โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 02.36 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 02.36 น.

#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะฟื้นตัวเข้าหาระดับ 1,470-1,500 จุด ตามตลาดหุ้นทั่วโลก หนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่สดใสจากความคาดหวังเชิงบวกสงครามใกล้จบ โดยล่าสุดทรัมป์ระบุว่าเตรียมถอนกำลังจากอิหร่านใน 2-3 สัปดาห์

ขณะที่ผู้นำอิหร่านระบุเปิดกว้างต่อการเจรจายุติสงคราม แต่มีเงื่อนเรื่องหลักประกันป้องกันการรุกรานในอนาคต ปัจจัยดังกล่าวกดราคาน้ำมันให้ปรับตัวลงล่าสุด Brent อยู่ที่ US$104 ต่อบาร์เรล หนุนเม็ดเงินไหลกลับเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยง สะท้อนผ่าน Bond Yield และ Dollar Index ที่ร่วงลง ขณะที่ทองคำพุ่งขึ้นแตะ US$4,700 ต่อออนซ์ จากความกังวลเงินเฟ้อที่ลดลงและกลับมาเริ่มให้โอกาส 25% ที่ Fed อาจปรับลดดอกเบี้ยได้ในปีนี้ จากช่วงก่อนหน้าที่ราว 30% มองว่า Fed อาจต้องขึ้นดอกเบี้ย

ด้านปัจจัยในประเทศครม.เตรียมเข้าถวายสัตย์ในวันที่ 6 เม.ย. และนัดประชุมครม.นัดพิเศษในวันเดียวกัน โดยต้องติดตามว่าจะมีการเคาะมาตรเศรษฐกิจระยะสั้นใดเบื้องต้นออกมาบ้าง และคาดแถลงนโยบายต่อสภาฯวันที่ 9-10 เม.ย. ส่วนภาพรวมสถานการณ์สงครามและราคาน้ำมันดิบทีผ่อนคลายลงบ้าง ช่วยลดความกังวลต่อแนวโน้มราคาน้ำมันในประเทศซึ่งกดดันกำลังซื้อ โดยคาดว่าจะทยอยคลี่คลายและดีขึ้นชัดใน 2H26 ระยะสั้นมองกลุ่มไฟแนนซ์ ค้าปลีก โรงไฟฟ้า SPP ท่องเที่ยว สายการบิน ภาคการผลิต จะกลับมา Outperform

กลยุทธ์ : Barbell ด้วยหุ้นที่เสี่ยงต่ำจากผลกระทบจากเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน ผสานกับกลุ่มที่ได้อานิสงส์หากสงครามคลี่คลาย
หุ้นเด่นเดือน เม.ย. : CPALL, CPF, GULF, KTB, PRM
FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, MTC, OSP, WHAUP

หุ้นเด่นวันนี้ : BA
• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus 19.91 บาท
• คาดได้อานิสงส์จากทิศทางสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ดีขึ้น และคาดหวังว่าจะคลี่คลายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวลง ขณะที่ Forward Booking รายเดือนของเที่ยวบินสมุยยังเติบโตเฉลี่ย 14% y-y ใน 2Q-3Q26
• Consensus คาดกำไรปี 2026 ที่ 3.6-3.7 พันลบ. ทรงตัวจากปีก่อน ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงสุดในกลุ่มสายการบิน -25% นับตั้งแต่เกิดสงคราม ทำให้ Valuation น่าสนใจอย่างมาก ปัจจุบันเทรด PER เพียง 7 เท่าและคาดให้ Dividend Yield สูงถึง 7-8%
• แนวรับ 13-12.80 บาท แนวต้าน 14//14.50//15 บาท

ด้าน บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ มีโอกาสเดินหน้าต่อ นักลงทุนเริ่มมีความหวังในการยุติสงครามมากขึ้น ขณะที่รัฐบาลเตรียมเข็นมาตรการเศรษฐกิจออกมา

ปัจจัยในประเทศ

  • การเมืองไทย: คาดการณ์ว่านายกรัฐมนตรีจะเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ในวันที่ 6 เม.ย. และจะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในช่วงวันที่ 7-9 เม.ย. 69 ประกอบกับคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ที่ยังต้องติดตามแม้ตลาดจะไม่ได้ให้ความสนใจมากแล้ว…. เราประเมินว่า รัฐบาลมีโอกาสที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในขนาดที่ใหญ่ และมี impact หลังเศรษฐกิจถูกกระทบจากภัยสงคราม โดยหุ้นที่จะได้อานิสงค์ จะเป็นกลุ่มค้าปลีก ในอันดับแรก
  • เศรษฐกิจเดือนก.พ. 69: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงเศรษฐกิจไทยเดือน ก.พ. 69 ชะลอตัวลงจากการส่งออก การท่องเที่ยว และการบริโภคหมวดสินค้าคงทนที่ลดลงหลังมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุด แต่การลงทุนภาคเอกชนและการใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงต่างประเทศจากสงครามในตะวันออกกลางที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
  • ค่าเงินบาท: เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 32.93 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ การเคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวนและไร้ทิศทาง โดยถูกกดดันจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงข่าวที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมจะยุติสงคราม ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงลงและดอลลาร์อ่อนค่าลงชั่วขณะ
  • กระแส Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติ ในตลาดหุ้นมียอดขายสุทธิ 4,003 ล้านบาท (รวมตลาด SET และ MAI) ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 4,328 ล้านบาท

ปัจจัยต่างประเทศ

  • สถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ออกมาในทางบวก : เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา(ตามเวลาในประเทศไทย) ทรัมป์ส่งสัญญาณเตรียมถอนทัพ โดยประกาศว่าสหรัฐฯ จะถอนกำลังทหารออกจากอิหร่านภายใน 2 ถึง 3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่าเขาต้องการเร่งหาทางลง (Hastened Exit) หลังจากความขัดแย้งยืดเยื้อมานานนับเดือน … ข่าวนี้เป็นบวกต่อตลาด ซึ่งออกมาหลังจากมีข่าวประธานาธิบดี มาซูด เปเซชกียาน ของอิหร่านหารือกับทางอียู เมื่อเย็นวานนี้(31 มี.ค.) ราคาทองคำ ตลาดหุ้นเอเซีย ตอบรับข่าวบวกนี้เป็นตัวแรก ทั้งนี้ ตลาดยังอาจต้องรอการแถลงของ Trump ในวันพรุ่งนี้(ประมาณ 9 โมงเช้า ตามเวลาในประเทศไทย) และอิหร่าน(IRGC) จะยอมให้สหรัฐฯ ถอยออกจากเรื่องนี้หรือไม่
  • ราคาน้ำมัน: ที่ปรึกษา FGE NexantECA เตือนว่าหากช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดนานถึง 6-8 สัปดาห์ ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงถึง 150-200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ความขัดแย้งในกลุ่ม G7: ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) คริสตีน ลาการ์ด โต้แย้งความเชื่อมั่นของสหรัฐฯ โดยเตือนว่าความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานนั้นรุนแรงเกินกว่าจะฟื้นฟูได้ในเวลาอันสั้น และยุโรปกำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022

ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event

  • US – ADP Employment Change งวด มี.ค.; (ครั้งก่อน: 63k)
  • US – Retail Sales Advance MoM งวด ก.พ.; (ครั้งก่อน: -0.20%)
  • US – ISM Manufacturing; งวด มี.ค.; (คาดการณ์: 51.84, ครั้งก่อน: 52.4)

Technical : BCH, KAMART

Strategy

  • ตลาดหุ้นวานนี้ หากตัดผลของการเปลี่ยนแปลงราคา DELTA (คาดว่ามาจากการ rebalance หุ้นใน SET50) ดัชนีฯ จะบวกอยู่เล็กน้อยและมีแรงซื้อเข้ามาด้วย วันนี้ ยังคงต้องติดตาม สถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งออกมาในโทนบวก
  • กลยุทธ์ลงทุน เรายังแนะนำให้จัดหุ้นที่จะเข้าลงทุน 3 แบบ คือ หุ้นหลักๆ ของตลาด ทั้งหุ้นที่ได้ประโยชน์จากสงคราม (PTTEP, TOP, PTTGC) หุ้นใหญ่ที่เป็นพิมพ์นิยม (GULF, ADVANC, TRUE, CPALL) หรือหุ้นที่ราคาลงมาลึกๆ (BA, CBG, OSP, GLOBAL*) โดยหุ้นชุดหลัง ต้องระมัดระวัง เนื่องจากเป็นหุ้นที่ถูกกระทบตรงมาจากสงครามครั้งนี้
  • หุ้นกลุ่มธนาคาร (BBL, KTB, SCB, KBANK) เรายังเห็นว่าเป็นแหล่งหลบภัยที่ดี และหุ้นส่วนใหญ่ของกลุ่มยังไม่ขึ้นเครื่องหมาย “XD”
  • หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ CPN ออก และนำ DELTA, AOT เข้ามาแทน หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย DELTA(10%), AOT(10%), OSP(10%), PTTEP(20%), KTB(10%), CPALL(10%) , BDMS(10%), SCB(10%), ADVANC(10%)

Technical : ICHI, MRDIYT

ด้าน บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,440 แนวต้าน 1,470 – 1,480 คาดดัชนี SET เช้านี้มีโอกาสปรับขึ้น หลัง ปธน.ทรัมป์เผยเตรียมยุติสงครามกับอิหร่านภายใน 2 – 3 สัปดาห์ข้างหน้า ส่งผลให้ตลาดกลับเข้าภาวะ Risk On อีกครั้ง แนะนำทยอยซื้อ CPALL,CPAXT,BJC,CBG,OSP คาดได้ ม.กระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ/ หุ้นกลุ่ม Value เช่น ADVANC,TRUE,GULF,SCB,KTB,CK,STECON, AMATA, WHA / เก็งกำไร DELTA, HANA เป็นกลุ่ม Beta สูง

TASCO* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 16.10 บาท) ช่วงสั้นนอกจากปัจจัยฤดูกาลก่อสร้างและคาดคืบหน้าในการจัด ครม.เดินหน้าโครงการรัฐฯแล้ว ยังมีปัจจัยหนุนจากราคายางมะตอยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงตามราคาน้ำมันหลังเกิดสงคราม คาดว่าจะส่งผลบวกต่อกำไรแบบมีนัยสำคัญในช่วง 2Q69 โดยจะได้รับประโยชน์จาก TASCO นำเข้าน้ำมันดิบทุนต่ำตุนไว้ตั้งแต่เดือน ม.ค.ทำให้สามารถกลั่นและส่งมอบสินค้าได้ต่อเนื่อง ในช่วงที่ตลาดกำลังมีปัญหาขาดแคลนสินค้าและเรือขนส่ง นอกจากนี้โมเดลธุรกิจในช่วงหลังที่ไม่สามารถซื้อน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาได้จึงเน้นการขายแบบ Trading (70-80% ของปริมาณขายรวม 1.1-1.2 ล้านตัน) สามารถจัดหายางมะตอยจากโรงกลั่นในประเทศมา blending และขายต่อในลักษณะ cost plus ทำให้สามารถรักษามาร์จินเอาไว้ได้ ทั้งนี้ในปี 69-70 อิงจาก Consensus คาดการณ์กำไรทรงตัวจากปีก่อนในระดับ 1.1-1.2 พันล้านบาท ทำให้มี upside จากประเด็นดังกล่าว

TRUE (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 16.00 บาท) มองเป็นหุ้นรับความผันผวนได้ดีจากประเภทของธุรกิจ รายได้โตตามการใช้งานข้อมูลที่สูงขึ้น ขณะที่ เบื้องต้น คาดการจ่ายปันผลที่เสถียรมากขึ้น Dividend Yield ในโซน 3% ด้านกำไร 1Q69 คาด +YoY เช่นเดียวกับกำไรสุทธิปี69 +16% หลังปีนี้คาดไม่มีรายการพิเศษลบ และ มีปัจจัยหนุนในเชิงต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ลดลง ทั้งในเรื่องของการแข่งขันที่ผ่อนคลายขึ้น ต้นทุนโครงข่ายที่ลดลง และการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่าน AI นอกจากนี้ ภาพระยาว ยังคาดหวังต่อ Synergy ร่วมกับธุรกิจของพันธมิตร เช่น Virtual Bank

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...