คนละครึ่ง-ไทยช่วยไทยพลัส อัพเดตล่าสุด เช็กเงื่อนไขรับ 4,000 บาท
อัพเดต “คนละครึ่ง-ไทยช่วยไทยพลัส” ล่าสุดเคาะแล้ว แจก 4,000 บาท กว่า 34 ล้านคนรวมผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ “รมว.คลัง-ภราดร” คาดเข้า ครม.สัปดาห์หน้า เปิดลงทะเบียน พ.ค.นี้ เริ่มใช้จ่าย มิ.ย.-ก.ย. 69 ผ่านแอปเป๋าตัง เชื่อเงินสะพัดกว่า 1.3 แสนล้านเช็กรายละเอียดล่าสุดที่นี่
“ประชาชาติธุรกิจ” เกาะติดโครงการคนละครึ่งพลัส เวอร์ชั่นใหม่ 2569 ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล อย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการใหม่ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งมีความคืบหน้าตามลำดับ คาดเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ในเดือนพ.ค.นี้
ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้ให้กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณเร่งหาแหล่งเงิน เพื่อนำมาใช้ในโครงการ โดยรวบรวมจากยอดเงินใน พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 2569 ที่ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้ และจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ และให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในสัปดาห์หน้า (ต้นเดือน พ.ค.69)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการคนละครึ่งพลัสจะเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจเยียวยากลุ่มผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ในมาตรการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน 2 กลุ่ม คือกลุ่มประชาชนทั่วไป 20 กว่าล้านคน และประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14 ล้านคน รวมผู้ที่จะได้รับการช่วยเหลือกว่า 34 ล้านคน
โดยจะให้ประชาชนที่มีสิทธิตามที่กระทรวงการคลังกำหนดลงทะเบียนเพื่อรับเงินโครงการคนละครึ่งในเดือนพฤษภาคม เริ่มการใช้จ่ายเดือนมิถุนายน-กันยายน 2569 รวม 4 เดือน เดือนละ 1,000 บาท รวม 4,000 บาท แบ่งเป็นรัฐบาลจ่ายให้ 60% ผู้มีสิทธิร่วมจ่าย 40%
คาดเงินสะพัด 1.3 แสนล้าน
การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้รัฐบาลต้องการให้เงินหมุนเวียนในระดับฐานราก โดยใช้เงินงบประมาณในโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ คาดว่าจะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจเดือนละ 34,000 ล้านบาท จากการใช้จ่ายจากทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้มีสิทธิคนละครึ่งอย่างน้อย 34 ล้านคน รวม 4 เดือน เม็ดเงินหมุนรอบแรก 1.36 แสนล้าน
เปิดใช้จ่าย 1 มิถุนายน 69
ล่าสุดวันนี้( 29 เม.ย.69) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้ง ครม.เศรษฐกิจ ซึ่งมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีออกมาแล้ววานนี้ (28 เม.ย. 69) และจะมีการประชุมนัดแรกในวันจันทร์หน้า
สำหรับวาระสำคัญที่จะประชุมมีเรื่องโครงการไทยช่วยไทยพลัส และนโยบายเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่จะเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในช่วงวิกฤตสงคราม ซึ่งโครงการไทยช่วยไทยพลัสถือว่าเป็นกรอบใหญ่ โดยจะมีโครงการย่อย เช่น คนละครึ่ง และโครงการอื่น ๆ ด้วย เช่น การเปลี่ยนผ่านพลังงาน และโครงการอื่น ๆ
คาดว่าการประชุมนัดแรกจะเห็นรายละเอียดของโครงการ เพราะเป้าหมายตั้งไว้ว่าจะต้องได้ใช้ 1 มิถุนายน ซึ่งมีเวลาให้ลงทะเบียนประมาณ 1 เดือน ส่วนรายละเอียดงบประมาณและที่มาต้องรอพูดคุยประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรกในวันจันทร์หน้านี้(4 พ.ค. 69)
หอการค้าชี้ช่วยพยุงเศรษฐกิจ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า มาตรการคนละครึ่งพลัสจึงถูกมองว่าเป็นกลไกเติมเงินกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก เชื่อว่าจะช่วยประคองการใช้จ่ายในประเทศไม่ให้ซึมตัวลงมากเกินไป พร้อมช่วยให้ร้านค้ารายย่อยและเศรษฐกิจฐานรากมีรายได้หมุนเวียนเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกันหากรัฐบาลสามารถดำเนินควบคู่กับมาตรการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งประเมินว่าอาจเติมเงินให้ผู้ถือบัตร 4,000 บาทต่อคน ครอบคลุม 14 ล้านคนจะทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบอีกประมาณ 56,000 ล้านบาท เมื่อรวม 2 มาตรการคาดว่าจะมีเม็ดเงินอัดฉีดไม่น้อยกว่า 80,000 ล้านบาทและอาจแตะใกล้ระดับ 90,000-100,000 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับรายละเอียดมาตรการจริง โดยทุกเม็ดเงินอัดฉีด 40,000-50,000 ล้านบาทจะช่วยหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ราว 0.2-0.3%
ดังนั้นหากใช้มาตรการคนละครึ่งพลัสร่วมกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอาจช่วยเพิ่มจีดีพีได้ประมาณ 0.3-0.5% โดยถือเป็นมาตรการ “พยุงเศรษฐกิจ” มากกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจรุนแรงในช่วงที่ต้นทุนพลังงานกำลังดูดเงินออกจากกระเป๋าประชาชนและภาคธุรกิจ
เชื่อมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ก่อนหน้านี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เคยอธิบายถึงมาตรการคนละครึ่งพลัส เวอร์ชั่นใหม่ว่า แนวทางใหม่จะเชื่อมระบบร้านค้าระหว่างโครงการคนละครึ่งกับร้านค้าของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเดิมที่แยกกัน โดยจะรวมร้านค้าทั้งสองกลุ่มเข้าด้วยกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้สะดวกมากขึ้น และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
หากกระบวนการดำเนินการเป็นไปตามแผน โครงการคนละครึ่งรูปแบบใหม่ และ “ไทยช่วยไทยพลัส” อาจเริ่มใช้ได้ภายในเดือนพฤษภาคม โดยจะเป็นมาตรการสำคัญในการบรรเทาภาระค่าครองชีพ และช่วยเยียวยาให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ การลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งจะเป็นการลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด ยกเว้นกลุ่มผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้รับเงินช่วยเหลือโดยตรง จะไม่สามารถลงทะเบียนซ้ำในรูปแบบเดิมได้
ใครบ้างได้สิทธิ
- มีสัญชาติไทย
- อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป (รอสรุปอีกครั้ง)
- จำนวนผู้ได้รับสิทธิ 20-30 ล้านคน
วงเงินที่ได้รับ
- อยู่ระหว่างออกแบบ (เบื้องต้นแจก 4,000 บาท)
- รัฐโอนเงินผ่าน “แอปเป๋าตัง”
ไทม์ไลน์โครงการ
- รอกระทรวงการคลังเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ
- เดือนพฤษภาคม 2569 เปิดระบบให้ลงทะเบียนรับสิทธิ
- เดือนมิถุนายน 2569 โอนเงินเข้าแอปเป๋าตัง-เปิดให้ประชาชนใช้จ่าย
สินค้าและบริการ
- สามารถซื้อได้ตามเงื่อนไขเดิม เช่น ร้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วไป ร้านขายของใช้จำเป็น สินค้าทั่วไป เป็นต้น
- สินค้าบางประเภทไม่สามารถใช้สิทธิในโครงการได้ เช่น สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้าเบียร์ บุหรี่ ค่าน้ำมันหรือเชื้อเพลิง เป็นต้น
- เชื่อมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับร้านค้าคนละครึ่ง
- ซื้อสินค้าราคาถูกผ่านร้านธงฟ้าของกระทรวงพาณิชย์ได้
ทั้งนี้ ต้องรอรายละเอียดที่ชัดเจน ซึ่งจะมีการนำเสนอครม.เศรษฐกิจ และนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนละครึ่ง-ไทยช่วยไทยพลัส อัพเดตล่าสุด เช็กเงื่อนไขรับ 4,000 บาท
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net