โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐกู้อุ้มราคาน้ำมัน 4 หมื่นล้าน เพิ่มเพดานดีเซล 33 บาท/ลิตร อสังหาอั้นราคาบ้าน 6 เดือน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กองทุนแบกดีเซลเกิน 20 บาท/ลิตร รองนายกฯชี้เล็งกู้เงินลอตแรก 4 หมื่นล้านอุ้มกองทุน ให้ทำใจราคาน้ำมันทุกชนิดปรับขึ้น แต่ทยอยปรับครั้งละไม่ถึง 1 บาท/ลิตร อั้นดีเซลไม่เกิน 33 บาท รมว.พลังงานเผยน้ำมันหมดปั๊มเพราะแห่เติมมากผิดปกติ KKP ชี้สินค้าโดมิโนขึ้นราคา ธุรกิจอสังหายักษ์ใหญ่ตั้งรับ อั้นราคาบ้านได้เต็มที่ 6 เดือน พาณิชย์ถกเข้มคุมราคาสินค้า ภาคการเงินเชื่อหากน้ำมันแพงยืดเยื้อ GDP ไทยอาจโตแค่ 0.7% เงินเฟ้อพุ่ง 2% ส่วนราคาเหล็ก-ปุ๋ยทยอยปรับขึ้นแล้ว

กบน.แบกดีเซล 20.36 บาท

ความคืบหน้าสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกและประเทศไทย ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม กระทรวงพลังงานแจ้งว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้ออกประกาศอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย อัตราเงินคืนกองทุน และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569 โดยชดเชยน้ำมันดีเซล ที่ 20.36 บาท/ลิตร ขณะที่แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ชดเชยที่ 9.73 บาท/ลิตร ส่วน E20 ชดเชย 11.06 บาท/ลิตรขณะที่สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 15 มีนาคม 2569 ติดลบอยู่ที่ 12,605 ล้านบาท

ขยับเพดานดีเซล 33 บาท

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงราคาน้ำมันดีเซล ภายหลังครบกำหนดการตรึงราคา 15 วัน ในวันที่ 17 มีนาคม 2569 ว่า บอกได้ว่าวันที่ 18 มีนาคม จะขยับราคาทั้งเบนซินและดีเซล แต่ยืนยันว่าจะขยับเพียงหลักสตางค์ไม่ถึงบาท โดยจะอั้นราคาดีเซลไว้ไม่เกิน 33 บาท/ลิตร

ส่วนของกองทุนน้ำมันฯขณะนี้ติดลบอยู่ที่กว่า 12,000 ล้านบาท และหารือกันว่ากองทุนน้ำมันฯจะติดลบกว่า 40,000 ล้านบาทไม่ได้ เพราะฉะนั้น ต้องหาวิธีการแก้ไข ซึ่งตอนนี้ต้องรอให้รัฐบาลใหม่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา กระทรวงการคลังถึงจะเซ็นค้ำประกันได้ เพราะการกู้เงินขณะนี้เท่าที่พูดคุยธนาคารกรุงไทยกับธนาคารออมสิน น่าจะสามารถกู้ได้ประมาณ4 หมื่นกว่าล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากมากกว่านั้นต้องให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน แต่หากรัฐบาลใหม่มาไม่ทัน รัฐบาลรักษาการขณะนี้ต้องทำเรื่องไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ยกเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษที่เป็นเหตุสุดวิสัยจริง ๆ

น้ำมันมีเพียงพอถึง 100 วัน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน กล่าวถึงการพิจารณาแนวทางตรึงราคาน้ำมันต่อไปหรือไม่ว่า จะหารือเรื่องนี้ในที่ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) รวมถึงการใช้เงินกองทุนน้ำมันฯเข้ามาช่วยอุดหนุน ส่วนจะตรึงไปอีกกี่วันและเรื่องอื่นต้องหารือในที่ประชุมก่อน

กระทรวงพลังงานเชิญผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน ผู้ค้าน้ำมัน หารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ขอย้ำว่าปริมาณน้ำมันที่จะใช้ในประเทศยังมีเพียงพอถึง 100 วัน และยังดูน้ำมันจากแหล่งอื่น ทั้งจากอเมริกา แอฟริกา

ผ่อนผันรถน้ำมันวิ่งเวลาห้าม

ส่วนปัญหาที่เกิดน้ำมันขาดแคลนบางช่วงเวลา เกิดมาจากการขนส่ง ซึ่งน้ำมันเป็นสินค้าควบคุมและเรื่องของความปลอดภัย รถที่ใช้ขนส่งต้องมีลักษณะเฉพาะ แต่เมื่อประชาชนแตกตื่นไปเติมน้ำมันส่งผลให้ยอดขายเพิ่ม 2 เท่า ทำให้เกิดปัญหาจัดส่งน้ำมันไม่ทัน ในเรื่องนี้โรงกลั่นให้ความร่วมมือเดินเครื่อง 100 เปอร์เซ็นต์ หากทำได้มากกว่านั้นก็ขอความร่วมมือให้ทำเพิ่ม ส่วนผู้ค้าน้ำมันให้เปิดเดินงานกระจายน้ำมัน 24 ชั่วโมง ไปยังสถานีบริการเป็นเวลา 7 วัน

สำหรับปัญหาเรื่องรถขนส่งที่ติดขัดเรื่องการจำกัดเวลาวิ่งรถ กระทรวงพลังงาน ขอความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม ผู้ว่าฯ กทม. ผ่อนปรนเฉพาะรถบรรทุกน้ำมัน เรื่องช่วงเวลาในการวิ่งในบางพื้นที่ ไปเติมน้ำมันจากคลัง เพื่อสามารถกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

เมื่อถามว่า เงินกองทุนน้ำมันฯจะสามารถใช้อุดหนุนได้นานแค่ไหน รมว.พลังงานกล่าวว่า ยังใช้ตัวเลขเดิมที่เคยติดลบกว่าแสนล้าน และเงินในกองทุนอยู่ในแดนลบแต่ยังไม่ถึงแสนล้านบาท โดยจะหารือในที่ประชุม ศบก.ว่าจะตรึงราคาอย่างไร ย้ำว่าจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯช่วยบริหารจัดการได้อยู่

เผยแห่เติมดีเซลสูงผิดปกติ

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมันทั้งหมด 6 แห่ง กำลังผลิตวันละอยู่ที่ 175 ล้านลิตร ซึ่งในแต่ละวันจะมีการนำน้ำมันดิบ 175 ล้านลิตร กลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปได้น้ำมันเบนซินประมาณ 32-33 ล้านลิตรต่อวัน เป็นน้ำมันดีเซล 75-80 ล้านลิตรต่อวัน เป็นน้ำมันเครื่องบินประมาณ 25 ล้านลิตร เป็นน้ำมันเตา 13 ล้านลิตร และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจี ประมาณ 6-7 ล้านกิโลกรัม

“ยอมรับว่าบางช่วงบางวันที่ผ่านมาที่สถานีบริการน้ำมันมีความต้องการใช้น้ำมันดีเซล 90-120 ล้านลิตร เกินกว่ากำลังการผลิต แสดงให้เห็นว่าเกิดความตื่นตระหนก ดังนั้นหากเรากลับสู่ภาวะปกติที่ประเทศไทยจะใช้ดีเซลไม่เกินวันละ 70 ล้านลิตร ทุกอย่างก็จะเข้าสู่ภาวะปกติและมีกำลังการกลั่นที่เพียงพอ”

พาณิชย์คุมเข้มราคาสินค้า

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการดูแลราคาสินค้าว่า ถ้าจะขึ้นราคา กระทรวงพาณิชย์ต้องดูความถูกต้อง ซึ่งมีมาตรการที่ทำร่วมกัน เช่น กระทรวงมหาดไทย รวมถึงพาณิชย์จังหวัด พลังงานจังหวัดและพาณิชย์จังหวัดที่จะต้องลงพื้นที่ไปดูแล หากมีสินค้าควบคุมที่มีการขึ้นราคาเกินกว่ากำหนดจะต้องมีมาตรการที่ต้องไปดูแล สามารถชี้เป้าได้เลยผ่านสายด่วนพาณิชย์ 1569

ปัจจุบันสินค้าควบคุมของกระทรวงพาณิชย์มีอยู่ 59 ประเภท เช่น สินค้าบริโภค บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นม ขณะที่สินค้า เช่น ราคาน้ำมัน ทางกระทรวงพาณิชย์ไม่ใช่ผู้กำหนดราคา แต่เป็นหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปดูแลว่ามีการปรับขึ้นราคาเกินกว่ากำหนดหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดการกักตุน แต่ขณะนี้ราคาพลังงานยังไม่ได้ขึ้น แต่อาจเป็นการตื่นตระหนกของประชาชน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพลังงาน ต้องไปดูแลในเรื่องนี้

คุยอิหร่านปล่อยผ่านเรือไทย

มุมเรื่องการดูแลหากมีการขยับตัวขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และทั่วโลกกำลังเป็นเช่นนั้น ต้องไปพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลในการปรับขึ้นราคาสินค้า รวมถึงมาตรการเยียวยาที่จะต้องมีตามมา ผู้ประกอบการและประชาชนต้องอยู่ได้ ต้องเดินร่วมกันไปทั้งระบบ การกดราคาผู้ประกอบการมากเกินไปจนเขาอยู่ไม่ได้ จะส่งผลเรื่องการจ้างงาน ดังนั้นมาตรการต้องดูแลควบคุมทั้งระบบ

นางศุภจีกล่าวย้ำว่า ที่ผ่านมามีการพูดคุยกับผู้ประกอบการให้ดูแลอย่างใกล้ชิด รวมถึงสต๊อกสินค้าที่ขาดไป โดยเฉพาะเรื่องของบรรจุภัณฑ์เพื่อช่วยกันหาแหล่ง เพราะปัจจุบันแหล่งซื้อเม็ดพลาสติกอยู่ที่ตะวันออกกลาง ได้มีการขอให้กระทรวงการต่างประเทศเจรจากับทางอิหร่าน เพื่อเปิดให้เรือสินค้าไทยนำสินค้าออกมา ซึ่งไม่ใช่สินค้าที่เป็นอันตราย แต่เป็นสินค้าที่ต้องซื้ออยู่แล้ว แต่ขณะนี้ทางอิหร่านยังไม่ได้ให้คำตอบมา

เหล็กเส้นขึ้นราคาแล้ว 5-7%

นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) เปิดเผย“ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เหล็กจำเป็นที่ต้องมีการปรับขึ้นราคาสินค้าประมาณ 5-7% และเริ่มขยับราคาไปแล้ว เนื่องจากต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่งที่สูงขึ้น ดังนั้นเราจะซื้อเหล็กเส้นในราคาที่ประมาณ 19.25 บาท/กก. จากเดิมราคาอยู่ที่ 18 บาท/กก. ซึ่งแน่นอนว่ามันจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังต้นทุนภาคการก่อสร้าง

นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนและธุรกิจภายใต้ SSI Operating Company กล่าวว่า จากการรายงานของผู้ค้าน้ำมันเตาส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะมีผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าแน่นอน

แต่เนื่องด้วยเหล็กเป็นสินค้าควบคุมภายใต้กฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ การจะขึ้นราคาต้องเสนอโครงสร้างต้นทุน แต่ทั้งนี้ เอกชนก็ยังอยู่ระดับโครงสร้างเดิมอยู่ เพราะราคาน้ำมันเตายังไม่ขึ้น แต่จากนี้ก็ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป

“ผู้ผลิตเหล็กจะเจรจาเรื่องราคาพลังงานและซัพพลายเออร์วัตถุดิบ ซึ่งเป็นราคาของเดือนเมษายน ซึ่งน่าจะทราบผลภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้”

ดังนั้นภาคเอกชนมองว่าหากจำเป็นจะต้องปรับราคาพลังงาน ต้องการให้ทยอยขึ้นราคาเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมบริหารต้นทุนการผลิตได้ รวมถึงการดูแลเรื่องของภาคขนส่ง เพราะต้องยอมรับว่าในระยะสั้น เรื่องของต้นทุนภาคขนส่งเป็นสิ่งสำคัญที่กระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการในตอนนี้

อ้างขนส่งยาก-ปุ๋ยขึ้นราคา

นายธรรมรัฐ พิทักษ์สันติสุข กรรมการผู้จัดการ หจก.ชัยพฤกษ์ อโกรเทค อ.ขลุง จ.จันทบุรี กล่าวว่า ตอนนี้จำเป็นต้องปรับขึ้นราคาปุ๋ย เพราะจ้างรถไปรับปุ๋ยที่โรงงาน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยขึ้นในอัตรา 380-400 บาท/ตัน รอคิวนาน 3 วัน ทำให้ต้องเสียค่ารถและคนขับคืนละ 1,000 บาท ถ้าสงครามยืดเยื้อ ขนส่งไม่ได้ บางบริษัทอาจลดกำลังผลิตและจำกัดลดโควตาร้านจำหน่าย

นายวิสุทธิ์ นพพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จันทบุรีคลังเกษตร จ.จันทบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ซื้อปุ๋ยกักตุนสูตร 46-0-0 ที่เร่งการเติบโต ทำให้ปรับราคาขึ้นจากกระสอบละ 840 บาท เป็น 900-1,000 บาท ตอนนี้ทางร้านชะลอการสั่งซื้อสินค้าลอตใหม่ เพราะราคามีความผันผวน หากสถานการณ์สู้รบยาวอาจต้องสั่งปุ๋ยจากจีน รัสเซีย และอื่น ๆ ทดแทน

ขอรัฐผ่อนปรนภาษีนำเข้าวัตถุดิบ

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์อาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ได้เชิญภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาตะวันออกกลางเข้าร่วมหารือ โดยเฉพาะประเด็นราคาน้ำมันที่มีผลต่อราคาวัตถุดิบ เม็ดพลาสติก ที่จะมีผลต่อต้นทุนในการผลิตสินค้าและการส่งออก คิดเป็นสัดส่วน 10-50% ของต้นทุนสินค้า

ปัจจุบันจากการรายงานของผู้ประกอบการเม็ดพลาสติก ประเมินว่าสต๊อกเดิมจำหน่ายได้ประมาณ 15-20 วัน เนื่องจากที่ผ่านมาส่วนใหญ่ไม่ได้สต๊อกสินค้าไว้เยอะ แต่จากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งจัดหาวัตถุดิบ เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า ต้องยอมรับว่าแนวโน้มราคาจะสูงขึ้น

อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนสรุปข้อเสนอเบื้องต้นต่อที่ประชุมให้กับรัฐบาลในการดำเนินการต่อไป เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและภาคเอกชน อาทิ ผ่อนปรนภาษีนำเข้าวัตถุดิบสำคัญชั่วคราว ที่จะเสียภาษีเฉลี่ยอัตรา 3-5% เพื่อให้มีการนำเข้าจากแหล่งใหม่ ๆ ขอให้รัฐช่วยเหลือค่าใช้จ่ายการเปลี่ยนท่าเรือขนส่งสินค้า ขอให้ควบคุมราคาขนส่งทั้งกระบวนการ ที่จะมีต้นทุนสูงขึ้นทุกขั้นตอน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องการส่งออก

KKP ชี้กระทบ GDP-เงินเฟ้อ

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสุทธิสูงถึงประมาณ 6.5% ของ GDP ซึ่งสูงที่สุดในภูมิภาค ส่งผลให้เมื่อราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น ไทยจะได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศอื่น หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือลุกลามกลายเป็นสงครามภูมิภาค และราคาน้ำมันค้างสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาด หรือเกิดภาวะขาดแคลนพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ (เช่น ปุ๋ย) ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยก็จะรุนแรงขึ้น

KKP Research ประเมินว่า ในกรณีที่ราคาน้ำมันดิบค้างสูงกว่าระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 เดือน มีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยเชิงเทคนิค โดยจะขยายตัวต่ำกว่า 0.7% และอัตราเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 2% ได้

แสนสิริจี้รัฐเร่งจัดการปัญหา

นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตอนนี้ประเทศไทยเหมือนคนป่วยเอเชียที่ป่วยหลายโรค ต้องรักษาทุกโรคไปพร้อมกัน สำหรับรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาต้องจัดการทั้งปัญหาระยะสั้น โดยเฉพาะเรื่องราคาน้ำมัน ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามว่าจะเดินหน้าอย่างไรในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า ส่วนระยะยาวคือการปรับโครงสร้างของประเทศ การจัดการคอร์รัปชั่น หน่วยงานข้าราชการจะผลักดันประเทศต่อไปอย่างไร ต้องมีการวางแผน 3-5 ปีข้างหน้า ยังไม่รู้ว่าประเทศไทยจะหายป่วยเมื่อใด แต่ยังมีความหวังว่าจะดีขึ้นสักวัน

ผลกระทบด้านสงครามตะวันออกกลาง คาดว่าราคาสินค้าจำเป็นน่าจะเพิ่มขึ้นเป็นอันดับแรก เช่น น้ำมัน ปุ๋ย ส่วนราคาบ้านอาจจะยื้อไว้ได้ 6-12 เดือน เนื่องจากผู้ประกอบการยังมีสินค้าคงค้างในสต๊อก สามารถล็อกราคาสินค้าอย่างน้อย 6 เดือน โดยสินค้าส่วนใหญ่ปีนี้ได้ล็อกราคาวัสดุไว้หมดแล้ว แต่ยังมีบางตัวที่ล็อกไม่ได้ เช่น เหล็ก ที่ล็อกราคาได้ประมาณ 3 เดือน หากมีการขึ้นราคาก็คงต้องซื้อแพง และเมื่อถึงจุดหนึ่งอาจส่งผ่านไปยังราคาบ้าน

ธุรกิจอาหารแนะสร้างเชื่อมั่น

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า สถานการณ์ราคาสินค้าปรับตัวขึ้นในขณะนี้นั้น เชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นความพยายามกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร เนื่องระยะเวลายังสั้นเกินกว่าจะเกิดผลกระทบ และไทยมีความมั่นคงทางอาหารสูงมากอยู่แล้ว ควรสามารถตรึงราคาได้อีกระยะหนึ่ง

อยากให้รัฐ-กระทรวงพาณิชย์เร่งกวดขันตรวจสอบและเปิดเผยสต๊อกสินค้าของซัพพลายเออร์ ให้สาธารณชนทราบเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ซึ่งจะช่วยตรึงราคาสินค้าต่าง ๆ ไว้ก่อน เพราะผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายเล็ก เช่น ร้านข้าวแกง สตรีตฟู้ด ซึ่งสายป่านสั้น เข้าถึงแหล่งทุนยาก จะได้รับผลกระทบจนต้องขึ้นราคา กระทบต่อเนื่องไปยังผู้บริโภคที่ต้องพึ่งพาร้านเหล่านี้ในชีวิตประจำวัน

“การตรึงค่าครองชีพเอาไว้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับในช่วงที่ผู้คนหารายได้เพิ่มได้ยากนี้ ขณะเดียวกันอยากให้รัฐบาลต่อยอดครัวไทยสู่ครัวโลก และความมั่นคงทางอาหาร สร้างดีลส่งออกอาหารไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ตามแนวคิดของนางศุภจี รมว.พาณิชย์ ที่ระบุว่าขณะนี้หลายประเทศในตะวันออกกลาง ต้องการสินค้าอาหารและวัตถุดิบเพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะอาหารและอาหารแปรรูป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัฐกู้อุ้มราคาน้ำมัน 4 หมื่นล้าน เพิ่มเพดานดีเซล 33 บาท/ลิตร อสังหาอั้นราคาบ้าน 6 เดือน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...