‘ซานย่า’ ขึ้นแท่นจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวไทยในจีน ชูจุดขายสวนน้ำระดับโลก-เจ้าแม่กวนอิม 108 ม.
สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองซานย่า ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงความร่วมมือ (LOI) ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ โดยทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายยกระดับความร่วมมือด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการเชื่อมโยงตลาด เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวระหว่างสองพื้นที่ให้เพิ่มมากขึ้น
นางหม่าหนานรองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองซานย่ากล่าวว่า“รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างมากที่ได้มาประเทศไทยและที่สำคัญได้มีโอกาสมาลงนามความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ได้รับความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากประเทศไทยมาโดยตลอดประเทศไทยไม่ใช่คู่แข่งของเราแต่ว่าเราจะจับมือกันเพื่อนำทรัพยากรที่ได้เปรียบของแต่ละฝ่ายมาเติมเต็มกันและกันและร่วมกันสร้างสิ่งใหม่ๆด้านการท่องเที่ยวเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ที่มากมายยิ่งขึ้น
ในอนาคตจะมีการริเริ่มแผนการส่งเสริมการตลาดที่มุ่งเน้นตลาดประเทศไทยซึ่งรวมถึงการร่วมมือกับนักสร้างสรรค์คอนเทนต์การจัดกิจกรรมพบปะแลกเปลี่ยนกับสื่อมวลชนและการดำเนินงานด้านการตลาดร่วมกันในหลากหลายมิติในกรุงเทพฯเพื่อยกระดับการรับรู้เกี่ยวกับซานย่าในตลาดประเทศไทยให้กว้างขวางยิ่งขึ้นด้วยความร่วมมือที่คืบหน้าอย่างต่อเนื่องนักท่องเที่ยวชาวไทยจะสามารถเข้าถึงข้อมูลการท่องเที่ยวของซานย่าและวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของอาหารที่ซานย่านั้นมีความคล้ายคลึงกับอาหารของประเทศไทยอาทิการใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบในเมนูต่างๆซึ่งซานย่าก็มีลักษณะเช่นเดียวกันรวมไปถึงอาหารชื่อดังของไทยอย่างต้มยำกุ้งที่ซานย่าก็มีเมนูที่มีรสชาติและรูปแบบใกล้เคียงกันนอกจากนี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมซานย่าก็มีตัวเลือกที่หลากหลายทั้งกิจกรรมทางบกและกิจกรรมทางน้ำอีกทั้งยังมีจุดเด่นด้านการแพทย์แผนจีนโดยมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่เดินทางมายังซานย่าเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายในอนาคตจะมีการเพิ่มเที่ยวบินตรงไปยังซานย่ามากยิ่งขึ้นพร้อมทั้งนโยบายฟรีวีซ่าซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางได้ดียิ่งขึ้น”
ในด้านการท่องเที่ยว ซานย่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 197,300 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 42.97 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีอัตราการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านจากการดึงดูดฝ่ายเดียว สู่การเดินทางเข้าหากันระหว่างสองจุดหมายปลายทางเขตร้อนที่มีชื่อเสียง
ในขณะที่กระแสความนิยมของซานย่าในประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซานย่าเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลเขตร้อนแห่งเดียวของจีนที่สามารถเดินทางได้สะดวก ใช้เวลาบินตรงจากกรุงเทพฯ เพียงประมาณ 2 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีนโยบายยกเว้นวีซ่าระหว่างไทย–จีน และเที่ยวบินตรงที่มีความถี่เพิ่มขึ้น ทำให้ซานย่ากลายเป็นจุดหมายปลายทางแรกๆ สำหรับการเดินทางไปจีนของนักท่องเที่ยวไทย
ซานย่า ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งพักผ่อนริมทะเล แต่ยังมอบประสบการณ์ที่ผสมผสานระหว่างบรรยากาศเขตร้อนที่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมจีนได้อย่างลงตัว หนึ่งในสถานที่สำคัญคือเขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน ซึ่งมีองค์เจ้าแม่กวนอิมกลางทะเลสูง 108 เมตร และหมู่รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม 33 ปาง ที่ได้รับการบันทึกใน Guinness World Records อีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ควบคู่กับการพักผ่อนริมทะเลได้ในที่เดียว
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมหลากหลายรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อน เช่น สวนน้ำอควาเวนเจอร์ วอเตอร์พาร์ค ซานย่า แอตแลนติส (Sanya Atlantis Aquaventure Waterpark) ติดอันดับ "TOP20 สวนน้ำระดับโลก ประจำปี 2026" โดยครองอันดับที่ 7 ของโลกร่วมกับสวนน้ำ ยูนิเวอร์แซล ออร์แลนโด โวเคโน เบย์ (Universal Orlando Volcano Bay Water Park) และได้รับการยกย่องให้เป็นสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย รวมถึงกิจกรรมพักผ่อนริมทะเล โรงแรมระดับนานาชาติ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และแหล่งช้อปปิ้งปลอดภาษีขนาดใหญ่
ในด้านการอำนวยความสะดวก ซานย่าได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง สถานที่ท่องเที่ยวหลักและโรงแรมต่างๆ มีการติดตั้งป้ายสัญลักษณ์และให้บริการในหลากหลายภาษา เว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยว www.visitsanya.com ได้เปิดตัวเวอร์ชันภาษาไทยแล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวไทยในการค้นหาข้อมูลและวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ในขณะเดียวกันยังมี สายด่วนบริการ 12345 เพื่ออำนวยความสะดวกในการสอบถามข้อมูลของนักท่องเที่ยว ในด้านการใช้จ่ายนั้นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถใช้บัตรเครดิตต่างประเทศเพื่อชำระค่าบริการได้อย่างสะดวกสบายในย่านการค้าหลัก โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวอย่างครอบคลุมแล้ว
ทางด้านการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง มณฑลไห่หนานได้ขยายขอบเขตนโยบายยกเว้นการตรวจลงตราครอบคลุมถึง 86 ประเทศ พร้อมกันนี้ ท่าเรือสำราญเกาะเฟิ่งหวง (Phoenix Island International Cruise Port) และท่าอากาศยานนานาชาติซานย่าเฟิ่งหวง ได้เริ่มนำระบบการสำแดงข้อมูลด้วยตนเองแบบไร้กระดาษ (Paperless Self-Declaration) มาใช้ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการผ่านด่านของผู้โดยสารแต่ละรายลงโดยเฉลี่ยประมาณ 30 วินาที ส่งผลให้กระบวนการผ่านด่านมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ด้วยปัจจัยสนับสนุนที่ครบถ้วน ทั้งความสะดวกในการเดินทาง เสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยว และการพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย และเป็นประตูสู่การเดินทางไปประเทศจีนที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เคย