข้าจากประเทศไทย ผ่านด่านชายแดน เช่น ด่านสะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 1 (เวียงจันทน์-หนองคาย)
ลาวพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากไทยเป็นหลัก
วิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันเริ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2565 เมื่อเศรษฐกิจของลาวซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากโควิด-19 ต่อมาต้องเผชิญกับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ประกอบกับการอ่อนค่าอย่างฉับพลันของเงินกีบ ซึ่งลดลงจากประมาณ 9,000 กีบต่อดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 เหลือมากกว่า 21,000 กีบในปี 2566
ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกลั่นส่วนใหญ่นำเข้าจากไทยทำให้ลาวมีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าในระดับโลกและความผันผวนของค่าเงิน เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูง
ลาวส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากฟอสซิล และหันมานำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรงเพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อและการขาดแคลนน้ำมัน
ไทยเป็นแหล่งนำเข้าหลัก รองลงมาคือ จีนและสิงคโปร์
บริษัทรัฐวิสาหกิจเชื้อเพลิงลาว (LSFC) คือ รัฐวิสาหกิจที่รับผิดชอบการจัดจำหน่ายน้ำมันเบนซิน ดีเซล น้ำมันหล่อลื่น และน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินทั่วประเทศ
LSFC และ PTT (Laos) จำกัด ทำหน้าที่กระจายแหล่งนำเข้าและสร้างความมั่นคงในการจัดหาน้ำมันดีเซล
ลาวกำลังสร้างทางรถไฟสายใหม่เชื่อมไปยังท่าเรือหวุงอังของเวียดนาม เพื่อลดการพึ่งพาเส้นทางบกที่มีต้นทุนสูงผ่านไทย
ในปี 2566 ประเทศลาวนำเข้าปิโตรเลียมกลั่นจากประเทศต่างๆ ดังนี้ ไทย (1.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จีน (45,000 ดอลลาร์สหรัฐ) สิงคโปร์ (6,500 ดอลลาร์สหรัฐ) ออสเตรเลีย (631 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมาเลเซีย (260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของลาว คือ การลดการนำเข้าน้ำมันที่มีราคาแพงภายในปี 2573 โดยเปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าจาก “พลังงานน้ำ” สำหรับการขนส่งแทนน้ำมัน
ระเบียงเศรษฐกิจจีน-ลาว (CLEC) เป็นส่วนสำคัญของโครงการ BRI ของจีนเพื่อเสริมสร้างการเชื่อมต่อ การค้า และการลงทุนจากจีน
มีรายงานการเปิดเส้นทาง “นำเข้าน้ำมัน” ผ่านทางเวียดนาม เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ข้อมูล ณ ปัจจุบันยืนยันว่าลาวไม่ได้เป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมัน
มองไปที่กัมพูชา…
กัมพูชามีแหล่งน้ำมันดิบในอ่าวไทย คือ แหล่งอัปสรา แต่มีปริมาณไม่มาก ทำให้ยังคงต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเกือบทั้งหมดจากสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และไทย เนื่องจากขาดโรงกลั่นน้ำมันที่มีประสิทธิภาพภายในประเทศ และการขุดเจาะมักประสบปัญหาด้านเทคนิคและทางการเงิน
มีการค้นพบน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในพื้นที่อ่าวไทย (บล็อก A)
การขุดเจาะน้ำมันเริ่มขึ้น แต่ปริมาณที่ได้น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้มากและยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านและสิงคโปร์ เนื่องจากไม่มีโรงกลั่นเป็นของตนเอง
โดยหลักแล้วกัมพูชาต้องนำเข้าน้ำมันและก๊าซ จากสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และไทย
พ.ศ.2548 บริษัท เชฟรอนฯ พบว่ามีแหล่งน้ำมันสำรองอยู่ในน่านน้ำกัมพูชาและหลังจากนั้น กัมพูชาได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศที่มีศักยด้านปิโตรเลียมมโหฬารในภูมิภาค ประเมินว่ามีก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบอยู่หลาย 100 ล้านบาร์เรลใน 6 บล็อกนอกชายฝั่งดังกล่าว
แต่ว่าการผลิตน้ำมันแหล่งนี้ต้อง“หยุดชะงัก” เมื่อรัฐบาลกัมพูชาและเชฟรอนไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับ “การแบ่งรายได้” ส่งผลให้เชฟรอนขายหุ้นให้แก่บริษัท Kris Energy จากสิงคโปร์ ช่วงปี 2557
พ.ศ.2560 ภายใต้ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกัมพูชา กับ Kris Energy จะเริ่มสกัดน้ำมันบนส่วนหนึ่งของบล็อกขนาด 3,000 ตารางกิโลเมตร ที่ชื่อแหล่งน้ำมันอัปสรา
23 ส.ค.2560 รัฐบาลกัมพูชาลงนามข้อตกลงกับ Kris Energy บริษัทน้ำมันและก๊าซ สัญชาติสิงคโปร์ เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งอ่าวไทยแห่งแรกของประเทศ
29 ธ.ค.2563 กัมพูชาสามารถผลิตน้ำมันเชิงพาณิชย์ได้เป็นครั้งแรกจากการขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทย ถือเป็นก้าวแรกของกัมพูชาในการสร้างอุตสาหกรรมพลังงาน น้ำมันและก๊าซในประเทศ และนี่คือความภูมิใจของประเทศกัมพูชาหลังโครงการนี้ล่าช้ามาหลายปี
Kris Energy บริษัทผลิตน้ำมันและก๊าซของสิงคโปร์และเป็นบริษัทร่วมทุนกับรัฐบาลกัมพูชา สามารถผลิตน้ำมันเป็นครั้งแรกจาก Block A ในอ่าวไทยโดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากสีหนุวิลล์ ประมาณ 160 กม.
ข่าวร้ายที่ตามมา…
การผลิตในแหล่งน้ำมันอัปสรา “ลดลง” ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยผลิตได้เพียงครึ่งหนึ่งของอัตราสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง
พ.ศ.2564 บริษัท Kris Energy ยื่นขอล้มละลายอย่างเป็นทางการ หลังจากไม่สามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้ บริษัทมีหนี้สินจำนวนมากต่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ รวมถึงบริษัท Keppel Corp.
การพัฒนาแหล่งน้ำมันอัปสรานอกชายฝั่งของกัมพูชายุติลง
มองไปที่มาเลเซีย
พ.ศ.2453 (ตรงกับปีสุดท้ายของในหลวง ร.5) บริษัทเชลล์ค้นพบน้ำมันบนเนินเขาแคนาดา ในเมืองมิริ รัฐซาราวัก โดยบ่อน้ำมันแห่งแรกซึ่งรู้จักกันในชื่อ “แกรนด์โอลด์เลดี้”
ช่วง พ.ศ.2490 เริ่มการสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซนอกชายฝั่ง
พ.ศ.2517 มาเลเซียก่อตั้งบริษัทน้ำมันแห่งชาติเพโทรนาส (PETRONAS) เพื่อบริหารจัดการอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซนอกชายฝั่งของประเทศ
บริษัท PETRONAS ทำสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) กับบริษัทน้ำมันระหว่างประเทศ เช่น Shell และ Exxon เพื่อแบ่งปันผลกำไรและรับความเชี่ยวชาญทางเทคนิค
ทศวรรษ 1990 เปโตรนาสกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในระดับนานาชาติ และต่อมาได้สร้างตึกแฝดเปโตรนาส (1998)
การผลิตหลักกระจุกตัวอยู่ในบริเวณนอกชายฝั่งของแอ่งมาเลย์ (ตรังกานู) ซาราวัก และซาบาห์
พ.ศ.2569 คาดการณ์ว่าปริมาณสำรองน้ำมันของมาเลเซียจะเพียงพอสำหรับการใช้งานอีกประมาณ 15-20 ปี
มาเลยเซียยังมีการผลิต “น้ำมันปาล์ม” มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากอินโดนีเซีย
มาเลเซียมั่งคั่งด้วยน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ เป็นสัดส่วนสำคัญของรายได้จากการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ของประเทศ
น้ำมันมาเลเซียราคาถูกกว่าไทยมาก เลยเป็นที่มาของ “น้ำมันเถื่อน” ทั้งทางบก ทางทะเล ที่ขนกันมาและถูกจับกุมครั้งละเป็นแสนลิตร…
ส่งท้ายครับ…วิกฤตน้ำมัน 2569 ผู้เขียนเลยมีโอกาสได้เห็นคลิปการสูบน้ำมันจากบ่อใน จ.สุพรรณบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง (อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม) ซึ่งเริ่มดำเนินการ
ผลิตน้ำมันดิบบนบกตั้งแต่ประมาณเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2536 โดย PTTEP มีหลุมผลิตหลายแห่งเฉลี่ยรวมกันประมาณวันละ 159,000-238,000 ลิตร หรือ 1,000-1,500 บาร์เรล/วัน
เมืองไทยมี 7 จังหวัดที่มีการขุดเจาะ และสูบขึ้นมา…
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก | เพื่อนบ้านไทย…ใครมีน้ำมันบ้าง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th