ปรับเกมรุกดึงตลาดใกล้
จากวิกฤตในตะวันออกกลางที่ลุกลามส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมการบินทำให้ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงและข้อจำกัดด้านเที่ยวบินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวระยะไกลเริ่มชะลอการเดินทาง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ต้องเร่งปรับกลยุทธ์ หันมากระตุ้นตลาดในประเทศและ ตลาดระยะใกล้ (Short haul)มากขึ้น พร้อมผลักดันแนวคิดการท่องเที่ยวยั่งยืน ควบคู่กับการจัดกิจกรรมและเทศกาลขนาดใหญ่ เพื่อรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในภาพรวม
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เริ่มปรากฏสัญญาณชะลอตัว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจาก ตลาดระยะไกล (Long haul)ซึ่งได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านที่นั่งสายการบินและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้พฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวระยะไกลมีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทย สะท้อนความเปราะบางของตลาดที่พึ่งพาการเดินทางระยะไกลในภาวะต้นทุนพลังงานผันผวน
ดังนั้นเพื่อลดผลกระทบ ททท.ได้เร่งปรับกลยุทธ์เชิงรุก โดยหันไปมุ่งเน้นตลาด นักท่องเที่ยวระยะใกล้ ที่มีศักยภาพสูง อาทิ จีน มาเลเซีย และอินเดีย ซึ่งยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดจีนที่ขยายตัวถึง 38% ในเดือนมีนาคมเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการทดแทนตลาดระยะไกลที่ชะลอตัว
ขณะเดียวกัน ททท.ยังให้ความสำคัญกับการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ผ่านแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” ภายใต้แนวคิด“เที่ยวใกล้บ้าน”ที่มุ่งส่งเสริมการเดินทาง โดย ระยะสั้น เน้นการท่องเที่ยวชุมชนและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พร้อมกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก
ส่วนในมิติการตลาดเชิงกิจกรรม ททท.เดินหน้าผลักดัน อีเวนต์และเทศกาลขนาดใหญ่ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเดินทาง โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายน ซึ่งถูกยกระดับสู่การเป็นงานระดับโลก ผ่านการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 และกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านศิลปวัฒนธรรมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ยังมีการกระจายกิจกรรมสงกรานต์ไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ อาทิ งานประเพณีท้องถิ่นและเทศกาลเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดสำคัญ ซึ่งช่วยสร้างสีสันและกระตุ้นการเดินทางในวงกว้าง
ในระยะยาว ประเทศไทยยังเตรียมยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางอีเวนต์ระดับโลก ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลดนตรีนานาชาติครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่จากตลาดระยะใกล้ และกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ
จะเห็นได้ว่าการปรับกลยุทธ์ของ ททท.ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการให้สอดคล้องกับบริบทของสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากประเทศไทยยังคงพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ท่ามกลางวิกฤตในภูมิภาคตะวันออกกลางกระทบทำให้เกิดความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น การเร่งกระตุ้นตลาดในประเทศและตลาดระยะใกล้ ควบคู่กับการใช้ศักยภาพของอีเวนต์ระดับโลก จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพ พร้อมทั้งวางรากฐานการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะต่อไป.
กัลยา ยืนยง