โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สีจิ้นผิงนำทางสายสัมพันธ์ 'จีน-สหรัฐฯ' ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก

สวพ.FM91

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปักกิ่ง, 12 พ.ค. (ซินหัว) -- กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน กำลังจะเป็นสถานที่จัดการพบปะทางการทูตที่ถูกจับตามองมากที่สุดและมีเดิมพันสูงที่สุดครั้งหนึ่งของปี 2026 เมื่อผู้นำของสองประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลกเตรียมพบหน้ากันที่นี่ โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่เขากลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศอีกสมัย และสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน จะให้การต้อนรับทรัมป์ในจีนเป็นครั้งที่ 2 นับจากการพบกันครั้งล่าสุดในจีนเมื่อเกือบหนึ่งทศวรรษก่อน

ท่ามกลางภูมิทัศน์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อนและความท้าทายระดับโลกที่เผชิญร่วมกัน หลายฝ่ายต่างคาดหวังสูงว่า "สีจิ้นผิง" และ "โดนัลด์ ทรัมป์" จะจัดการความแตกต่างระหว่างสองฝ่ายอย่างไร และทั้งคู่จะนำพาความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มีความสำคัญมากที่สุดในโลกไปสู่ทิศทางใดบ้าง

ควบคุมเรือลำใหญ่

สีจิ้นผิงเคยกล่าวกับทรัมป์ระหว่างพบปะหารือครั้งล่าสุดที่เมืองปูซานของเกาหลีใต้เมื่อเดือนตุลาคม 2025 ว่าทั้งคู่ถือเป็นผู้ควบคุมทิศทางของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ซึ่งการพบปะหารือครั้งดังกล่าวที่กินเวลานานกว่า 100 นาที ถือเป็นอีกช่วงเวลาของการสื่อสารพูดคุยโดยตรงระหว่างผู้นำทั้งสองเพื่อพยายามนำพาความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ผ่านพ้นความไม่แน่นอน โดยสีจิ้นผิงขอให้ทรัมป์ช่วยกันทำให้ "เรือลำใหญ่" ของสายสัมพันธ์ทวิภาคีล่องไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การทูตระดับประมุขของรัฐได้กำกับทิศทางของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ และทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพท่ามกลางกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยหลังจากทรัมป์ชนะการเลือกตั้งและกลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ สีจิ้นผิงได้สนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์ 5 ครั้ง เพื่อรักษาการติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดในประเด็นความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีและประเด็นสำคัญเร่งด่วนระดับโลก

สีจิ้นผิงและทรัมป์พบกันครั้งแรกในปี 2017 ที่มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับรัฐ ซึ่งกำหนดแนวทางสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยเดือนเมษายน 2017 สีจิ้นผิงและเผิงลี่หยวน ผู้เป็นภริยา ได้เยือนบ้านพักมาร์อาลาโกของทรัมป์ในรัฐฟลอริดา และประธานาธิบดีทั้งสองได้รับประทานอาหารมื้อค่ำร่วมกัน รวมถึงสีจิ้นผิงได้พบปะกับครอบครัวของทรัมป์ ซึ่งสีจิ้นผิงหยิบยกประโยคที่มักพูดถึงบ่อยระหว่างหารือความสัมพันธ์ทวิภาคีว่ามีเหตุผลนับพันที่จะทำให้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จ แต่ไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะทำลายความสัมพันธ์ดังกล่าว

หลายเดือนต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2017 ทรัมป์เดินทางเยือนกรุงปักกิ่งและสีจิ้นผิงให้การต้อนรับด้วยพิธีการพิเศษต่างๆ โดยผู้นำทั้งสองพร้อมภริยาของพวกเขาได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้ามตามแนวแกนกลางปักกิ่ง รวมถึงพระตำหนักไท่เหอเตี้ยน พระตำหนักจงเหอเตี้ยน และพระตำหนักเป่าเหอเตี้ยน ซึ่งชื่อภาษาจีนของพระตำหนักทั้งสามได้สะท้อนอุดมคติทางวัฒนธรรมจีนที่เกี่ยวกับ "ความสามัคคีปรองดอง" และสีจิ้นผิงกล่าวกับทรัมป์ว่าประวัติศาสตร์จีนมีความเก่าแก่มากกว่า 5,000 ปี หรือมากกว่านั้น และวัฒนธรรมจีนถูกส่งต่ออย่างต่อเนื่อง

ขณะที่การสนทนาระหว่างดื่มชา ทรัมป์ได้เปิดวิดีโอของอาราเบลลา คุชเนอร์ หลานสาวของเขา ซึ่งร้องเพลงและท่องบทกวีคลาสสิกเป็นภาษาจีนกลางให้สีจิ้นผิงชม และสีจิ้นผิงกล่าวชื่นชมการแสดงของเด็กหญิง โดยภาพเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตจีนและกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว

ปฏิสัมพันธ์การแลกเปลี่ยนเหล่านี้ช่วยสร้างมิตรภาพอันดีระหว่างผู้นำทั้งสอง เปิดช่องทางให้เข้าใจอีกฝ่าย จัดการความแตกต่าง และป้องกันความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ถลำสู่การปะทะคะคาน ซึ่งทรัมป์มักกล่าวอยู่บ่อยครั้งว่าเขาให้ความเคารพสีจิ้นผิงอย่างมาก โดยหลายปีที่ผ่านมา สีจิ้นผิงพบปะกับคณะผู้นำสหรัฐฯ ภายใต้แนวทางดังกล่าว ตั้งแต่การประชุมสุดยอดมาร์อาลาโก การเสวนาอิ๋งไถ ณ เรือนจงหนานไห่ จนถึงบทสนทนาริมทะเลสาบซีหู ซึ่งถูกจดจำเป็นช่วงเวลาสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคี

การพบปะกันระหว่างสีจิ้นผิงกับทรัมป์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นจะยังคงสืบสานธรรมเนียมการสร้างปฏิสัมพันธ์ระดับสูง โดยเดนิส ไซมอน นักวิชาการอาวุโสประจำสถาบันควินซี (Quincy Institute) มองว่านัยสำคัญที่แท้จริงของการพบปะกันครั้งนี้อาจไม่ได้อยู่ที่การบรรลุข้อตกลงใหญ่โตใดๆ แต่จะเป็นบททดสอบว่าสหรัฐฯ และจีนสามารถสร้างดุลยภาพร่วมกันได้หรือไม่

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ซึ่งตรงกับ "ลี่ชุน" จุดเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิตามปฏิทินจีน สีจิ้นผิงได้สนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์เป็นครั้งแรกของปี 2026 พร้อมใช้คำเปรียบเปรยที่นิยามการสื่อสารของสีจิ้นผิงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยสีจิ้นผิงกล่าวว่าสำหรับช่วงปีหน้านี้หวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับทรัมป์เพื่อนำพาเรือลำใหญ่ของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ล่องผ่านคลื่นลมอย่างมั่นคงและบรรลุผลลัพธ์เชิงบวกที่สำคัญเพิ่มขึ้น

หลีกเลี่ยงการคาดคะเนที่ผิดพลาด

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ พานพบทั้งดีและร้าย ซึ่งนักสังเกตการณ์บางส่วนกังวลว่าจีนและสหรัฐฯ อาจเดินซ้ำรอยเดิมของการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจที่เรียกว่า "กับดักของทูซิดิดีส" (Thucydides trap) แต่สีจิ้นผิงปฏิเสธแนวคิดดังกล่าวและชี้ว่าโลกนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่ากับดักของทูซิดิดีส แต่การคาดคะเนเชิงยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าระหว่างประเทศใหญ่อาจสร้างกับดักขึ้นมาได้ ดังนั้นการหลีกเลี่ยงการคาดคะเนที่ผิดพลาดดังกล่าวเป็นพันธกิจสำคัญของจีนและสหรัฐฯ ซึ่งต้องอาศัยการหารืออย่างตรงไปตรงมาในหลายประเด็นหลัก

ประเด็นหลักแรกสุดคือปัญหาไต้หวัน สีจิ้นผิงแสดงจุดยืนพื้นฐานของจีนต่อฝ่ายสหรัฐฯ อย่างชัดเจนหลายครั้ง เช่น การสนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์เมื่อวันที่ 4 ก.พ. สีจิ้นผิงเน้นย้ำอีกครั้งว่าปัญหาไต้หวันเป็นประเด็นสำคัญและละเอียดอ่อนมากที่สุดในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ พร้อมกระตุ้นเตือนฝ่ายสหรัฐฯ ดำเนินการกรณีจำหน่ายอาวุธให้ไต้หวันด้วยความระมัดระวังสูงสุด

การค้าเป็นอีกประเด็นหลัก ซึ่งจีนภายใต้การนำของสีจิ้นผิงได้ดำเนินมาตรการตอบโต้ขั้นเด็ดขาดในยามเผชิญการจัดเก็บภาษีศุลกากรเพียงฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ พร้อมรักษาช่องทางการเจรจาหารือในประเด็นนี้ โดยสีจิ้นผิงส่งคณะทำงานด้านเศรษฐกิจและการค้าหารือกับฝ่ายสหรัฐฯ รวม 6 รอบแล้ว เพื่อพยายามลดจุดต่างอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมขยายจุดร่วมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศยังคงค่อนข้างมีเสถียรภาพ และทั้งสองฝ่ายจะจัดการเจรจาการค้ารอบใหม่ที่เกาหลีใต้ระหว่างวันที่ 12-13 พ.ค. นี้

สีจิ้นผิงเคยเน้นย้ำการใช้มุมมองที่กว้างขึ้นในการจัดการความไม่ลงรอยกันในเรื่องต่างๆ ระหว่างพบปะกับทรัมป์ที่เมืองปูซาน โดยสีจิ้นผิงกล่าวว่าทั้งสองฝ่ายควรมองภาพกว้างและไกลยิ่งขึ้น พร้อมให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ระยะยาวจากความร่วมมือมากกว่าการตกสู่วงจรตอบโต้กันที่เลวร้าย ซึ่งทำให้ทรัมป์กล่าวยกย่องสีจิ้นผิงเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่และนักเจรจาที่เก่งกาจ

สำหรับคำถามที่ว่าสีจิ้นผิงมองทิศทางความสัมพันธ์ทวิภาคีในอนาคตอย่างไร? สีจิ้นผิงเคยตั้งคำถามที่มีความสำคัญอันดับหนึ่งระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ที่เมืองซานฟรานซิสโกในปี 2023 ว่าเราจะเป็นคู่อริหรือหุ้นส่วนกัน โดยหากฝ่ายหนึ่งมองอีกฝ่ายเป็นคู่แข่งหลัก เป็นความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญที่สุด และเป็นภัยคุกคามเชิงยุทธศาสตร์ สิ่งเหล่านี้รังแต่จะนำสู่การกำหนดนโยบายที่ผิดพลาด การกระทำที่หลงทิศหลงทาง และผลลัพธ์ที่ไม่มีใครต้องการ

นอกจากนั้นสีจิ้นผิงสำทับว่าจีนไม่มีเจตนาจะท้าทายหรือโค่นล้มสหรัฐฯ จีนไม่เคยเดิมพันต่อต้านสหรัฐฯ ฉะนั้นสหรัฐฯ ไม่ควรเดิมพันต่อต้านจีนเช่นกัน โดยสีจิ้นผิงอาศัยประสบการณ์จากความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ มาเสนอหลักการ 3 ประการ ได้แก่ การเคารพซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ เพื่อเป็นวิถีทางที่ถูกต้องในการก้าวไปข้างหน้าของทั้งสองประเทศ

“ปิงปองลูกเล็กเขย่าโลกใบใหญ่”

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สีจิ้นผิงได้ส่งสารแสดงความยินดีถึงงานรำลึกวาระครบรอบ 55 ปี การทูตปิงปองจีน-สหรัฐฯ ซึ่งย้อนนึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ปี 1971 ที่มักถูกบรรยายว่า "ปิงปองลูกเล็กเขย่าโลกใบใหญ่" โดยปี 1971 ทีมนักปิงปองของสหรัฐฯ ได้เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นความคืบหน้าที่ละลายความเหินห่างอันยาวนานกว่าสองทศวรรษ และช่วยปูทางสู่การเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งประวัติศาสตร์ในปี 1972 ของริชาร์ด นิกสัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในตอนนั้น รวมถึงการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศในปี 1979 โดยผลลัพธ์จากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความสัมพันธ์ทวิภาคี แต่ยังพลิกเปลี่ยนภูมิทัศน์ระดับโลกอย่างลึกซึ้ง

ห้วงเวลามากกว่าครึ่งศตวรรษต่อมา สีจิ้นผิงกล่าวถึงเรื่องราวนี้ไม่ใช่เพียงในฐานะความทรงจำทางประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงอิทธิพลอันลึกซึ้งที่ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มั่นคงมีต่อโลกกว้าง

ตอนพบปะกับแอนโทนี บลิงเคน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เมื่อปี 2024 สีจิ้นผิงกล่าวถึงแนวคิด "ถงฉิวก้งจี้" (ทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวมบนโลกใบเดียวกัน) อันได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมจีนดั้งเดิม โดยสีจิ้นผิงกล่าวว่าโลกใบนี้มีขนาดใหญ่เท่านี้และมนุษยชาติเผชิญความท้าทายร่วมกันมากมาย สุภาษิตจีนโบราณกล่าวไว้ว่า "ลงเรือลำเดียวกันควรช่วยเหลือกัน" ดังนั้น “อาศัยอยู่บนโลกใบเดียวกันย่อมควรช่วยเหลือกัน”

ขณะพบปะกับสีจิ้นผิงที่เมืองปูซานเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ทรัมป์ยอมรับความสำคัญของความร่วมมือระหว่างสองประเทศ กล่าวว่าจีนและสหรัฐฯ สามารถทำสิ่งยิ่งใหญ่ต่างๆ มากมายเพื่อโลกและประสบความสำเร็จยาวนานหลายปี

โรเบิร์ต ลอว์เรนซ์ คุห์น ประธานมูลนิธิคุห์น (Kuhn Foundation) กล่าวว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ใดสำคัญกว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีจีน-สหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกิจการโลกมากที่สุด โดยความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มั่นคงจะช่วยขจัดอุปสรรคต่อการพัฒนาภายในประเทศของทั้งสองประเทศ และในวงกว้างมีนัยสำคัญยิ่งยวดต่อเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของโลก

ช่วงเวลาปัจจุบันยิ่งเพิ่มความสำคัญของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ โดยปี 2026 จีนกำลังเริ่มต้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) ขณะสหรัฐฯ กำลังเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปี การก่อตั้งประเทศ และทั้งสองประเทศจะเป็นเจ้าภาพจัดงานใหญ่ระดับโลกอย่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC) ที่เมืองเซินเจิ้น และการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี20 (G20) ในเมืองไมอามี ซึ่งจะทำให้ทั้งสองประเทศกลายเป็นศูนย์กลางของวาระสำคัญระดับสากล

นอกเหนือจากประเด็นไต้หวันและการค้า กลุ่มนักสังเกตการณ์ยังบ่งชี้ประเด็นอื่นๆ ที่ความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายยังคงมีความสำคัญ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปราบปรามยาเสพติด และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยสีจิ้นผิงระบุว่าความร่วมมือเล็กๆ น้อยๆ จำนวนนับไม่ถ้วนนั้นมีนัยสำคัญในระยะยาว และเคยเตือนทรัมป์ว่าสำหรับจีนและสหรัฐฯ การทำสิ่งที่ดีนั้นถูกต้องเสมอ และการทำสิ่งที่ผิดนั้นเลวร้ายเสมอ ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม

ดังที่สีจิ้นผิงเคยกล่าวไว้หลายครั้ง จีนและสหรัฐฯ ในฐานะสองประเทศใหญ่สามารถร่วมกันแบกรับความรับผิดชอบและทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่และเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศและของโลกทั้งใบ

(แฟ้มภาพซินหัว : สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน พบปะกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเมืองปูซานของเกาหลีใต้ วันที่ 30 ต.ค. 2025)

(แฟ้มภาพซินหัว : สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กับเผิงลี่หยวน ผู้เป็นภริยา และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ฟังหลานของทรัมป์ร้องเพลงพื้นบ้านจีนและท่องวรรณกรรมจีนคลาสสิกที่บ้านพักมาร์อาลาโกของทรัมป์ในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ วันที่ 6 เม.ย. 2017)

(แฟ้มภาพซินหัว : สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กับเผิงลี่หยวน ผู้เป็นภริยา และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง จิบชายามบ่ายแบบไม่เป็นทางการที่อาคารเป่าอวิ้นของพิพิธภัณฑ์พระราชวังในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 8 พ.ย. 2017)

(แฟ้มภาพซินหัว : เรือบรรทุกสินค้าเข้าเทียบท่าเรือชิงเต่าในเมืองชิงเต่า มณฑลชานตงทางตะวันออกของจีน วันที่ 9 พ.ค. 2026)

(แฟ้มภาพซินหัว : สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวสุนทรพจน์ที่งานเลี้ยงต้อนรับโดยองค์กรที่เป็นมิตรในสหรัฐฯ ที่นครซานฟรานซิสโกของสหรัฐฯ วันที่ 15 พ.ย. 2023)

(แฟ้มภาพซินหัว : การแข่งขันปิงปองกระชับมิตรระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่มหาวิทยาลัยกีฬาเซี่ยงไฮ้ในเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน วันที่ 13 เม.ย. 2026)

(แฟ้มภาพซินหัว : บรรยากาศภายนอกสถานที่จัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค ครั้งที่ 1 ปี 2026 ในเมืองกว่างโจว มณฑลกว่างตงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 10 ก.พ. 2026)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...