โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นักวิจัย ชี้! วิกฤตพลังงาน 2026 จุดเปลี่ยนสำคัญไทย

PPTV HD 36

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นักวิจัย มจธ. มอง วิกฤตพลังงาน 2026 ถือเป็นโอกาส-จุดเปลี่ยนสำคัญของไทย แนะ! เร่งปรับโครงสร้างพลังงาน เพื่อความมั่นคงและความอยู่รอดของประเทศ  

ความผันผวนของราคาพลังงานโลกที่เกิดจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง กำลังส่งแรงสะเทือนมาถึงชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ต้นทุนการขนส่ง ราคาสินค้า ไปจนถึงค่าครองชีพที่มีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนพลังงานที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากผลกระทบที่มีต่อคนไทยแล้ว วิกฤตครั้งนี้ยังเปิดให้เห็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือ “จุดอ่อนเชิงโครงสร้างของระบบพลังงานไทย” ที่ยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง และยังไม่มีความยืดหยุ่นมากพอที่จะรองรับวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น

ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ ผู้อำนวยการบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มองว่า วิกฤตครั้งนี้เป็น “สัญญาณเตือนที่สำคัญ” ให้ประเทศไทยต้องทบทวนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานอย่างจริงจังอีกครั้ง เพราะเมื่อประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบในสัดส่วนสูง ทุกครั้งที่เกิดความผันผวนจากต่างประเทศ ไทยก็จะได้รับผลกระทบหนักกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งในมิติของปริมาณพลังงานสำรอง ต้นทุนการนำเข้า และเสถียรภาพของระบบพลังงานทั้งประเทศ จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม

“วิกฤตพลังงานรอบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยเจอ ก่อนหน้านี้เราก็เคยผ่านช่วงที่ราคาน้ำมันขึ้นไปเกิน 40 บาทมาแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาเราอาจยังไม่ได้เอาบทเรียนจากอดีตมาปรับใช้จริงจังเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นโจทย์ของไทยตอนนี้ไม่ใช่แค่รอรับมือว่า วิกฤตจะมาเร็วหรือมาช้า แต่คือทำอย่างไรให้ประเทศมีระบบพลังงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และสามารถรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้ดีกว่าเดิม”

สำหรับไทย ยังไม่ใช่ประเทศที่ไร้ทางเลือกด้านพลังงาน เพราะเรามีจุดแข็งสำคัญจากการเป็นประเทศเกษตรกรรมซึ่งมีชีวมวลเป็นจำนวนมาก ที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งพลังงานของประเทศได้มากกว่าที่เป็นอยู่ หากมีนโยบายที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ทั้งพลังงานหมุนเวียน พลังงานจากชีวมวล ระบบกักเก็บพลังงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ และสร้างความมั่นคงให้ระบบพลังงานไทยในระยะยาว

ซึ่งในช่วงวิกฤตพลังงานขณะนี้ ไทยอาจใช้ถ่านหินเป็นทางออกชั่วคราวเพื่อช่วยกดต้นทุนค่าไฟและรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าได้ แต่ไม่ควรใช้เป็นคำตอบระยะยาว เพราะถ่านหินมีต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมที่สูงและต้องเผชิญแรงกดดันจากกติกาด้านปริมาณคาร์บอนของโลกมากขึ้น ขณะที่ทางออกที่เหมาะสมกว่าในระยะต่อไป คือการใช้ LNG หรือก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน ควบคู่กับการเร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างเหมาะสม เพื่อค่อย ๆ ลดการพึ่งพา LNG ลงในระยะกลางและระยะยาว โดยย้ำว่า ระบบพลังงานของไทยในอนาคตไม่ใช่การใช้พลังงานอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ยังจำเป็นต้องอาศัยการผสมผสานพลังงานหลายรูปแบบให้ทำงานร่วมกันเพื่อประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงที่สุด

ศ. ดร.นวดล ระบุว่า วิกฤตพลังงานรอบนี้ จะเป็นได้ทั้งอุปสรรคและตัวเร่งของประเทศไทย ขึ้นอยู่กับว่าประเทศจะเลือกรับมืออย่างไร หากมองเพียงการประคองสถานการณ์เฉพาะหน้า วิกฤตนี้ก็อาจเป็นเพียงภาระที่เพิ่มขึ้นอีกระลอก แต่หากใช้โอกาสนี้ทบทวนจุดอ่อนสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะการพึ่งพาพลังงานนำเข้ามากเกินไป พร้อมเร่งผลักดันพลังงานสะอาด พลังงานที่ผลิตได้ในประเทศ และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ก็อาจเปลี่ยนวิกฤตครั้งนี้ให้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของไทยในระยะยาว ขณะเดียวกัน “ไบโอดีเซล” ยังเป็นตัวอย่างที่สะท้อนโจทย์เชิงนโยบายได้ชัด เพราะแม้จะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันและสร้างรายได้ให้เกษตรกร แต่หากขาดการสนับสนุนด้านราคาและนโยบายอย่างต่อเนื่อง ทางเลือกนี้ก็อาจถูกใช้แค่ในยามวิกฤต โดยไม่สามารถเติบโตเป็นฐานพลังงานหลักที่มั่นคงของประเทศได้

“ภาคขนส่งและโลจิสติกส์เป็นจุดที่เห็นผลกระทบชัดที่สุด เพราะยังใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก ทำให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่งต่อไปยังราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง ดังนั้น ทางออกจึงไม่ใช่แค่การส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ต้องมองทั้งระบบ ตั้งแต่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับการขนส่งในเมือง การเพิ่มบทบาทของการขนส่งระบบราง การใช้ไบโอดีเซลในระบบขนส่งระยะไกล รวมไปจนถึงเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพสำหรับภาคการบิน ซึ่งทั้งหมดนี้คือแนวคิดกรีนโลจิสติกส์ ที่จะช่วยลดทั้งต้นทุน ความเสี่ยง และการพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศ”

เมื่อมองไปข้างหน้า นวัตกรรมพลังงานใหม่จะเป็นอีกทางเลือกสำคัญของไทยในการลดความเสี่ยงและเสริมความมั่นคงทางพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นกรีนไฮโดรเจน เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน ระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Big Data ที่ช่วยให้การบริหารจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ศ. ดร.นวดล เห็นว่า ไทยไม่จำเป็นต้องเร่งใช้ทุกเทคโนโลยีพร้อมกัน แต่ควรเลือกให้เหมาะกับศักยภาพของประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อไทยเร่งลงทุนพัฒนาคนและองค์ความรู้ควบคู่กันไป

“บทเรียนสำคัญจากวิกฤตพลังงานครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องราคาน้ำมันที่แพงขึ้น แต่คือการทำให้ประเทศไทยต้องยอมรับความจริงว่า เราไม่อาจฝากอนาคตพลังงานของประเทศไว้กับความผันผวนจากภายนอกได้อีกต่อไป ดังนั้น ทางออกในระยะยาวจึงไม่ใช่แค่การมองหาพลังงานที่ถูกที่สุดในแต่ละช่วงเวลา แต่ต้องเร่งสร้างระบบพลังงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น พึ่งพาทรัพยากรในประเทศให้ได้มากขึ้น ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับบริบทของไทย เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงและพร้อมรับมือกับวิกฤตพลังงานในอนาคตได้ดีกว่าเดิม”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"กรุงศรี" ชี้ เศรษฐกิจไทย ปี2026 โตต่ำ 2% คล้ายเป็นโรคเรื้อรัง ต้องรักษาระยะยาว

“กรณ์” ซัดวิกฤตพลังงานกระทบคนไทยทั้งประเทศ ชี้บริหารล้มเหลวทำราคาพุ่ง-น้ำมันขาด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักวิจัย ชี้! วิกฤตพลังงาน 2026 จุดเปลี่ยนสำคัญไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...