โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ปรับเกมรุกดึงตลาดใกล้

ไทยโพสต์

อัพเดต 19 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากวิกฤตในตะวันออกกลางที่ลุกลามส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมการบินทำให้ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงและข้อจำกัดด้านเที่ยวบินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวระยะไกลเริ่มชะลอการเดินทาง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ต้องเร่งปรับกลยุทธ์ หันมากระตุ้นตลาดในประเทศและ ตลาดระยะใกล้ (Short haul)มากขึ้น พร้อมผลักดันแนวคิดการท่องเที่ยวยั่งยืน ควบคู่กับการจัดกิจกรรมและเทศกาลขนาดใหญ่ เพื่อรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในภาพรวม

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เริ่มปรากฏสัญญาณชะลอตัว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจาก ตลาดระยะไกล (Long haul)ซึ่งได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านที่นั่งสายการบินและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในภูมิภาคตะวันออกกลาง

โดยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้พฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวระยะไกลมีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทย สะท้อนความเปราะบางของตลาดที่พึ่งพาการเดินทางระยะไกลในภาวะต้นทุนพลังงานผันผวน

ดังนั้นเพื่อลดผลกระทบ ททท.ได้เร่งปรับกลยุทธ์เชิงรุก โดยหันไปมุ่งเน้นตลาด นักท่องเที่ยวระยะใกล้ ที่มีศักยภาพสูง อาทิ จีน มาเลเซีย และอินเดีย ซึ่งยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดจีนที่ขยายตัวถึง 38% ในเดือนมีนาคมเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการทดแทนตลาดระยะไกลที่ชะลอตัว

ขณะเดียวกัน ททท.ยังให้ความสำคัญกับการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ผ่านแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” ภายใต้แนวคิด“เที่ยวใกล้บ้าน”ที่มุ่งส่งเสริมการเดินทาง โดย ระยะสั้น เน้นการท่องเที่ยวชุมชนและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พร้อมกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก

ส่วนในมิติการตลาดเชิงกิจกรรม ททท.เดินหน้าผลักดัน อีเวนต์และเทศกาลขนาดใหญ่ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเดินทาง โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายน ซึ่งถูกยกระดับสู่การเป็นงานระดับโลก ผ่านการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 และกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านศิลปวัฒนธรรมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ยังมีการกระจายกิจกรรมสงกรานต์ไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ อาทิ งานประเพณีท้องถิ่นและเทศกาลเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดสำคัญ ซึ่งช่วยสร้างสีสันและกระตุ้นการเดินทางในวงกว้าง

ในระยะยาว ประเทศไทยยังเตรียมยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางอีเวนต์ระดับโลก ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลดนตรีนานาชาติครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่จากตลาดระยะใกล้ และกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ

จะเห็นได้ว่าการปรับกลยุทธ์ของ ททท.ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการให้สอดคล้องกับบริบทของสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากประเทศไทยยังคงพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ท่ามกลางวิกฤตในภูมิภาคตะวันออกกลางกระทบทำให้เกิดความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น การเร่งกระตุ้นตลาดในประเทศและตลาดระยะใกล้ ควบคู่กับการใช้ศักยภาพของอีเวนต์ระดับโลก จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพ พร้อมทั้งวางรากฐานการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะต่อไป.

กัลยา ยืนยง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...