โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สีหศักดิ์”ย้ำนายกฯหารือ3ฝ่ายมุ่งรักษาผลประโยชน์ ปกป้องอธิปไตย

INN News

อัพเดต 8 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.49 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

"สีหศักดิ์" ย้ำนายกฯ หารือ 3 ฝ่าย มุ่งมั่นรักษาผลประโยชน์ ปกป้องอธิปไตยไทย ระบุแจ้งกัมพูชา เลี่ยงสงครามวาจา กล่าวหาไทยบนเวทีระหว่างประเทศ จ่อคุย “ปรัก สุคน” กำหนดกรอบมาตรการ เผยยังมีขั้นตอน ต้องใช้เวลาสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการหารือ 3 ฝ่าย ระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ว่า การหารือดังกล่าวมาจากการประสานงานของฝ่ายฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน ที่ต้องการให้ไทยและกัมพูชา ได้มาพูดคุยกันว่าจะเดินหน้าคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งอย่างไร ซึ่งไม่ใช่การแทรกแซง แต่เป็นการอำนวยความสะดวกให้มีการพูดคุยกันอย่างเต็มที่ ตรงไปตรงมาในทุกประเด็น และยังไม่มีข้อยุติ ซึ่งในส่วนของฝ่ายไทยเห็นว่าควรสร้างบรรยากาศที่ดี ทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน เพราะฉะนั้นในการหารือ นายกฯอนุทิน ได้พยายามเสนอมาตรการ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขประเด็นที่เป็นปัญหา อาทิ สิ่งที่เราเสนอเมื่อมีการหยุดยิงแล้ว ก็ควรหลีกเลี่ยง “สงครามทางวาจา“ กล่าวหาบนเวทีระหว่างประเทศ ที่จะไม่เป็นประโยชน์ต่อการพูดคุย

ส่วนอีกประเด็นสำคัญ คือ การแสวงหาความร่วมมือในบางเรื่องที่ทำร่วมกันได้ โดยเฉพาะการปาบปรามสแกมเมอร์ ซึ่งมีข้อตกลงกันว่าจะให้ฝ่ายตำรวจของ 2 ประเทศ รื้อฟื้นกรอบการเจรจาที่มีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ประชุมร่วมกันเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ยังเห็นว่าควรมีการติดต่อกันระหว่างภาคประชาชน ผ่านสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน 2 ประเทศ

ทั้งนี้ ในการประชุม 3 ฝ่ายครั้งนี้ ได้มอบให้ตน ในฐานะรองนายกฯและรัฐมนตรีต่างประเทศ กับ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา มาพูดคุยกันโดยเร็ว เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการ ก่อนเดินไปสู่กรอบความร่วมมือต่างๆ และมองกันว่าหากจะเดินหน้าความร่วมมือ จำเป็นต้องมีการติดต่อกันได้โดยตรง สิ่งหนึ่งที่เห็นว่าสำคัญ คือการส่งอุปทูต กลับไปประจำการสถานทูตของแต่ละฝ่าย ซึ่งเรื่องนี้ยังมีขั้นตอนต้องดำเนินการ

นายสีหศักดิ์ ยังพูดถึงปัญหาเรื่องเขตแดนทางบก คิดว่าก่อนจะมีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ไทย-กัมพูชา ควรจะต้องมีการประชุมเตรียมการ ซึ่งย้ำว่าไทยไม่ได้บ่ายเบี่ยงการเจรจา แต่ต้องดูว่าการเจรจาจะเริ่มจากจุดไหน ไปสู่จุดไหน บางเรื่องอาจตกลงกันได้ บางเรื่องและอาจต้องใช้เวลา

ส่วนเรื่องเขตแดนทางทะเลนั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า นายกฯอนุทิน ได้ชี้แจงว่า การที่ไทย ยกเลิก mou44 ได้คำนึงถึงข้อเท็จจริงว่าระยะเวลากว่า 20 ปีที่บังคับใช้กันมาไม่มีความคืบหน้า ดังนั้น ”ถ้าเรายังมุ่งมั่นการเจรจาตามกรอบนี้ ก็ไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่เป็นประโยชน์ผลประโยชน์ของทั้ง 2 ฝ่ายในการปักปันเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน นี่คือเจตนาของฝ่ายไทย ฉะนั้นเมื่อไทยและกัมพูชา ต่างเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS เราก็สามารถเจรจาในกรอบนี้ได้ ซึ่งมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ“

นายสีหศักดิ์ ย้ำว่าการหารือ 3 ฝ่ายครั้งนี้ เป็นการพูดคุยร่วมกันที่เป็นประโยชน์ ซึ่งนายกฯอนุทิน มุ่งมั่นในการรักษาผลประโยชน์ ปกป้องอธิปไตยของประเทศ และต้องการข้ามความขัดแย้งไปให้ได้ แต่การจะไปถึงจุดนั้น ต้องก้าวข้ามโดยรักษาผลประโยชน์ร่วมกัน

ส่วนกรณีที่ประชาชนที่ยังแสดงความกังวล นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การหารือ ยังไม่ได้มีข้อยุติใดๆและพยายามหาแนวทางเดินหน้าไปด้วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องร่วมมือกันทั้ง 2 ฝ่าย และการหารือที่เกิดขึ้น ถือเป็นจุดเริ่มต้น อาจจะไม่ได้แก้ไขโดยง่าย แต่คิดว่าการพูดคุยน่าจะดีกว่าการปะทะ และใช้ความรุนแรงต่อกัน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...