โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สั่งบังคับใช้กม.เข้มข้น ปิดป่าแก้วิกฤตฝุ่นเหนือ

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 เมษายน 2569 เวลา 4.19 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ ส่ง "สุชาติ-ปลัด มท." ขึ้นเหนือแก้ไฟป่า ลั่นต้องเฉียบขาด อย่าจับปูใส่กระด้ง ชี้วัด KPI ผู้ว่าฯ "รมว.ทส." ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ยกระดับแก้ฝุ่น PM 2.5 ลุย 6 มาตรการ "มท." สั่ง 17 จังหวัดปิดป่า พร้อมบังคับใช้ กม.เข้มข้น "เชียงใหม่" ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ "สะเมิง-ฮอด" จ่อคิวประกาศอีกหลายอำเภอ

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และปลัดกระทรวงมหาดไทย จะไปกํากับดูแลในพื้นที่ 3-4 จังหวัดภาคเหนือ ที่ต้องเข้มงวดเรื่องการเผาวัชพืชต่างๆ

เมื่อถามว่า จะต้องมีการคุยกับประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ เพราะตอนนี้มีควันไฟลอยข้ามแดนเข้ามา นายกฯ กล่าวว่า มีๆ ข้ามจากฝั่งนั้นมา ซึ่งพูดคุยความร่วมมืออยู่ตลอด แล้วพยายามบริหารจัดการในส่วนที่เราควบคุมได้ สามารถลดความรุนแรงไปได้ระดับหนึ่ง และย้ำไปว่าต้องทํางานกันอย่างเฉียบขาด เต็มที่เหมือนกับปีที่แล้ว เพราะไม่อยากมานั่งทําเหมือนจับปูใส่กระด้ง แต่พอทําเต็มที่ก็หาว่าไปแกล้งเกษตรกรอีก หรือทําให้เขาเดือดร้อนแล้วจะทําอย่างไร ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้รับคําสั่งชัดเจน ต้องดําเนินการอย่างเฉียบขาด ถือเป็นส่วนหนึ่งของการวัดประสิทธิภาพผู้ว่าฯ ด้วย

ที่ห้องประชุมพิทักษ์ไพร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) อ.เมืองฯ จ.เชียงใหม่ นายสุชาติเป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ มีผู้บริหารระดับสูง พร้อมด้วยนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เข้าร่วมประชุม โดยข้อมูลล่าสุดสรุป ณ วันที่ 30 มี.ค. พบจุดความร้อน (Hotspot) ทั่วประเทศ รวม 4,707 จุด แบ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 2,493 จุด, ป่าสงวนแห่งชาติ 1,720 จุด และนอกพื้นที่ป่า 494 จุด ขณะที่จุดความร้อนสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 63,803 จุด จุดที่น่าสังเกตคือมีจุดความร้อนเพิ่มขึ้นสูงอย่างมีนัยสำคัญตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

นายสุชาติกล่าวขอบคุณและให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปฏิบัติงานอย่างเสียสละท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด และขอให้บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน นำเทคโนโลยีมาใช้และการสนับสนุนกำลังทางอากาศ เช่น เฮลิคอปเตอร์ เข้ามาควบคุมไฟในพื้นที่ยากลำบาก พร้อมกันนี้ได้มอบนโยบายยกระดับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า โดยเน้นการดำเนินงานเชิงรุกอย่างเข้มข้น ประกอบด้วย 6 แนวทางสำคัญ ได้แก่

1.บริหารจัดการไฟป่าแบบบูรณาการ “14 กลุ่มป่าแปลงใหญ่” ทำงานไร้รอยต่อ ใช้ระบบ Single Command และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นศูนย์กลาง 2.ผนึกกำลังชุมชน ตั้งจุดเฝ้าระวัง 3,895 จุดทั่วประเทศ พร้อมปฏิบัติการเชิงรุกเข้าถึงกลุ่มเสี่ยง 3.เสริมปฏิบัติการทางอากาศ ใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนเข้าควบคุมไฟในพื้นที่วิกฤต 4.ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อมโยงศูนย์สั่งการทุกระดับแบบเรียลไทม์ 5.ปิดพื้นที่ป่าเสี่ยง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ลักลอบเผาป่า และ 6.สื่อสารข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดผลกระทบต่อประชาชน

"เป็นห่วงถึงสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่หน้างานที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางเชื้อเพลิงที่ร้อน ป่าที่แห้งสนิทและสภาพอากาศร้อนจัด จึงได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เร่งสับเปลี่ยนกำลังพลโดยนำเจ้าหน้าที่จากภูมิภาคอื่นมาช่วยเสริมทัพเพื่อลดความอ่อนล้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน พร้อมกำชับด่วนที่สุดให้เร่งส่งเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำ มาสนับสนุนภารกิจดับไฟเพื่อระงับสถานการณ์ให้ได้เร็วที่สุด" นายสุชาติระบุ

ขณะที่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยได้สั่งการ “ด่วนที่สุด” ให้ทุกจังหวัดยกระดับการปฏิบัติการทันที ภายใต้ 4 แนวทางสำคัญ อาทิ การเฝ้าระวังเข้มข้น การบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด กับผู้ลักลอบเผาและผู้ก่อให้เกิดจุดความร้อน การระดมกำลังเต็มศักยภาพ ทั้งกำลังพล เครื่องจักร และ “อากาศยาน” เข้าควบคุมและดับไฟโดยทันที หากเกินขีดความสามารถของจังหวัด และให้รายงานส่วนกลางเพื่อสนับสนุนโดยเร่งด่วน นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำมาตรการ “ปิดป่าเข้มข้น” ควบคู่กับการลาดตระเวนและควบคุมการเข้าพื้นที่เสี่ยงอย่างเคร่งครัด เพื่อลดการเกิดจุดความร้อนในเชิงป้องกัน พร้อมสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายรองผู้ว่าราชการจังหวัดลงบัญชาการพื้นที่วิกฤตแบบใกล้ชิด

ทางด้านนายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่เห็นชอบให้ออกประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยและเขตให้ความช่วยเหลือใน 2 อำเภอ คือ อ.สะเมิง ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย (ไฟป่า) ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสะเมิงใต้ ตำบลแม่สาบ ตำบลสะเมิงเหนือ และตำบลยั้งเมิน เพื่อให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการเข้าควบคุมสถานการณ์และบริหารจัดการพื้นที่ภัยพิบัติได้อย่างเต็มรูปแบบ ส่วน อ.ฮอด ประกาศให้เป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหางดง ตำบลบ้านตาล ตำบลนาคอเรือ ตำบลฮอด ตำบลบ่อหลวง และตำบลบ่อสลี เพื่อให้สามารถจ่ายเงินชดเชยเยียวยา ถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีอีกหลายพื้นที่กำลังพิจารณาประกาศ เช่น ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว เป็นต้น

ที่รัฐสภา นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงปัญหาวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือว่า สิ่งที่เป็นกังวลไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพฉับพลันที่ต้องเร่งแก้ไขและบรรเทาความเจ็บป่วยของประชาชน แต่เป็นเรื่องของสุขภาพระยะยาว เรื่องของภัยเงียบซึ่งเปรียบเสมือนระเบิดเวลาของสุขภาพประชาชนในพื้นที่ 9 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ในวันที่ 1 เม.ย. พรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อที่จะให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็ว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...