24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 18 มีนาคม 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 18 มีนาคม 2569
>> ไฟไหม้โรงงานคัดแยกขยะ เทศบาลเมืองเบตง เจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิงเร่งระดมฉีดน้ำสกัด
10.00 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณโรงงานคัดแยกขยะของเทศบาลเมืองเบตง ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนกาเเป๊ะ บริเวณ กม. 3 ถนนมุ่งหน้าด่านพรมแดนเบตง เขตเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา
โดยในจุดเกิดเหตุมีวัสดุเชื้อเพลิงจำนวนมาก อาทิ พลาสติกและเศษกระดาษ ส่งผลให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว และเกิดกลุ่มควันหนาแน่นเป็นวงกว้าง
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าดำเนินการควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โดยใช้วิธีฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิง ป้องกันการลุกลามไปยังพื้นที่ป่าและชุมชนใกล้เคียง ควบคุมทิศทางของควันเพื่อลดผลกระทบต่อผู้ใช้เส้นทาง และเฝ้าระวังการปะทุซ้ำจากชั้นใต้ดิน
ทั้งนี้ มีหน่วยงานร่วมปฏิบัติ ได้แก่ ฝ่ายปกครอง สถานีตำรวจ เทศบาลเมืองเบตง องค์การบริหารส่วนตำบลยะรม หน่วยดับเพลิงสนามบินเบตง และทีมกู้ชีพกู้ภัย ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันสามารถควบคุมเพลิงในพื้นที่บ่อขยะได้แล้ว แต่ปรากฏว่าเพลิงได้ลุกลามไปยังพื้นที่ภูเขาสูง ไม่สามารถส่งน้ำขึ้นไปดับเพลิงได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการสกัดเพื่อไม่ให้ขยายวงกว้าง โดยได้จัดทำแนวกันไฟเพื่อควบคุมพื้นที่เพลิงไหม้ ทั้งนี้ ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด
>> “ป.ป.ท.-ป.ป.ส.” ผนึกกำลังล่าข้าราชการเอี่ยวค้ายา ขันน็อตผู้บังคับบัญชา เบี้ยวความรับผิดไม่ได้
10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ดินแดง นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการ ป.ป.ท. เข้าหารือกับ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อบูรณาการความร่วมมือร่วมกับ ป.ป.ง. เร่งปราบปรามเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งการเสพ ร่วมขบวนการ และค้ายา โดยย้ำว่าที่ผ่านมาคดีมักไปหยุดที่ระดับปฏิบัติการ แต่จากนี้จะยกระดับเอาผิดถึงผู้บังคับบัญชา หากปล่อยปละละเลยไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดได้
เลขาฯ ป.ป.ท. ระบุว่า การทำงานร่วมกันของ 3 หน่วยงานจะเน้นตรวจสอบเชิงรุกและติดตามเส้นทางการเงิน ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมเตรียมดำเนินคดีกับข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้อง โดยหากพบความผิด ผู้บังคับบัญชาต้องร่วมรับผิดชอบถึงขั้นโยกย้ายหรือดำเนินคดี ย้ำยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติที่ต้อง “ขันน็อต” ระบบราชการอย่างจริงจัง และมีแผนปฏิบัติการต่อเนื่องในระยะถัดไป
>> รถกระบะเสียหลักหมุชนเสาไฟฟ้าข้างทาง ลูกชายคนขับเจ็บ ส่วนมารดานั่งเบาะข้างเสียชีวิต สภาพกอดโฉนดที่ดินแน่น
12.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านกุ่ม ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุรถกระบะชนกับเสาไฟฟ้าข้างทางและมีผู้บาดเจ็บสาหัสติดอยู่ในยานพาหนะ ริมถนนสายลพบุรี - บ้านแพรก ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 90 ในพื้นที่ อ.เมือง ลพบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว ป้ายทะเบียน ชุมพร ลักษณะพลิกตะแคงอยู่ข้างทาง ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือ ชายไทย อายุ 20 ปี เป็นคนขับรถ ทางอาสากู้ภัยช่วยเหลือปฐมพยาบาล
และพบผู้บาดเจ็บอีก 1 รายยังติดค้างอยู่ในตัวรถ ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพมาร่วมตรวจสอบ พบว่าได้เสียชีวิตแล้ว ทางอาสาสมัครดำเนินการงัดรถและนำร่างออกมาตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อ หญิงไทย อายุ 50 ปี เป็นผู้โดยสารและเป็นมารดาของคนขับ โดยพบว่าในมือยังกอดโฉนดที่ดินไว้แนบอก เบื้องต้นทราบว่า เดินทางมาจากจังหวัดชุมพร จะไปดำเนินการเรื่องที่ดินในจังหวัดชัยภูมิ แต่มาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน
>> ไทยส่งตัว 43 ชีวิตชาวกัมพูชากลับประเทศ ผ่านด่านบ้านคลองลึก จ.สระแก้ว
13.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝ่ายไทยเปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อผลักดันชาวกัมพูชา จำนวน 43 คน เป็นผู้ชาย 28 ราย ผู้หญิง 13 ราย และเด็ก 2 ราย ที่กระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย กลับสู่ประเทศต้นทาง (เนรเทศออกนอกประเทศ)
โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาได้เปิดจุดผ่านแดนฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา มารับตัวกลับอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ภายใต้การประสานความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสองประเทศ
>> ประธานและรองประธานสภาผู้แทนฯ ตรวจความเรียบร้อยห้องประชุมสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้
13.30 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ตรวจความเรียบร้อยห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในวันพรุ่งนี้ (19 มีนาคม 2569)
ทั้งนี้ การประชุมในวันพรุ่งนี้ จะเป็นการทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ภายหลังได้รับโปรดเกล้าฯ
>> ตำรวจ สน.วิภาวดี ลุยจับ จยย.ฝ่าฝืนช่องทางหลัก ทางลงบางเขนโดนเพียบ
13.34 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.วิภาวดีฯ ลงพื้นที่กวดขันวินัยการจราจร หลังพบปัญหารถจักรยานยนต์ฝ่าฝืนใช้ช่องทางหลักบน ถนนวิภาวดีรังสิต อย่างต่อเนื่อง บริเวณ ทางลงยกระดับบางเขน ขาเข้า ซึ่งเป็นจุดที่มีปริมาณรถหนาแน่นในช่วงเวลาเร่งด่วน และมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบผู้กระทำผิดหลายราย เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายทันที โดยผู้กระทำผิดซ้ำถูกออกใบสั่งปรับ ส่วนผู้กระทำผิดครั้งแรกได้ว่ากล่าวตักเตือน พร้อมประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจ
การนำรถจักรยานยนต์ขึ้นมาใช้ช่องทางหลัก นอกจากจะเป็นการกระทำผิดกฎหมายแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่น เนื่องจากถนนวิภาวดีรังสิตเป็นเส้นทางหลักที่มีการจราจรหนาแน่น
ทั้งนี้ จะมีการกวดขันอย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทำผิดซ้ำ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
>> รองฯ จิ๋ว ลงพื้นที่หนองปรือ เร่งติดตาม คดีสาวจีนถูกอุ้มหายจากพูลวิลลา สั่งล่าตัวผู้ก่อเหตุ
14.30 น. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เดินทางลงพื้นที่ สภ.หนองปรือ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีหญิงสาวชาวจีนถูกอุ้มหายจากบ้านพักพูลวิลลาในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.หนองปรือ
ในการนี้มี พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ พร้อมด้วยรองผู้กำกับการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน-สอบสวนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุมจัดขึ้นที่ห้องประชุม ศปก.สภ.หนองปรือ โดยชุดสืบสวนได้รายงานความคืบหน้าทางคดีอย่างละเอียด ทั้งในส่วนพยานหลักฐาน เส้นทางการหลบหนี และความเชื่อมโยงของผู้ต้องสงสัย พร้อมกำหนดแนวทางเร่งรัดสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาได้กำชับให้ทุกฝ่ายบูรณาการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อคลี่คลายคดีและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเร่งด่วน
>> ตำรวจน้ำไล่จับโจ๋คดียาเสพติด กระโดดคลองหนี สุดท้ายถูกตามรวบตัวได้ ตำรวจพบเป็นผู้ต้องหาผิดเงื่อนไขคุมประพฤติ ไม่ยอมมารายงานตัว
15.14 น. พ.ต.อ.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ (ผกก.5 บก.รน.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ (กก.5 บก.รน.) นำกำลังเข้าจับกุม ชาย อายุ 35 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดตราด ที่ 298/2568 ลงวันที่ 22 กันยายน 2568 ในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติด (เมทแอมเฟตามีน)
โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณหน้าสถานีป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หมู่ 2 ต.น้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ จ.ตราด
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับการประสานข้อมูลหมายจับจากเจ้าพนักงานตำรวจศาลจังหวัดตราด ให้ติดตามจับกุมตัวชายคนดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีเสพยาเสพติด และไม่มารายงานตัวตามกำหนดนัด อันเป็นการผิดเงื่อนไขคุมประพฤติ เข้าข่ายมีพฤติการณ์หลบหนี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนติดตาม จนทราบว่าผู้ต้องหาพักอาศัยอยู่บริเวณหน้าสถานี ปภ.แหลมงอบ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ กระทั่งพบตัว แต่ผู้ต้องหาไหวตัวทัน พยายามหลบหนีด้วยการกระโดดลงคลอง ว่ายน้ำข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม
ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ไม่ลดละ พากันว่ายน้ำติดตามไปอย่างกระชั้นชิด ก่อนสามารถเข้าควบคุมตัวเอาไว้ได้ในที่สุด สอบสวน เจ้าตัว ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งศาลจังหวัดตราดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> คมนาคม ตั้งวอร์รูม ติดตามเหตุการณ์ตะวันออกกลาง ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ "ตรึงราคา" ค่าโดยสาร ค่าขนส่งสินค้า
15.35 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม ได้จัดตั้ง ศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมกำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่งทุกประเภท ไม่ให้มีการปรับขึ้นค่าโดยสารหรือค่าขนส่งสินค้าเกินกว่ากรอบที่กฎหมายกำหนด โดยกระทรวงคมนาคม ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งทุกภาคส่วน ตรึงอัตราค่าโดยสาร ในช่วงที่รัฐบาลยังคงมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน
ในส่วนของหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคม ได้มีการสั่งการให้เร่งดำเนินมาตรการดูแลในแต่ละระบบการขนส่งอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะ กรมเจ้าท่า ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลการขนส่งทางน้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งการตรวจสอบผู้ประกอบการเรือโดยสาร และเรือขนส่งสินค้า ไม่ให้เรียกเก็บค่าบริการเกินอัตราที่กำหนด รวมถึงติดตามสถานการณ์ค่าระวางสินค้าระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จากกรณีที่มีข่าวว่าเรือคลองแสนแสบประกาศขึ้นราคา ระยะละ 1 บาทในสัปดาห์นี้ จากเดิม ราคา 11 – 21 บาท เป็น 12 – 22 บาท ตามระยะทาง
>> ก.มหาดไทย สั่งการด่วนที่สุด ไปยังผู้ว่าฯ นายอำเภอทั่วประเทศ สำรวจน้ำมันเชื้อเพลิงย้อนหลัง 7 วันถึงปัจจุบัน เพื่อบริหารจัดการพลังงานพื้นที่ให้ชัดเจน
18.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์พลังงานและแนวโน้มผลกระทบในพื้นที่ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยบูรณาการร่วมกับกระทรวงพลังงาน และกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีการสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ประสานงานกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจารณาอนุญาตให้รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถเดินรถผ่านเส้นทางการจราจรในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมงไปแล้วนั้น
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เพื่อให้การบริหารจัดการด้านสถานการณ์พลังงานเชื้อเพลิงในพื้นที่เกิดความชัดเจน และมีข้อมูลในการบริหารจัดการในภาพรวมของพื้นที่ กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้นายอำเภอทั้ง 878 อำเภอสำรวจสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในท้องที่ที่รับผิดชอบให้ครอบคลุมทุกแห่ง และรวบรวมข้อมูลย้อนหลัง 7 วันที่ผ่านมา โดยรวบรวมและรายงานกระทรวงมหาดไทยทราบโดยเร่งด่วนภายในวันนี้ เวลา 20.00 น. ครอบคลุม 4 ประเด็น ได้แก่ 1. ปริมาณน้ำมันที่ได้รับ เปรียบเทียบกับภาวะปกติ ว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าใด พร้อมระบุเหตุผล 2. ระบุชื่อสถานีบริการน้ำมันและสถานที่ตั้งอย่างชัดเจน 3. ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงจำนวนเท่าใด และ 4. พบปัญหาหรืออุปสรรคในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่ และได้ดำเนินการแก้ไขอย่างไร
>> คนร้ายถล่มยิง ป้อมรักษาการณ์บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอยะหริ่ง จ.ปัตตานี อส.ได้รับบาดเจ็บ
19.00 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม ก่อเหตุใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ขณะเข้าเวรยามอยู่หน้าประตูทางเข้า ที่ว่าการอำเภอยะหริ่ง ม.1 ต.ยามู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ทำให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 1 นาย
โดยคนร้ายขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มาบริเวณประตูทางเข้าที่ว่าการอำเภอแล้วใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่สมาชิก อส. ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ
ขณะนี้ได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ให้แพทย์ทำการรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นที่เกิดเหตุ พร้อมตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป
>> ชายชาวสุโขทัยวัย 54 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ ชนกับรถกระบะตู้ทึบ เสียชีวิตคาถนนสายพิษณุโลก – บางระกำ จ.พิษณุโลก
21.00 น. กู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพมงคลธรรม รับแจ้ง เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะตู้ทึบ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนสายพิษณุโลก–บางระกำ บริเวณใกล้แยกโปร่งหม้อข้าว ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่น MSX สีขาว ป้ายทะเบียน กำแพงเพชร ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหาย ห่างออกไป พบรถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว เสียหลักตกข้างทาง จากการตรวจสอบ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อต่อมา เป็นชายไทย อายุ 54 ปี ภูมิลำเนาชาวอำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย
เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบ พร้อมประสานพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก เข้าบันทึกภาพและเก็บหลักฐานในจุดเกิดเหตุ ก่อนนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลพุทธชินราช เบื้องต้นอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ และจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
>> แผ่นดินไหว ในพื้นที่ประเทศเมียนมา
23.43 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหวขนาด 2.5 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 244 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ กลางถนนรามอินทรา มีผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสาววัย 22 ปี
03.20 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ ถนนรามอินทรา ฝั่งขาออก ก่อนถึงซอยรามอินทรา 123 ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. เสียหลักพลิกคว่ำ และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 22 ปี พื้นที่ สน.มีนบุรี
>> แผ่นดินไหว ในพื้นที่ประเทศเมียนมา
04.40 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหวขนาด 2.5 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 323 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย