โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BWG ฟื้นชัดปันผลรอบ 6 ปี เชื้อเพลิงแทนถ่านหินฮอต

ทันหุ้น

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 15.10 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 19.30 น.

#BWG #ทันหุ้น –BWG รับเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรม SRF มาแรง หลังราคาถ่านหินขึ้น เป็นทางเลือกคุ้มระดับต้น จ่อขยายกำลังผลิตเพิ่มใน 6 เดือนเผยดีมานด์กำจัดขยะยังเพิ่มต่อเนื่อง มีโอกาสเข้าบริหารน้ำในดาต้าเซ็นเตอร์ มองผลงานปี 2569 ความสามารถทำกำไรสูงหลังหนี้สินลดลง เงินสดพรึ่บ รอยื่นลุยโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมอีก 100 เมกะวัตต์ ล่าสุดประกาศปันผลครั้งแรกรอบ 6 ปี

นางสาวณัฐพรรณ เหลืองวิริยะ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจและสื่อสารองค์กร บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า ปี 2569 ธุรกิจหลักของบริษัทคือ บริการบริหารและจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วภาคอุตสาหกรรม ยังมีแนวโน้มการเติบโตตามการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ในขณะที่ความใส่ใจการกำจัดของเสียอย่างถูกต้องเป็นระบบมีมากขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งนอกเหนือจากภาคอุตสาหกรรมหนัก บริษัทยังมองหาโอกาสในการจัดการทรัพยากรให้กับกลุ่ม Data Center เช่น การบริหารจัดการน้ำให้หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่

ทั้งนี้บริษัทได้เพิ่มศักยภาพการทำกำไรด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่ม(Added Value) ให้กับขยะก่อนนำลงหลุมฝังกลบ ส่งผลให้มีมาร์จิ้นที่ดี ขณะเดียวกันจากการขยายหลุมฝังกลบ ทำให้บริษัทมีต้นทุนที่ต่ำลง ปัจจุบันมีค่าจัดการขยะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ2,000 บาทต่อตัน ขณะที่ต้นทุนการจัดการอยู่ที่เพียง 300-400 บาทต่อตันเท่านั้น นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายสาขาในรูปแบบ “Circular Hub” เพื่อรวบรวมขยะในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะช่วยลดค่าขนส่งให้กับลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ

@ SRF ขาขึ้น-เคลียร์หนี้สบายตัว

ทั้งนี้ BWG ไม่ได้มีรายได้เพียงแค่รับขยะมาฝังกลบ แต่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มโดยเฉพาะการดำเนินการธุรกิจผลิตเชื้อเพลิงขยะ (SRF) มียอดคำสั่งซื้อเติบโตอย่างก้าวกระโดดตามทิศทางราคาถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ SRF กลายเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่ราคาถูกมากกว่าถ่านครึ่งหนึ่ง และเป็นที่ต้องการของโรงปูนและโรงเหล็ก โดยยอมรับว่าราคา SRF ก็มีแนวโน้มขึ้นตามราคาถ่านหินเช่นเดียวกัน บริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้นภายใน 6 เดือนข้างหน้า

“หากไม่นับพลังงานนิวเคลียร์ ปัจจุบันถือเป็น SRF เชื้อเพลิงที่ราคาถูกที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับค่าความร้อน ทำให้เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม และยังตอบโจทย์ประโยชน์ทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อม ขณะนี้บริษัทใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 80-90% และมีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมเพื่อรองรับปริมาณขยะที่มากกว่า 1,500 ตัน โดยคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการขยายประมาณ 6 เดือน”

นอกจากนี้จุดเปลี่ยนที่สำคัญของบริษัทคือการลดภาระหนี้สิน โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้นำเงินจากการขายโครงการโรงไฟฟ้าที่ยังไม่มีรายได้ มาเคลียร์หนี้ทั้งเงินกู้ธนาคารและหุ้นกู้ ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญราว 50% ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจในปีนี้มีความสบายตัว และเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากปัจจัยภายใน โดยปีนี้กำไรปกติมีโอกาสที่ดีขึ้นได้ สะท้อนจากผลประกอบการ 2 เดือนแรกของปี 2569 ที่กำไรปกติดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน

ปัจจุบันบริษัทมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินอย่างมาก อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E ต่ำมากเพียง 0.30 เท่า โดยมีกำไรเติบโตขึ้นประมาณเท่าตัวและมีกระแสเงินสด ในมือจำนวนมาก ทำให้ในช่วงนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุน สินทรัพย์โลกที่ราคาไม่แพง เพื่อต่อยอดธุรกิจในอนาคต

@รุกตลาดใหม่รับเทรนด์โลก

ในระยะยาว BWG ยังมองโอกาสในธุรกิจใหม่ๆ เช่น การรีไซเคิลซากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และการบริหารจัดการน้ำหมุนเวียนสำหรับกลุ่มData Center, รวมถึงจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (พ.ร.บ. โลกร้อน) ที่จะช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการหันมาใช้บริการจัดการขยะและเชื้อเพลิงสะอาดมากขึ้น ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้จะช่วยสนับสนุนให้ผลประกอบการของกลุ่ม BWG เติบโตอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้กลุ่มบริษัทยังมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมยื่นประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มเติมหากมีการประกาศเปิดประมูลออกมาในอนาคต ตามโควต้าโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมอีก100 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทมีความพร้อมและตั้งเป้าหมายจะเข้าประมูลทั้งหมด โดยมีจุดเด่นคือการมีปริมาณขยะในมือจำนวนมาก

@กลับมาปันผล

ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา0.0075 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้นกว่า 47.86 ล้านบาท ถือเป็นการกลับมาจ่ายปันผลในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี2562 สะท้อนความสำเร็จจากการปรับโครงสร้างธุรกิจมุ่งสู่ยุคแห่งการเติบโตอย่างยั่งยืน

และตลอดหลายปีที่ผ่านมา BWG ได้มุ่งลงทุนเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อม พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเชื้อเพลิงSRF และปรับโครงสร้างทางการเงินควบคู่กับการบริหารหนี้อย่างมีวินัย ส่งผลให้โครงสร้างเงินทุนมีความสมดุลมากขึ้น และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยระดับกระแสเงินสดอิสระเพียงพอและมีเสถียรภาพ บริษัทจึงอยู่ในสถานะที่สามารถพิจารณาคืนผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการรักษาความยืดหยุ่นทางการเงินเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว

ทั้งนี้ บริษัทกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 15 พฤษภาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) 18 พฤษภาคม 2569 และเตรียมโอนเงินปันผลเข้าบัญชีผู้ถือหุ้นในวันที่29 พฤษภาคม 2569

สอดคล้องกับ ทิศทางของบริษัทในกลุ่ม โดย บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETC ก็ประกาศแผนจ่ายเงินปันผลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เช่นกันอัตรา0.048 บาทต่อหุ้น และบริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) หรือ AKP ก็มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.046 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 0.009 บาทต่อหุ้นจากปีก่อนหน้า

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...