โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโตพุ่ง ไทยก้าวสู่ Wellness Hub แห่งเอเชีย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 เม.ย. เวลา 01.31 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. เวลา 01.31 น.

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีบทบาทสำคัญและได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนนับตั้งแต่หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดย Global Wellness Institute (GWI) คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ทั่วโลกจะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 1,351 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2028 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10.2% ระหว่างช่วงปี 2023-2028

จากการศึกษาพฤติกรรมเชิงลึกของนักท่องเที่ยวต่างประเทศกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหัวข้อ “การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกับโอกาสของประเทศไทย” ของกองวิจัยการตลาดการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยศึกษาข้อมูลทั้งจากข้อมูลเชิงวิชาการที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลในมิติของอุปทานด้านการท่องเที่ยว (Supply Side) และอุปสงค์การท่องเที่ยว (Demand Side)

เพื่อศึกษาพฤติกรรมและความต้องการด้านสินค้าและบริการของนักท่องเที่ยวต่างประเทศกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ระบุว่า การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยเฉพาะภูมิภาคอเมริกาเหนือและเอเชีย-แปซิฟิกที่มีบทบาทสำคัญในตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ท่ามกลางความต้องการของผู้คนที่หันมาใส่ใจการดูแลร่างกายและจิตใจมากขึ้นในปัจจุบัน

“Wellness-Medical” ต่างกัน

พร้อมอธิบายว่า การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Tourism เป็นการดูแลและส่งเสริมสุขภาพทั้งเชิงป้องกัน ฟื้นฟู และเสริมสร้างทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ เช่น สปา, นวดไทย, ออนเซ็นน้ำแร่, ทำโยคะ, สมาธิ, Digital Detox, Retreats รวมถึงโปรแกรมโภชนาการเพื่อสุขภาพ

ต่างจากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ที่เป็นการเดินทางเพื่อรับการรักษาโรค หรือบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง อาทิ การรักษาโรคเรื้อรัง, การทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF และการปลูกถ่ายอวัยวะ

ส่วนการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ (Health Tourism) คือการเดินทางเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค หรือฟื้นฟูสุขภาพ ครอบคลุมทั้ง Wellness และ Medical Tourism เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี, กายภาพบำบัด, โปรแกรมลดน้ำหนัก, โปรแกรมฟื้นฟูหลังฝ่าตัด, ดีท็อกซ์ร่างกาย รวมถึงโปรแกรม Anti-Aging

ปี 2028 มูลค่าพุ่ง 43 ล้านล้าน

การวิจัยดังกล่าวระบุด้วยว่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นหนึ่งในภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการในอุตสาหกรรมหลากหลายสาขาที่เกี่ยวข้อง มีเป้าหมายเพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของบุคคลให้สามารถมีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจได้ในชีวิตประจำวัน

โดยเป็นภาคส่วนที่มีขนาดตลาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเศรษฐกิจสุขภาพ รองจากภาคส่วนการดูแลสุขภาพส่วนบุคคลและความงาม (Personal Care & Beauty) การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพตามหลักโภชนาการ และการลดน้ำหนัก (Healthy Eating, Nutrition & Weight Loss) และการออกกำลังกายหรือกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) ตามลำดับ

มีมูลค่าตลาดโดยรวมเท่ากับ 830.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 26.5 ล้านล้านบาท) ในปี 2023 รวมถึงสัดส่วนการเดินทางเชิงสุขภาพคิดเป็น 7.8% ของการเดินทางท่องเที่ยวทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2022 ที่มีมูลค่ารวม 637.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1,351 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2028 หรือประมาณ 43.3 ล้านล้านบาท

ใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป

ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั่วโลกมีลักษณะการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศ (Domestic Tourism) และต่างประเทศ (International Tourism) โดยนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระหว่างประเทศมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,668 ดอลลาร์สหรัฐต่อทริป (ราว 53,243 บาท) ซึ่งสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 36%

ส่วนนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภายในประเทศมีการใช้จ่ายเฉลี่ย 673 ดอลลาร์สหรัฐต่อทริป (ราว 21,482 บาท) ซึ่งสูงกว่านักท่องเที่ยวภายในประเทศทั่วไปถึง 163%

ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

อเมริกา No.1 ศก.สุขภาพ

รายงานของ Global Wellness Institute 2024 สะท้อนถึงมูลค่ารวมของเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ของแต่ละประเทศ ซึ่งรวมถึงการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โภชนาการ การออกกำลังกาย และการแพทย์แบบองค์รวม

ประเทศที่มีมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพสูง มักมีโครงสร้างพื้นฐานทางสุขภาพและการท่องเที่ยวที่แข็งแรง มีนโยบายที่เอื้อต่อการเติบโต โดย 10 อันดับแรกของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจสุขภาพสูงสุดในปี 2567 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 2,140.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จีน 950.19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เยอรมัน 281.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ญี่ปุ่น 262.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สหราชอาณาจักร (UK) 261.19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ฝรั่งเศส 210.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อินเดีย 180.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แคนาดา 159.16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ออสเตรเลีย 141.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และอิตาลี 140.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ประเทศไทยติดอันดับ 24 ด้วยมูลค่า 42.71 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

6 กลุ่มเป้าหมายหลัก

งานวิจัยดังกล่าวยังได้แบ่งกลุ่มเป้าหมายของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยพิจารณาจากปัจจัยที่มีบทบาทต่อการตัดสินใจในหลายมิติ ทั้งจากพฤติกรรม (Behavioral) และปัจจัยทางจิตวิทยา (Psychographic) ที่แตกต่างกันตามช่วงอายุ ไลฟ์สไตล์ รายได้ แรงจูงใจ หรือวัตถุประสงค์เฉพาะ ฯลฯ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการพัฒนาบริการและออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้

โดยแบ่งนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้ 6 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 กลุ่มใส่ใจสุขภาพ (Health-Conscious Individuals) เป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจ มีการออกกำลังกายเป็นประจำ สนใจเรื่องโภชนาการ และอาหารเพื่อสุขภาพ มองหาการป้องกันก่อนการเจ็บป่วยมากกว่าการรักษา

กลุ่มที่ 2 คนรุ่นใหม่ / กลุ่มวัยทำงาน (Working Adults & Millennials) เป็นกลุ่มที่ต้องการหนีความเครียดจากชีวิตในเมืองหรือการทำงาน มองหาประสบการณ์ที่ช่วยรีเซตชีวิต กลุ่มที่ 3 กลุ่มผู้สูงวัย/วัยเกษียณ (Older Adults & Retirees) กลุ่มที่ต้องการการดูแลสุขภาพ ฟื้นฟูร่างกาย และการชะลอวัย มองหาสถานที่เงียบสงบ บริการฟื้นฟูระยะยาว

กลุ่มที่ 4 กลุ่มที่ต้องการ “การเปลี่ยนแปลงชีวิต” (Life Reboot Seekers) เป็นผู้ที่เพิ่งผ่านความเครียด หรือภาวะหมดไฟ ต้องการช่วงเวลาในการฟื้นฟู หรือรีเซตร่างกาย และจิตใจ และกลุ่มที่ 5 นักท่องเที่ยวสุขภาพระดับพรีเมี่ยม (High Spending Wellness Seekers) เป็นกลุ่มที่พร้อมจ่ายเพื่อคุณภาพและบริการพิเศษ ให้คุณค่ากับเวลาและสุขภาพมากกว่าราคา มักเลือกสถานที่ที่ได้รับการรับรองหรือมีชื่อเสียง

และกลุ่มที่ 6 นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (International Travelers) เป็นกลุ่มนิยมเดินทางเพื่อผสมผสานการพักผ่อนกับการดูแลสุขภาพ (Leisure+Health) สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่น สมุนไพร การแพทย์แผนไทย

ไทยพร้อมเป็นฮับ Wellness

สำหรับประเทศไทยมีจุดแข็งในด้านสปา นวดไทย แพทย์แผนไทย อาหารเพื่อสุขภาพ และความหลากหลายทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญส่งผลให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาท่องเที่ยว

รวมทั้งมีศักยภาพในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง Wellness Hub ของภูมิภาคเอเชียในอนาคตเช่นกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโตพุ่ง ไทยก้าวสู่ Wellness Hub แห่งเอเชีย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...