โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ใครห้ามกิน?! เตือน 5 กลุ่มเสี่ยง "เนื้อวัว" ระวังกรดยูริกพุ่ง-โรคถามหา-เนื้องอกโตไม่รู้ตัว

sanook.com

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
สายเนื้อต้องเช็ก! 5 กลุ่มคนควรเลี่ยงกิน

ใครบ้างต้องระวัง? 5 กลุ่มคนที่ควรเลี่ยง "เนื้อวัว" กินมากไปอาจได้โทษมากกว่าได้บุญ

เนื้อวัว ถือเป็นวัตถุดิบยอดนิยมที่อุดมไปด้วยโปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินบี 12 แต่รู้หรือไม่ว่าสำหรับบางคน เนื้อแดงแสนอร่อยนี้อาจกลายเป็น "ยาพิษ" ที่ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างรุนแรงหากกินไม่ถูกวิธี หรือกินในปริมาณที่มากเกินไป

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเตือนว่า 5 กลุ่มคนต่อไปนี้ ควรจำกัดปริมาณการกินเนื้อวัวอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจตามมา:

1. ผู้ป่วยโรคเกาต์และโรคข้ออักเสบ

เนื้อวัวคือ "ศัตรูตัวฉกาจ" ของผู้ป่วยกลุ่มนี้ เนื่องจากมีสาร พิวรีน (Purine) สูงมาก ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นกรดยูริกในกระแสเลือด หากร่างกายขับออกไม่ทัน จะเกิดการตกผลึกตามข้อต่อ ทำให้เกิดอาการปวดบวมอย่างรุนแรงและอักเสบจนเดินลำบากได้เพียงแค่กินเข้าไปมื้อเดียว

2. ผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรคไต

โปรตีนจากเนื้อวัวสร้างภาระหนักให้ระบบกรองของไต กระบวนการย่อยสลายโปรตีนสัตว์จะเกิดของเสียประเภทไนโตรเจน ซึ่งไตต้องทำงานหนักเป็นพิเศษเพื่อขับออก สำหรับผู้ที่มีค่าไตผิดปกติ การกินเนื้อวัวจะทำให้โรคลุกลามเร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตชนิดแคลเซียมออกซาเลตอีกด้วย

3. ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงและโรคหัวใจ

แม้จะให้พลังงานสูง แต่เนื้อวัวมีคอเลสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวมากกว่าเนื้อสีขาว (เช่น ปลาหรือไก่) หากกินบ่อยจะทำให้ไขมันในเลือดพุ่งสูง เกิดคราบพลัคเกาะตามผนังหลอดเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดตีบตัน เป็นต้นเหตุของโรคความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรืออัมพฤกษ์อัมพาต

4. ผู้ป่วยเนื้องอกมดลูกและเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ผลการศึกษาพบว่าฮอร์โมนบางชนิดในเนื้อแดงอาจไปรบกวนสมดุลของเอสโตรเจนในผู้หญิง ซึ่งจะเข้าไปกระตุ้นให้เนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้น นอกจากนี้เนื้อวัวยังกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย ทำให้ผู้ที่มีปัญหาเรื่องมดลูกมีอาการปวดท้องหรือรู้สึกไม่สบายตัวรุนแรงกว่าปกติ

5. ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารไม่ดีหรือท้องผูกเรื้อรัง

ด้วยเส้นใยที่เหนียวและโปรตีนที่หนาแน่น ร่างกายต้องใช้เวลาถึง 3-4 ชั่วโมงในการย่อยเนื้อวัว หากเป็นผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือคนที่มีปัญหาลำไส้ การกินเนื้อวัวบ่อยๆ จะทำให้เกิดอาการท้องอืด แน่นท้อง และทำให้อาการท้องผูกเรื้อรังแย่ลงกว่าเดิม

คำแนะนำในการรับประทาน:

สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่กล่าวมา ควรเปลี่ยนไปรับประทานโปรตีนที่ย่อยง่ายกว่า เช่น ปลา อกไก่ หรือโปรตีนจากพืช (ถั่วต่างๆ) หากยังต้องการทานเนื้อวัว:

  • ควรทานในปริมาณน้อยมาก (ไม่ควรเกิน 50 กรัมต่อสัปดาห์)

  • ควรปรุงด้วยวิธีการ ตุ๋นหรือเคี่ยวให้นุ่ม เพื่อช่วยลดภาระของระบบย่อยอาหาร

เนื้อวัวมีประโยชน์มากมายหากรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ แต่สำหรับ 5 กลุ่มเสี่ยงข้างต้น การ 'เลี่ยงได้เลี่ยง' หรือจำกัดปริมาณให้เหมาะสมคือทางออกที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้โรคประจำตัวกำเริบจนสายเกินแก้ อย่าลืมสังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกายและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองในทุกมื้ออาหาร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...