โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

4 อาหารอุดมซีลีเนียม แร่ธาตุที่ถูกยกเป็น "ราชาต้านมะเร็ง" ร่างกายสร้างเองไม่ได้

sanook.com

เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
4 อาหารอุดมซีลีเนียม แร่ธาตุที่เป็น

4 อาหารอุดมซีลีเนียม แร่ธาตุที่เป็น "ราชาต้านมะเร็ง" ร่างกายสร้างเองไม่ได้ วัตถุดิบง่ายๆ คู่ครัว แต่ต้องกินให้ถูกหลัก

องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ ซีลีเนียม เป็นหนึ่งในแร่ธาตุจำเป็นที่ร่างกายขาดไม่ได้ นักวิทยาศาสตร์เรียกมันว่า "ธาตุแห่งชีวิต" และ "ราชาแห่งการต้านมะเร็ง" แต่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะนึกถึงแต่แคลเซียม โปรตีน หรือวิตามินซี จนลืมแร่ธาตุสำคัญตัวนี้ไป

ทำไมยิ่งอายุมาก ยิ่งต้องเติมซีลีเนียม?

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ตับขับพิษได้แย่ลง ภูมิคุ้มกันถดถอย และร่างกายมีอนุมูลอิสระมากขึ้น ซีลีเนียมจะเข้ามาช่วยใน 3 ด้านหลัก:

  • บำรุงตับ: ช่วยตับย่อยสลายสารพิษ ลดภาระของตับ ป้องกันไขมันพอกตับและตับอักเสบ

  • เสริมภูมิคุ้มกัน: กระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวให้แข็งแรง ช่วยให้เจ็บป่วยน้อยลง

  • ต้านอนุมูลอิสระ: เปรียบเสมือนการ "กันสนิม" ให้ร่างกาย ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์และโรคเรื้อรัง

ประเด็นสำคัญ: ร่างกายสังเคราะห์ซีลีเนียมเองไม่ได้ ต้องรับผ่านอาหารเท่านั้น แต่เนื่องจากดินในหลายพื้นที่ขาดแร่ธาตุนี้ พืชผักที่ปลูกจึงมีซีลีเนียมต่ำ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ผู้สูงอายุ "ตั้งใจ" กินอาหารที่มีซีลีเนียมสูงเป็นพิเศษ

4 สุดยอดอาหาร "ซีลีเนียมสูง" หาง่าย ราคาประหยัด

1. เห็ดชนิดต่างๆ (แหล่งซีลีเนียมจากพืช)

เห็ดหอม เห็ดนางฟ้า หรือเห็ดออรินจิ เป็นแหล่งซีลีเนียมตามธรรมชาติที่ร่างกายดูดซึมได้ดี รสชาติอร่อย ย่อยง่าย

  • เมนูแนะนำ: ผัดเห็ดหอมใส่ผักน้ำมันหอย, แกงจืดเห็ด, หรือใส่เห็ดในบะหมี่ตอนเช้า

  • ข้อควรระวัง: ผู้ที่มีกรดยูริกสูงหรือเป็นเก๊าท์ควรทานแต่พอดี และต้องปรุงให้สุกเสมอ

2. ไข่ไก่ (วันละฟอง ได้ประโยชน์ล้น)

ไข่ไก่ 1 ฟอง มีซีลีเนียมประมาณ 15-20 ไมโครกรัม (เกือบ 1 ใน 3 ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน) และเป็นซีลีเนียมแบบออร์แกนิกที่ร่างกายดูดซึมได้สูงกว่าพืช

  • เคล็ดลับ: "อย่าทิ้งไข่แดง" เพราะซีลีเนียมส่วนใหญ่อยู่ในไข่แดง ไข่ต้มเป็นวิธีที่ง่ายและได้สารอาหารครบถ้วนที่สุด

3. เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และเครื่องในสัตว์

เครื่องในอย่างตับหมูหรือเซี่ยงจี๊ คือ "ขุมทรัพย์ซีลีเนียม" (มีสูงกว่าเนื้อทั่วไปหลายเท่า)

  • วิธีกินให้พอดี: ทานเครื่องในสัปดาห์ละครั้ง ครั้งละประมาณ 50 กรัม เพื่อเลี่ยงคอเลสเตอรอลสูง หากไม่ชอบเครื่องใน ให้ทานเนื้อแดงไม่ติดมัน (สันในหมูหรือเนื้อวัว) วันละนิดก็เพียงพอแล้ว

4. ถั่วและธัญพืช

นอกจากอัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือวอลนัทแล้ว ถั่วลิสงบ้านเราก็มีซีลีเนียมดีเช่นกัน

  • วิธีกิน: ทานวันละ 1 กำมือ (20-30 กรัม) เป็นของว่าง ช่วยเติมไขมันดีและวิตามินอีให้หลอดเลือดหัวใจ

  • ข้อควรระวัง: เลือกแบบรสธรรมชาติ ไม่เคลือบน้ำตาลหรือเกลือ

2 เคล็ดลับ เพื่อการดูดซึมที่ดีที่สุด

  • จับคู่กับวิตามินอี: ซีลีเนียมและวิตามินอีคือ "คู่หูทองคำ" (เช่น กินไข่คู่กับผักใบเขียว หรือเห็ดคู่กับน้ำมันพืช) จะช่วยให้ซีลีเนียมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

  • ทางสายกลาง: ปริมาณที่แนะนำคือ 60 ไมโครกรัมต่อวัน (ไม่เกิน 400 ไมโครกรัม) การทานจากอาหารธรรมชาติมักไม่เกินขนาด แต่หากทานอาหารเสริมต้องระวัง เพราะถ้ามากเกินไปอาจทำให้ผมร่วงหรือเล็บเปราะได้

ร่างกายในวัยสูงอายุเปรียบเหมือนเครื่องจักรที่ใช้งานมานาน ไม่ต้องการการซ่อมใหญ่ที่รุนแรง แต่ต้องการ "น้ำมันหล่อลื่น" ที่ดี ซีลีเนียมคือสิ่งนั้น เพียงเลือกทานอาหารเหล่านี้สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ก็เปรียบเสมือนการดูแลตับและภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง พร้อมเป็นเสาหลักของบ้านไปอีกนานครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...