โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับเพิ่มอีก 3 ทีมอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม เปิดปากอ้างใครเป็นคนเผาศพ

Khaosod

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 04.27 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 04.27 น.
จับเพิ่มอีก 3 ทีมอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม เปิดปากอ้างใครเป็นคนเผาศพ

จับเพิ่มอีก 3 ทีมอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม มีเยาวชนวัย17ด้วย เปิดปากอ้างต่อหน้าสื่อใครอยู่กับศพมา 2 วัน ใครเป็นคนเผา อ้างถูกขู่ฆ่าถ้าไม่ทำ เหลือผู้ต้องหาอีก1

วันที่ 19 มี.ค.2569 ที่สน.สุทธิสาร ความคืบหน้าภายหลังตำรวจสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการอุ้มเผาอำพรางร่าง นายรุทธ์ หรือ ท๊อป อายุ 46 ปี ผู้จัดการบริษัทนำเข้า และจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ ได้เพิ่มอีก 3 ราย คือ นายนฤสรณ์ (ขอสงวนนามสกุล), นายสมยศ (ขอสงวนนามสกุล) และเยาวชน อายุ 17 ปี

ในข้อหา "ร่วมกันลอบฝังซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิดการตายหรือเหตุแห่งการตาย, ร่วมกันโดยไม่มีเหตุอันควร ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งศพส่วนของศพหรือเถ้าของศพ"

ทีมอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม

จับเพิ่มอีก 3 ทีมอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม มีเยาวชนวัย17ด้วย เปิดปากอ้างต่อหน้าสื่อใครอยู่กับศพมา 2 วัน ใครเป็นคนเผา อ้างถูกขู่ฆ่าถ้าไม่ทำ เหลือผู้ต้องหาอีก1

โดยทั้งหมดให้การเป็นประโยชน์ และยอมรับว่าแค่ร่วมอำพรางศพ ไม่ได้ลงมือฆ่า ขณะนี้ยังเหลือผู้ร่วมขบวนการสำคัญอีก 1 ราย คือ นายสรพงษ์ หรือ บังมัด อายุ 40 ปี อยู่ระหว่างหลบหนี เจ้าหน้าที่คาดว่ายังอยู่ในประเทศ

โดยช่วงเช้าวันนี้ตำรวจได้นำตัวนายนฤสรณ์ นายสมยศ และเยาวชน ออกมาพิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนนำตัวเข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ห้องประชุมชั้น 1 ในสน.สุทธิสาร โดยช่วงจังหวะที่ตำรวจคุมตัวนายนฤสรณ์เดินออกมา ผู้สื่อข่าวพยายามเข้าไปสอบถาม

ปรากฏว่า นายนฤสรณ์ ระบายความรู้สึกอัดอั้นตันใจของตัวเองออกมา ยืนยันว่า "ตนเองไม่ได้เป็นคนเผานายรุทธ์ คนที่เผาร่าง คือ ว่าที่ร้อยตรีภูเมธ หรือ อาร์ต เพียงคนเดียว แต่ยอมรับว่าตนเองเป็นคนช่วยยกร่างของนายรุทธ์ เข้าไปในบ้านร้างจริง เพราะว่า นายอาร์ต เป็นคนสั่งให้ตนเองยก ถ้าไม่ยก ก็ขู่จะทำร้าย โดนเหมือนกับนายรุทธ์ ตนเองก็เลยจำใจร่วมยก ด้วยความกลัว"

ส่วนตัวยืนยันว่า ไม่ได้รู้จักกับผู้เสียชีวิตมาก่อน เพราะตนรู้จักแค่กับบังมัดเท่านั้น เขาเคยเป็นหัวหน้าที่ทำงานเก่า และไม่เคยรู้จักกับนายอาร์ตมาก่อน ตอนแรกเห็นทรงนึกว่าเป็นตำรวจหรือทหารด้วยซ้ำ

พร้อมยอมรับว่า ตอนนี้ก็เครียด เพราะนานอาร์ตโยนความผิดมาให้ จึงอยากขอความเป็นธรรมกับนักข่าว ตอนนี้ไม่ได้เป็นห่วงอะไรแล้ว เพราะมั่นใจว่าตนไม่ได้เป็นคนลงมือเผาหรือร่วมทำร้ายนายรุทธ์

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวของเรายังได้พูดคุยกับภรรยาของนายนฤสรณ์ ที่มารอเยี่ยมในวันนี้ ยืนยันด้วยว่า สามีโดนบังมัดหลอกให้ไปทำงานเป็นการ์ด คอยคุ้มกันและดูแลผู้ใหญ่ โดยเป็นคนมารับสามีและเพื่อนร่วมทีมในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่บ้านพักย่านอ่อนนุช ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงที่สามีตกงานอยู่พอดี และบังมัดก็เป็นผู้ใหญ่ที่เคยทำงานร่วมกัน จึงไว้ใจไปทำงานด้วย

หลังเกิดเหตุ สามีก็กลับบ้านด้วยความไม่สบายใจ กลัวมาก เพราะภาพยังติดตา และมาเล่าให้ตนเองฟังว่า ตอนที่นายอาร์ตขู่จะทำร้ายหากไม่ยอมทำ เป็นช่วงที่กำลังจะแยกย้ายกันกลับบ้าน ถ้าไม่ทำ ก็ไม่ได้กลับบ้าน จึงต้องจำใจทำด้วยความกลัว ส่วนร่างของนายรุทธ์ทราบว่า นายอาร์ตอยู่กับศพมานาน 2 วันแล้ว ก่อนมานัดเจอกับกลุ่มสามี

ภรรยาของนายนฤสรณ์ ยอมรับว่า หลังก่อเหตุนายอาร์ตได้ให้ค่าจ้างเป็นเงินสด 2,000 บาท ส่วนวันนี้สามีเต็มใจที่จะยอมรับ และพูดความจริง เพราะเขาก็อัดอั้นตันใจและเครียดมาก เพราะมีลูกเล็กวัย 5 ขวบด้วย ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าจะต้องทำงานแบบนี้ มั่นใจว่าสามีจะไม่ไป ที่ผ่านมาดูข่าว เขาก็พยายามจะมามอบตัวกับตำรวจตลอด แต่ก็มีหัวหน้างานเก่าพยายามเบรกไว้

"สามีโดนหลอก อยากให้เห็นใจ สามีไม่รู้ว่าตอนนั้น เขาพกปืนหรือไม่ สามีแค่ต้องการเงินมาใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ได้ต้องการไปทำอะไรแบบนี้ อยากให้ตำรวจจับบังมัดให้ได้ จะได้ออกมาพูดความจริง" ภรรยาของนายนฤสรณ์ กล่าว

ส่วน นายสมยศ เจ้าตัวไม่ตอบคำถาม มีสีหน้าเคร่งเครียด เบื้องต้นหลังจากสอบปากคำเสร็จสิ้น ตำรวจจะคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ไปฝากขังที่ศาลอาญาในช่วงก่อนเที่ยงวันนี้ ส่วนเยาวชน 1 ราย แยกส่งฝากขังที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับเพิ่มอีก 3 ทีมอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม เปิดปากอ้างใครเป็นคนเผาศพ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...