โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดนตรีอยู่กับฉันในทุกช่วงของชีวิต ทั้งช่วงที่ดีที่สุด เศร้าที่สุด และยากลำบากที่สุด” จากเหตุการณ์ถูกบุกรุกบ้าน สู่เพลง Run ที่ความหวาดกลัว และเปราะบาง กลายเป็นเครื่องมือในการเยียวยาจิตใจของ Chloe Stroll ศิลปินผู้เลือกเขียนเพลงอย่างซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก ผ่านอัลบั้มล่าสุด Bloom in the Break

Mirror Thailand

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

โคลอี สโตร์ว (Chloe Stroll) คือศิลปินที่นิยามตัวเองผ่าน ‘ความจริง’ มากกว่าภาพลักษณ์ ในโลกที่ป๊อปสตาร์จำนวนไม่น้อยถูกคาดหวังให้สมบูรณ์แบบ เธอกลับเลือกเล่าด้านที่ไม่สมบูรณ์ ทั้งความอ่อนแอ ความสับสน และช่วงเวลาที่ยากลำบากออกมาอย่างตรงไปตรงมา

เธอเติบโตมาในครอบครัวที่มีบทบาทในโลกธุรกิจและมอเตอร์สปอร์ต แต่สิ่งที่อยู่กับเธอมาตั้งแต่เด็กกลับเป็น ‘ดนตรี’ โคลอีค้นพบความรักในการร้องเพลงตั้งแต่อายุยังน้อย และเริ่มต้นปล่อยผลงานเพลงตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี ท่ามกลางแรงสนับสนุนจากครอบครัวที่มองเห็นศักยภาพของเธอ

อย่างไรก็ตาม เส้นทางของเธอไม่ได้เป็นเส้นตรงเสมอไป ในช่วงวัยรุ่นโคลอีเลือก ‘หยุด’ เพื่อถอยออกมาทบทวนตัวเอง เธอหันไปโฟกัสการเรียน และเปิดรับโอกาสอื่นๆ เพื่อสำรวจว่าดนตรีคือสิ่งที่เธออยากทำจริงหรือไม่ และคำตอบก็ชัดเจน เธอกลับมาหามันอีกครั้ง

“ฉันโชคดีมากที่ได้ปล่อยเพลงตั้งแต่อายุ 14 และตอนนั้นก็ลุยเต็มที่ แต่พอเข้าช่วงอายุ 20 ต้นๆ ฉันก็คิดกับตัวเองว่า ทำไมฉันถึงไม่ได้ทำสิ่งนี้อยู่นะ แล้วสุดท้ายก็กลับมาอีกครั้ง โดยฉันมีศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจเยอะมาก อย่าง Kelly Clarkson, Pink, Whitney Houston ผู้หญิงที่มีเสียงทรงพลังเหล่านี้ทำให้ฉันอยากขึ้นเวที อยากร้องเพลงแบบนั้นบ้าง โชคดีที่พ่อแม่เห็นว่าฉันร้องเพลงได้โอเคตั้งแต่เด็ก เลยสนับสนุนให้ฉันเดินตามความฝัน” เธอให้สัมภาษณ์กับ MIRROR Thailand

การกลับมาเป็นนักร้องในครั้งนี้ เธอมาในหลายบทบาทไม่ว่าจะเป็นภรรยาของ Scotty James นักสโนว์บอร์ดโอลิมปิก 5 สมัย กับการเป็นคุณแม่ของลูกชายวัย 17 เดือน นี่ไม่ใช่แค่การร้องเพลง แต่คือการ ‘เล่าเรื่องชีวิต’ ที่เต็มไปด้วยหลากหลายมิติอย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม

“การที่ฉันมาเขียนเพลงอีกครั้ง ไม่ได้เริ่มจากการคิดว่า ‘ต้องสร้างตัวตนแบบไหน’ แต่ฉันอยากเล่าความจริงของตัวเอง อยากซื่อสัตย์แบบตรงไปตรงมากับประสบการณ์ที่เจอ ไม่ว่าจะดีหรือแย่ ฉันไม่อยากให้คนฟังรู้สึกโดดเดี่ยว และอยากให้พวกเขาเห็นตัวตนที่แท้จริงของฉันผ่านเพลง” เธอกล่าว

ผลงานล่าสุดของเธออย่างอัลบั้ม Bloom in the Break สะท้อนตัวตนของโคลอีในมิติที่เปราะบางและจริงใจที่สุด เธอดึงเอาประสบการณ์ชีวิตมาแปรเปลี่ยนเป็นบทเพลง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียความรัก ครอบครัว หรือแม้แต่เหตุการณ์สะเทือนใจอย่างการถูกบุกรุกบ้าน (home invasion) ที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับเพลง Run หนึ่งในเพลงที่ถ่ายทอดความกลัว และสัญชาตญาณเอาตัวรอดได้อย่างดิบและตรงไปตรงมา

ความน่าสนใจของเพลงนี้คือการหนีเอาชีวิตรอดในขณะที่มีชายฉกรรจ์มบุกรุกเข้ามาในบ้าน ความรู้สึกกลัวจนตัวชา และสิ่งเดียวที่ขึ้นมาในความคิดของเธอตอนนั้นก็คือการ ‘วิ่งหนี’ เท่านั้น ซึ่งเธอแต่งเพลงนี้หลังเหตุการณ์เกิดขึ้น 2 สัปดาห์ และเพลงนี้เองก็ได้เยียวยาบาดแผลในใจของเธอไปด้วยในตัว

“สำหรับฉันเพลงนี้มาจากเหตุการณ์บุกรุกบ้าน แต่สำหรับคนฟังเขาอาจตีความไปอีกแบบหนึ่ง เช่นการวิ่งหนีออกมาจากความสัมพันธ์ และมันช่วยให้ผู้ฟังบางคนรู้สึกดีขึ้น และไม่โดดเดี่ยว” เธอกล่าว

ขณะเดียวกัน เพลงอย่าง Home กลับเล่าถึงอีกด้านของชีวิต ความอบอุ่นของ ‘บ้าน’ ที่ไม่ได้หมายถึงสถานที่ แต่คือผู้คนที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย เป็นการสะท้อนการเติบโตทั้งในฐานะศิลปินและในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ส่วนเพลง You’re Okay ก็เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการสูญเสียคุณยายของโคลอี เหมือนเป็นการรับมือกับความเศร้าและการยอมรับการจากลา และหวังว่าเธอจะไปอยู่ในที่ที่ดีกว่า

และล่าสุดโคลอีได้ปล่อยซิงเกิลใหม่ Love in the Dark ในสไตล์ป๊อปโฟล์ก ที่พูดถึงความรักในมุมที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงอย่างการ ‘เลือกจากลา’ ทั้งที่ยังรักกันอยู่ ไม่ใช่เพราะความรู้สึกจางหาย แต่เพราะการอยู่ต่ออาจทำลายสิ่งดีๆ ที่เคยมีร่วมกัน เป็นเพลงที่สะท้อนความเป็นผู้ใหญ่ทางอารมณ์ และการยอมรับความจริงที่เจ็บปวดอย่างงดงามอีกครั้งของเธอ

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของโคลอี คือการเป็นแม่ ซึ่งได้เปลี่ยนมุมมองต่อโลกของเธอไปอย่างสิ้นเชิง เธอเรียนรู้ที่จะแยกสมองระบบความคิดระหว่างบทบาทต่างๆ ในชีวิต พร้อมค้นพบแรงบันดาลใจใหม่จากประสบการณ์ที่ทั้งสวยงามและท้าทาย เธอบอกว่า “การเป็นแม่เหมือนกับการได้เรียนรู้ตัวเองใหม่อีกครั้ง และนั่นก็กลายเป็นวัตถุดิบและแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการเขียนเพลง รวมถึงประสบการณ์อย่างภาวะหลังคลอด (postpartum) หรือช่วงตั้งครรภ์ ที่คนไม่ค่อยพูดถึงกัน มันทำให้ฉันมีอะไรอยากเล่าอีกเยอะ และหวังว่าทุกคนจะได้เห็นสิ่งเหล่านี้ในผลงานต่อไป”

“ฉันรู้สึกโชคดีมากในชีวิตที่มีคนรอบตัวคอยซัปพอร์ตอย่างดี มีคนที่คอยสนับสนุนให้ฉันเป็นตัวของตัวเอง ซื่อสัตย์กับความรู้สึก และทำในแบบที่ฉันเชื่อ รวมถึงเชื่อในวิสัยทัศน์ของฉัน มันไม่ง่ายเลยนะ แต่มันคุ้มค่ามากจริงๆ และนี่ก็เป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากอัลบั้มนี้แล้ว ฉันไม่เคยเปิดเผยตัวเองหรือเปราะบางได้มากเท่านี้มาก่อน ฉันทุ่มทั้งหัวใจและจิตวิญญาณลงไปในอัลบั้มนี้ ได้เห็นว่ามีคนมากมายตอบรับมันในทางที่ดี เชื่อมโยงกับเพลงของฉัน ได้เห็นข้อความที่คนส่งมา เช่น “เพลงนี้ช่วยฉันได้ในความสัมพันธ์” หรือ “มันช่วยฉันในมิตรภาพ””

“ดนตรีอยู่กับฉันในทุกช่วงของชีวิต ทั้งช่วงที่ดีที่สุด เศร้าที่สุด และยากลำบากที่สุด แรงบันดาลใจหลักของฉันมาจากสิ่งที่ฉันเคยเจอ หรือได้เห็นมันด้วยตัวเอง ฉันอยากให้คนฟังได้เห็นมุมนี้ของฉัน แล้วเอาไปเชื่อมโยงกับชีวิตของตัวเองในแบบของเขา ไม่จำเป็นต้องตีความตรงกับที่ฉันตั้งใจ แต่อยากให้แต่ละคน หยิบสิ่งที่ตัวเองต้องการจากเพลงไปใช้ได้ นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันทำเพลง และมันคือความสุขที่สุดที่ได้รับจากผู้ฟังทุกคน” เธอทิ้งท้าย

สำหรับโคลอี สโตร์ว ดนตรีไม่ใช่แค่ศิลปะการแสดง แต่คือ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ที่เธอใช้แบ่งปันตัวตน และเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้ตีความในแบบของตัวเอง เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เธอต้องการอาจไม่ใช่แค่การที่เรื่องราวในเพลงของเธอถูกรับฟัง แต่คือการทำให้ใครสักคนรู้สึกว่า ‘พวกเขาไม่ได้อยู่คนเดียว’ และนั่น คือพลังที่แท้จริงของเธอในฐานะศิลปิน

บทความต้นฉบับได้ที่ : “ดนตรีอยู่กับฉันในทุกช่วงของชีวิต ทั้งช่วงที่ดีที่สุด เศร้าที่สุด และยากลำบากที่สุด” จากเหตุการณ์ถูกบุกรุกบ้าน สู่เพลง Run ที่ความหวาดกลัว และเปราะบาง กลายเป็นเครื่องมือในการเยียวยาจิตใจของ Chloe Stroll ศิลปินผู้เลือกเขียนเพลงอย่างซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก ผ่านอัลบั้มล่าสุด Bloom in the Break

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...