โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไม ‘ปลากระป๋อง’ เมนูสามัญของคนทำงาน ถึงสะท้อนวัฒนธรรมการกินและเศรษฐกิจแบบไทยๆ ได้

Capital

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Insight

ไม่นานมานี้มีข่าวใหญ่ที่ต่อให้เป็นคนที่ไม่สนใจเรื่องธุรกิจยังต้องเหลียวมอง นั่นคือข่าวที่มีผู้บริโภคออกมาฟ้องร้องกับสื่อว่า ปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศยี่ห้อหนึ่งที่ตนกำลังจะกินไม่ได้ทำจากปลาซาดีนหรือปลาแมคเคอเรลตามปกติ แต่ดูลักษณะท่าทางจะทำมาจาก ‘ปลาหมอคางดำ’ ที่เคยมีข่าวสร้างผลกระทบหนักต่ออุตสาหกรรมประมงบ้านเรา

ต่อมาโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาครออกมายอมรับว่า ปลากระป๋องที่ว่าเกิดจากความผิดพลาดตอนผลิตจริง แต่ไม่ใช่ปลาหมอคางดำอย่างที่เข้าใจ แต่ทำมาจากปลานิลที่อยู่ในขั้นตอนทดสอบว่าสามารถนำมาทำเมนูนี้ได้ไหม

ทว่าสิ่งที่น่าสนใจที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ข่าวทอล์กออฟเดอะทาวน์ดังกล่าวคือ ทำไม ‘ปลากระป๋อง’ ถึงเป็นเมนูที่ผู้คนให้ความสนใจ สามารถสะท้อนถึงวัฒนธรรมการกินและภาพรวมของเศรษฐกิจแบบไทยๆ หรือแม้แต่คำถามที่ว่า ถ้าใช้ปลาชนิดอื่นทำปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศไม่ได้เชียวหรือ? คำถามชวนฉงนปนหิวที่ว่าเรามาเปิดกระป๋องหาคำตอบไปพร้อมกันที่ด้านล่างนี้

ประวัติศาสตร์ฉบับย่อแน่นของ ‘ปลากระป๋อง’ เมนูยังชีพอายุ 200 กว่าปี

ต้องเท้าความก่อนว่า เมนูสามัญอย่างปลากระป๋องนั้นแท้จริงมีอายุมากกว่า 200 ปี โดยจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 18 โดยเชฟและนักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศสนาม ‘นีโกลา อาแปร์’ (Nicolas Appert) ที่คิดค้นวิธีถนอมอาหารสดด้วยการนำเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ไปต้มก่อนนำไปบรรจุในภาชนะพร้อมปิดผนึกเรียบร้อย ซึ่งในช่วงแรกยังนิยมใช้ขวดแก้วกันเป็นหลัก

ซึ่งจุดประสงค์ของการถนอมอาหารด้วยวิธีนี้เกิดจากความต้องการของ นโปเลียน โบนาปาร์ต (Napoleon Bonaparte) ที่เฟ้นหาวิธีถนอมเสบียงเพื่อกองทัพสำหรับการรุกไล่ขยายอาณานิคม และนั่นทำให้วิธีถนอมอาหารแบบขวดนิยมไปไกลในหมู่ชาวฝรั่งเศส

ต่อมา ปีเตอร์ ดูแรนด์ (Peter Durand) พ่อค้าเร่ชาวอังกฤษได้เสนอให้มีการนำ ‘กระป๋อง’ ที่ทำจากดีบุกมาใช้เป็นภาชนะบรรจุแทนขวดแก้ว เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการขนส่ง จึงเป็นครั้งแรกที่บนโลกนี้เกิดนวัตกรรมที่เรียกว่า ‘อาหารกระป๋อง’ และดูแรนด์ได้จดสิทธิบัตรนวัตกรรมนี้เป็นของตัวเอง

ไม่ช้าความนิยมในอาหารบรรจุกระป๋องแพร่หลายไปทั่วแผ่นดินยุโรป ซึ่งวัตถุดิบที่ถูกหยิบมาใช้มากที่สุดคือ ‘ปลา’ ไม่ว่าจะทูน่า, ซาร์ดีน, แมคเคอเรล และแซลมอน (ส่วนหนึ่งเพราะเป็นวัตถุดิบที่หาง่ายในยุโรปที่เป็นดินแดนติดมหาสมุทร) โดยเริ่มจากกลุ่มพ่อค้าปลาในสกอตแลนด์ ก่อนที่ในปี 1820 ปิแอร์-โจเซฟ โคลิน (Pierre-Joseph Colin) นักธุรกิจชาวฝรั่งเศสจะตั้งโรงงานปลากระป๋องซาร์ดีนแห่งแรกในเมืองน็องต์ กระทั่งความนิยมแพร่ขยายไปถึงดินแดนอเมริกาใต้

เมื่อความแมสเดินทางมาถึงดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ความจริงปลากระป๋องในยุคแรกไม่ได้บรรจุลงในซอสมะเขือเทศแบบที่เราคุ้นชินกัน แต่เป็น ‘น้ำมันมะกอก’ ซึ่งหาได้ง่ายและต้นทุนต่ำกว่า ทว่าภายหลังประเทศที่พิถีพิถันการกินอย่างอิตาลีและสเปนที่ริเริ่มใช้ซอสมะเขือเทศแทน ที่น่าสนใจคือปลากระป๋องในซอสมะเขือยุคแรกไม่ใช่อาหารสามัญแต่มีราคาแพง และคนระดับเจ้านายชั้นสูงมีโอกาสลิ้มชิมรสมากกว่า

กาลเวลาผ่านไป อุตสาหกรรมประมงที่พัฒนามากขึ้นนำมาซึ่งอัตราการจับปลาที่มากตาม จากเดิมที่เป็นอาหารชั้นสูง ปลากระป๋องจึงค่อยๆ แปรสถานะสู่อาหารสามัญคู่ครัวอย่างที่เห็น

รู้ตัวอีกทีเมนูปลากระป๋องก็ได้เดินทางมาถึงทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2520 ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีในไทยยังไม่มีการผลิตปลากระป๋องเองเนื่องจากขาดความรู้พื้นฐานการผลิต ช่วงแรกจึงเป็นการนำเข้าเสียส่วนใหญ่ กระทั่งปี 2522 ถึงเริ่มมีหลักฐานแน่ชัดว่าบ้านเราเริ่มผลิตปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศเป็นของตัวเอง จากที่เราสืบค้นมีการถกเถียงในหมู่ชาวโซเชียลฯ บ้างก็ว่าเป็น ‘บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จํากัด (มหาชน)’ หรือ ‘จิ้นฮ่วย’ ที่เป็นเจ้าแรกที่ผลิตในนามปลากระป๋องยี่ห้อ ‘ซูมาโก’ (Sumaco) บ้างก็ว่าเป็น ‘บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด’ ที่ผลิตในนามปลากระป๋อง ‘ปลายิ้ม’ หรือที่ปัจจุบันใช้ชื่อว่า ‘ปุ้มปุ้ย’

ถึงจะไม่แน่ชัดว่าบริษัทไหนเป็นผู้ริเริ่มก่อนกัน แต่ที่แน่ชัดคือตอนนั้นปลากระป๋องได้เข้ามามีบทบาทสำคัญกับวิถีปากท้องคนไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ความอร่อยที่มักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่ง ‘ยุคข้าวยากหมากแพง’

ถึงตรงนี้นำมาซึ่งคำถามต่อมา คือทำไมเมนูสามัญอย่างปลากระป๋องถึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำอยู่เสมอล่ะ?

ก่อนอื่นเราชวนสำรวจเกณฑ์ราคาปลากระป๋องส่วนใหญ่ในบ้านเรา ปัจจุบันแบรนด์ทั่วไปเริ่มต้นอยู่ที่ 18 บาท และหลัก 30 บาทขึ้นไปในแบรนด์พรีเมียม (ในปริมาณ 145-185 กรัม)

สังเกตดีๆ ราคาของมันไม่แพงจนเกินไป คนหาเช้ากินค่ำเข้าถึงง่าย แม้กระทั่งแรงงานที่ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ที่ยังไม่อัพเดตแพตช์เป็น 337-400 บาทตามข้อกฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ก็ยังได้กิน ประกอบกับการซื้อมากักตุนในระยะยาวได้ ง่ายต่อการจัดการวางแผนการเงินในบัญชี นั่นเองทำให้ปลากระป๋องเป็นเมนูยอดฮิตที่ถูกตีคู่มาพร้อมกับมาม่าในช่วงก่อนสิ้นเดือนเสมอ

ยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจไม่เป็นใจ ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าอาหารปรุงสุกจานละ 60-70 บาทตามร้านอาหารริมทาง ปลากระป๋องยิ่งเป็นเหมือนอาหาร ‘ยังชีพ’ ในวันที่กระเป๋าฟีบ แต่ยังสามารถสรรหาโปรตีนตกถึงท้องได้อยู่

หรือถ้ามองในวิถีการกินแบบไทยๆ รสชาติปลาบวกกับซอสมะเขือเทศที่มีรสชาติเปรี้ยว นัว หรือจะนำไปต้มยำทำแกงเพิ่มความจัดจ้าน เหล่านี้ยิ่งถูกปากและซึมซับผนวกเป็นส่วนหนึ่งกับวัฒนธรรมการกินแบบไทยๆ ได้ไม่ยาก

สิ่งนี้ยิ่งเด่นชัดในเชิงตัวเลข จากข้อมูลของเว็บไซต์ Krungsri Research รายงานว่า นับตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมาปริมาณการบริโภคปลากระป๋องภายในประเทศโดยเฉพาะปลาซาร์ดีนกระป๋องขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยจุดพีคอยู่ใน 5 เดือนแรกของปี 2568 ที่มีปริมาณบริโภคถึง 2.3%+ หรือคิดเป็น 29.1 พันตัน โดยปัจจัยหลักที่มีการบริโภคเพิ่มขึ้นเพราะความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ

ถ้าถามต่อว่า แล้วทำไมต้องปลาซาร์ดีนหรือแมคเคอเรล ปลาอย่างอื่นมันไม่แซ่บ เหมือนที่มีคนตั้งคำถามว่า ถ้าตามข่าวเป็นปลานิลหรือปลาหมอคางดำจริงๆ จะจับมาอัดกระป๋องในซอสมะเขือเทศไม่ได้จริงๆ หรือ?

คำตอบคือไม่ใช่ แต่ที่ใช้เป็นปลาซาร์ดีนและแมคเคอเรล ปัจจัยอย่างแรกคือทั้งสองชนิดเป็นปลาที่จับได้ในปริมาณครั้งละหลายตัน จึงเหมาะแก่การนำมาแปรรูปในปริมาณมากและตั้งราคาได้ถูกตาม อีกข้อคือปลาทั้งสองชนิดยังทนต่อกระบวนการแปรรูปที่ต้องผ่านการฆ่าเชื้อและอัดด้วยแรงดันสูง โดยที่ออกมาเนื้อไม่ยุ่ย เป็นชิ้น และปราศจากกลิ่นสาบ ถ้าเป็นปลาชนิดอื่นอย่างทูน่าส่วนใหญ่มักจะถูกนำไปแปรรูปอีกลักษณะคือบดและแช่ในน้ำเกลือมากกว่า

ด้วยรสชาติที่ถูกปาก ราคาที่ประหยัด ปลากระป๋อง (ขีดเส้นใต้ว่าในซอสมะเขือเทศ) จึงเป็นเมนูสามัญที่สะท้อนบริบทความเป็นไทยออกมาได้ดียิ่ง เหตุนี้เลยไม่แปลกใจที่ข่าวคราวข้างต้นจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ยิ่งในยุคที่คนไทยใส่ใจเรื่องคุณภาพการกิน อาหารสามัญแบบนี้ยิ่งต้องคำนึงถึงการผลิตด้วยมาตรฐานที่ถูกสุขลักษณะตามฉลากข้างกระป๋อง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เล็กหรือใหญ่ก็ตาม

ที่มา :

businessinsider.com/food-preservation-nicolas-appert-canning-2023-11

smithsonianmag.com/smart-news/father-canning-knew-his-process-worked-not-why-it-worked-180961960/

britannica.com/biography/Peter-Durand

tincanfish.com/blogs/pedros-peixe/tinned-fish-an-origin-story?srsltid=AfmBOoq9lrAf6NOrvv7JDbx6pm-08PXVTrMWw12LPTpazKfJ4y6mIIy6

pumpuibrand.co.th/timeline/

chinhuay.com/en/who-we-are/our-story?utm_source=chatgpt.com

krungsri.com/th/research/industry/industry-outlook/food-beverage/processed-seafood/io/canned-seafood-2025-2027

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...