โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

โดนทั้งคู่ ตร.แจ้งข้อหาอดีตผู้บริหารค่ายมือถือชนแล้วหนี จ่อเอาผิดคู่กรณีทำร้ายร่างกาย

Khaosod

อัพเดต 13 พ.ค. เวลา 12.19 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 12.19 น.

โดนทั้งคู่ ตร.แจ้งข้อหาอดีตผู้บริหารเครือข่ายมือถือชนแล้วหนี แม้เจ้าตัวจะบอกว่าไปผิดสน.ก็ตาม พร้อมเตรียมพิจารณาเอาผิด ข้อหาทำร้ายร่างกายฝั่งคู่กรณีด้วย ยืนยันไม่เข้าข้างใคร

จากกรณีที่นายเอกลักษณ์ พ่อค้าออนไลน์ ผู้เสียหายได้นำหลักฐานคลิปวีดีโอ เข้าร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอด ว่าถูกคู่กรณี ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารค่ายมือถือ ขับรถยนต์กระบะชนท้าย ก่อนขับรถหลบหนี เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 ม.ค. ซึ่งเมื่อช่วงบ่ายนายสหรัฐส์ อายุ 55 ปี อดีตผู้บริหารค่ายมือถือดังได้เข้าพบ ตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 13 พ.ค.2569 พ.ต.ท.นุสรณ์ กฤติยะโชติ รอง ผกก.(สอบสวน) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว เปิดเผยว่า ในวันนี้เป็นการเชิญให้ฝ่ายคนชน หรืออดีตผู้บริหารค่ายมือถือมารับทราบข้อหา ในความผิดฐาน ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหาย และข้อหาชนแล้วหนี

ซึ่งเป็นการเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหา หลังจากที่ผ่านมาได้นัดหมายให้คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุยไกล่เกลี่ยหลายครั้ง โดยเรียกเจรจาครั้งแรกวันที่ 27 มี.ค. แต่ไม่สำเร็จเพราะต่างฝ่ายต่างผิดนัด รวมทั้งบางนัดก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ทำให้คดีเกิดความล่าช้า ส่วนที่มีการเชิญให้มาแจ้งข้อกล่าวหาในวันนี้นั้น เป็นการนัดหมายเอาไว้นานแล้ว เพียงแต่ว่าบังเอิญมาเป็นประเด็นข่าวเมื่อวานนี้ หลังจากที่ผู้เสียหายได้ไปร้องเพจสายไหมต้องรอด

สำหรับประเด็นที่ คนชนอ้างว่าไปผิดสถานีตำรวจถึง 3 วันก่อนค่อยมาที่ สน.ลาดพร้าว นั้น เบื้องต้นฝ่ายคนชนอ้างว่าไม่มีเจตนาจะหลบหนี เพียงแต่ว่าเช้าวันรุ่งขึ้นหลังเกิดเหตุ ได้เดินทางไปที่ สน.โคกคราม ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดและไปผิดท้องที่ แล้วหลังจากนั้นอีก 3 วันต่อมาถึงค่อยมารายงานตัวกับพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว เพราะมารู้ที่หลังว่าเป็นท้องที่ที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นที่ปรากฏในคลิป ต้องสงสัยว่าคนชนนั้นเมาแล้วขับหรือไม่นั้น ยอมรับว่าผ่านมาแล้วหลายเดือน ไม่สามารถที่จะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายได้แล้ว ซึ่งการแจ้งข้อกล่าวหาเมาแล้วขับนั้น ต้องมีพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ คือ ปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายประกอบสำนวน ซึ่งไม่มีหลักฐานส่วนนี้ ก็ไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหามาแล้วขับได้

แต่จากพฤติการณ์ที่ชนแล้วหนี ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก็สามารถมาเอาผิดกับคนชนได้เช่นกัน ทั้งนี้ไม่อาจทราบเจตนาในใจของฝั่งคนชนได้ว่า ที่หายไป 3 วัน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายหรือไม่ แต่ผิดในข้อหาชนแล้วหนีอยู่แล้ว

ส่วนคดีทำร้ายร่างกายนั้น เป็นคดีที่ฝั่งคนชนได้แจ้งความกลับฝั่งผู้ถูกชนว่า มีการทำร้ายร่างกาย ซึ่งฝั่งคนชนอ้างว่ามีพยานหลักฐานเป็นกล้องหน้ารถของตัวเอง และคลิปวีดีโอของคนถูกชน รวมทั้งได้นำพยานหลักฐาน เป็นใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลที่ตรวจร่างกาย หลังเกิดเหตุมายืนยันกับพนักงานสอบสวน

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ขั้นตอนทางกฎหมายแล้ว ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลเป็นเพียงแค่ประกอบการรักษา เพื่อลาหยุดงาน ไม่สามารถนำมาใช้ประกอบสำนวนคดีการทำร้ายร่างกายได้ ต้องเป็นใบรับรองแพทย์จากแพทย์นิติเวชเท่านั้น ดังนั้นฝ่ายคนชนจะต้องไปตรวจร่างกายกับแพทย์นิติเวช เพื่อให้ได้ใบรับรองแพทย์มาเป็นพยานหลักฐาน ในการดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกาย เบื้องต้นจึงยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาฝั่งคนถูกชนในเรื่องทำร้ายร่างกาย

ทั้งนี้แม้ว่าเวลาจะผ่านไปแล้วหลายเดือน ทางแพทย์นิติเวชก็สามารถนำข้อมูลการรักษาจากเวชระเบียนของแพทย์ผู้ทำการรักษาคนชน มาพิเคราะห์และออกใบรับรองแพทย์นิติเวชให้ได้

สำหรับประเด็นที่ผู้ถูกชนเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวน 170,000 บาท บาทนั้น ส่วนตรงนี้เป็นประเด็นทางแพ่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับคู่กรณีจะเรียกค่าเสียหายและประเมินจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง หากเจรจากันไม่เป็นผล ก็ค่อยดำเนินการขึ้นศาลแพ่งต่อไป

ส่วนที่ฝั่งคนถูกชน ติดใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่พูดชี้นำการเจรจานั้น เปิดเผยว่าในการเจรจาไม่เคยมีการชี้ช่องแต่อย่างใด เพียงแต่อธิบายให้คนถูกชนเข้าใจว่า ถ้าฝั่งคนชนได้มาพบกับตำรวจในคืนนั้น หรือมาแจ้งว่าไปขับรถชนคนอื่นมา ก็จะไม่ผิดเรื่องชนแล้วหนี แต่ในเมื่อไม่มาพบตำรวจในคืนนั้น ก็จะมีความผิดฐานชนแล้วหนี มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือนปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะเดียวกัน ทางตำรวจก็ไม่ได้มีการลำเอียง หรือเข้าข้างฝั่งใดฝั่งหนึ่ง โดยเฉพาะที่สงสัยว่าจะเข้าข้างฝั่งคนชน ที่เป็นถึงอดีตผู้บริหารค่ายมือถือหรือไม่ แล้วก็เป็นฝั่งคนชนที่ไม่ได้มาตามนัดด้วยซ้ำ จนต้องออกหมายเรียก จึงยืนยันว่าคดีนี้ไม่มีการช่วยเหลือทางคดีกับใครแต่อย่างใด พร้อมให้ความเป็นธรรมกันทุกฝ่าย

พร้อมทั้งยืนยันว่า ฝั่งคนชนไม่ได้เป็นเพื่อนกับสารวัตร สน.ลาดพร้าว ตามที่ฝ่ายถูกชนเข้าใจ ซึ่งได้มีการสอบถามสารวัตรนายดังกล่าวแล้ว ยืนยันว่าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่อาจจะเป็นการเข้าใจผิดจากการที่สารวัตรนายนี้มักจะยิ้มแย้มเวลาพูดคุยกับทุกคน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของข้าราชการตำรวจที่มีอัธยาศัยดีกับประชาชน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โดนทั้งคู่ ตร.แจ้งข้อหาอดีตผู้บริหารค่ายมือถือชนแล้วหนี จ่อเอาผิดคู่กรณีทำร้ายร่างกาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...