โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ธงธรรม’ เผยมาตรการ CBAM-EUDR ของยุโรปเปลี่ยนกติกาส่งออก ผู้ผลิตเหล็ก-ยางต้องพร้อมพิสูจน์ที่มาของสินค้า

เดลินิวส์

อัพเดต 23 เมษายน 2569 เวลา 1.40 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘ธงธรรม’ เผย มาตรการ CBAM-EUDR ของยุโรปเปลี่ยนกติกาส่งออก ผู้ผลิตเหล็ก-ยาง-กาแฟ ต้องพร้อมพิสูจน์ที่มาของสินค้า มองผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับโรงงานหรือผู้ส่งออก แต่ลงมาถึงเกษตรกรรายย่อยโดยตรง

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นายธงธรรม เวชยชัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรวาระการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระบุว่า กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปกำลังเปลี่ยนกติกาการค้าโลก และนี่คือทั้งความท้าทาย และโอกาสที่ผู้ประกอบการไทย เกษตรกร และ SME ต้องเตรียมรับมือตั้งแต่วันนี้

วันนี้การส่งออกไปยุโรปไม่ได้วัดแค่คุณภาพสินค้าอีกต่อไป แต่ต้องตอบได้ด้วยว่า สินค้านั้นผลิตมาอย่างไร ปล่อยคาร์บอนเท่าไร และมาจากแหล่งที่ไม่ทำลายป่าหรือไม่ โดยยกมาตรการสำคัญ 2 ฉบับของสหภาพยุโรปที่กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการไทย มาตรการแรกคือ CBAM หรือมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน ที่กำหนดให้สินค้านำเข้าต้องแบกรับต้นทุนคาร์บอนตามปริมาณที่ปล่อยจริงในกระบวนการผลิต ปัจจุบันราคาคาร์บอนอยู่ที่ประมาณ 70 ยูโรต่อตัน หากอุตสาหกรรมเหล็กไทยยังไม่ปรับกระบวนการผลิต เมื่อ CBAM บังคับใช้เต็มรูปแบบ ต้นทุนส่งออกจะเพิ่มขึ้นทันทีสูงถึง 5,000 บาทต่อตัน ในขณะที่คู่แข่งที่ปล่อยคาร์บอนน้อยกว่ายังขายได้ในราคาเดิม มาตรการที่สองคือ EUDR กฎหมายที่บังคับให้สินค้าทุกชิ้นที่วางขายในยุโรปต้องพิสูจน์ได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่าตลอดห่วงโซ่การผลิต

นายธงธรรม เน้นย้ำว่า ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับโรงงานหรือผู้ส่งออก แต่ลงมาถึงเกษตรกรรายย่อยโดยตรง เช่น ยางพาราไทย ที่วันนี้ผู้ส่งออกต้องสามารถบอกได้ว่ายางแต่ละก้อนมาจากแปลงไหน มีพิกัดหรือไม่ และพื้นที่นั้นเคยเป็นป่ามาก่อนหรือเปล่า ซึ่งสำหรับเกษตรกรรายย่อยส่วนใหญ่ที่ไม่มีระบบ GPS ไม่มีเอกสารรับรอง นั่นหมายความว่าต้นทุนการพิสูจน์ที่มาจะย้อนกลับมาตกที่ต้นน้ำของประเทศ เช่นเดียวกับ กาแฟไทย ที่กำลังเติบโตในตลาดระดับพรีเมียม วันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติอีกต่อไป แต่ต้องสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ตั้งแต่ไร่กาแฟจนถึงโรงคั่ว สำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก นี่คือการต้องสร้างระบบใหม่ทั้งหมดถ้าปรับทัน นี่คือโอกาส

นายธงธรรม ระบุว่า ปัญหาของผู้ประกอบการไทยในวันนี้ไม่ใช่การไม่รู้ แต่คือ “รู้ไม่เท่ากัน และพร้อมไม่เท่ากัน” รายใหญ่ติดขัดเรื่องต้นทุนและความคุ้มค่า ขณะที่ SME และเกษตรกรยังขาดทั้งความรู้ เงินทุน และระบบสนับสนุนจากภาครัฐ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนบทบาทจากการตั้งเป้าหมายลดคาร์บอน มาสู่การสร้าง ecosystem ที่ทำให้ผู้ประกอบการทุกระดับปรับตัวได้จริง ทั้งการสร้างระบบข้อมูลคาร์บอนระดับประเทศที่ SME และเกษตรกรเข้าถึงได้ มาตรการภาษีและสิทธิประโยชน์ที่จูงใจให้ลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด การใช้ภาครัฐเป็นตัวสร้างตลาดผ่านนโยบาย Green Procurement แหล่งเงินทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสำหรับผู้ที่ขาดทรัพยากร และการยกระดับบทบาทไทยในเวทีระหว่างประเทศ จากผู้รับกติกามาสู่ผู้มีส่วนกำหนดกติกา

“วันนี้โลกไม่ได้ถามแล้วว่าสินค้าของเราดีแค่ไหน แต่ถามว่าสินค้าของเราปล่อยคาร์บอนเท่าไหร่ และมาจากแหล่งผลิตแบบไหน มาจากป่าหรือไม่ ถ้าเราปรับไม่ทัน เราอาจแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้แข่ง แต่ถ้าเราปรับได้ทัน นี่จะเป็นโอกาสในการยกระดับผู้ประกอบการไทยทั้งระบบ โจทย์ของรัฐจึงไม่ใช่แค่การลดคาร์บอน แต่ต้องทำให้ผู้ประกอบการไทยอยู่รอด ปรับตัวได้ และแข่งขันได้ในโลกใหม่” นายธงธรรม กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...