วัดใจรัฐบาลผ่าทางตัน ‘ไฮสปีด’ EEC ดึงสวนสนุกปลุก ‘เมืองใหม่’
แม้ว่ากระแสของ “4 เมกะโปรเจ็กต์” ทั้งรถไฟความเร็วสูง สนามบิน ท่าเรือ มูลค่าลงทุนกว่า 650,000 ล้านบาท ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ได้คิกออฟไปในยุค “รัฐบาลประยุทธ์” จะไม่ร้อนแรงเหมือนเดิม แต่ภายใต้ความเงียบยังคงมีความคืบหน้า ถึงจะมีความล่าช้าจากไทม์ไลน์เดิม
ปัจจุบันหน่วยงานที่รับผิดชอบมีความพยายามจะผลักดันโครงการให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา โดยรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินคาดว่าเปิดปี 2574 ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 เปิดปี 2571 ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 เปิดปี 2572 และสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาเปิดปี 2574 (ดูกราฟิก)
พิพัฒน์ยืนกรานไม่แก้สัญญา
จาก 4 โครงการ มี 2 โครงการที่เดินหน้าการก่อสร้าง ยังมี 2 โครงการที่ยังรอสะสางปัญหา คือรถไฟความเร็วสูงและเมืองการบินอู่ตะเภา และน่าจะเป็นเผือกร้อน “รัฐบาลอนุทิน 2” ต้องเร่งตัดสินใจจะเดินหน้าต่อหรือพอแค่นี้ หลังล่าช้ามากว่า 6 ปี
ล่าสุด “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งกำกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ไม่เห็นด้วย” กับการแก้สัญญาโครงการร่วมลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มูลค่า 224,544.36 ล้านบาท ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่มซี.พี.)
“ขอยืนยันอีกครั้ง ต้องทำตามสัญญาเดิมที่เซ็นไปแล้ว เราไม่สามารถแก้ไขสัญญาได้ หากแก้ไขจะมีการฟ้องร้อง โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง มีเอกชนที่ยื่นซองมาเป็นอันดับที่ 2 และอันดับที่ 3 มากระซิบบอกถ้าแก้ไขสัญญาเขาจะฟ้อง เพื่อความยุติธรรมที่สุด เอกชนที่ได้ไปต้องเดินไปตามสัญญาเดิม”
“พิพัฒน์” ให้คำมั่นเอกชน รัฐบาลจะพยายามหาวิธีทำให้มีผู้โดยสารใช้บริการรถไฟความเร็วสูงและสนามบินมากขึ้น เนื่องจากเกิดวิกฤตโควิด-19 อาจะทำให้มีการเดินทางเข้ามาประเทศไทยน้อยลง หรือการประเมินก่อนหน้านี้สูงไป ก็เป็นส่วนหนึ่งทำให้เอกชนขอแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน
“รัฐบาลจะเพิ่มเติมการลงทุนในพื้นที่อีอีซี โดยจะเชิญชวนเอกชนมาลงทุนในสนามกีฬาและสวนสนุกขนาดใหญ่ในเมืองใหม่ เป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ไม่มีกาสิโน จะเป็นดีสนีย์แลนด์หรือสวนสนุกอื่น เพื่อจูงใจให้มีการเดินทางเพิ่ม ทั้งรถไฟความเร็วสูงและสนามบินจะเร่งหารืออีอีซี เพราะเป็นเป้าหมายของรัฐบาลที่จะผลักดัน 2 โครงการให้เอกชนเริ่มการก่อสร้างได้ หลังล่าช้ามากว่า 6 ปี”
อีอีซีชงรัฐบาลใหม่เคาะ
“จุฬา สุขมานพ” เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กล่าวว่า เมกะโปรเจ็กต์ 2 โครงการในอีอีซีจะมีการนำเสนอให้รัฐบาลใหม่พิจารณา เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าภายในปี 2569 ไม่ว่ารถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ที่จะต้องตัดสินใจได้แล้วว่าจะแก้สัญญาเพื่อเดินหน้าโครงการตามที่เอกชนขอแก้ไขสัญญาหรือไม่
อาทิ วิธีชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุน 149,650 ล้านบาท จากเดิมจ่ายเมื่อเปิดเดินรถ 10 ปี เป็นจ่ายเป็นงวดตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง ซึ่งเอกชนจะวางหลักประกันเพิ่มเติม 120,000 ล้านบาท
“รอสำนักงานอัยการสูงสุดส่งกลับร่างสัญญาร่วมทุนใหม่ จากนั้นส่งให้การรถไฟฯ บอร์ดอีอีซี และ ครม.ใหม่ตัดสินใจ ตอนนี้ทุกคนก็เตรียมแผนสำรองไว้หมด ทั้งรัฐและเอกชน ถ้าหาก ครม.ชุดใหม่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขสัญญา แต่ถ้าต้องยกเลิกไป ต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ และใช้เวลาอีก 3 ปี”
ดึงดิสนีย์แลนด์ปักหมุดเมืองใหม่
ส่วนการดึงดิสนีย์แลนด์และเอกชนต่างชาติเข้ามาลงทุนใน “เมืองอัจฉริยะ” หรือ EECiti บนเนื้อที่ 14,619 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ถือเป็นอีกปัจจัยที่จะมาช่วยสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงและเมืองการบินอู่ตะเภา
วางกรอบพัฒนาไว้ 10 ปี (2566-2575) ใช้เงินลงทุนกว่า 1.34 ล้านล้านบาท แบ่งการลงทุนโดยรัฐ 37,674 ล้านบาท รัฐวิสาหกิจและเอกชน 131,119 ล้านบาท และภาคเอกชน 1.18 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 พื้นที่ 5,795 ไร่ ระยะที่ 2 พื้นที่ 4,254 ไร่ และระยะที่ 3 พื้นที่ 4,570 ไร่
การพัฒนามี 6 โซน 1.ศูนย์สำนักงานใหญ่ภูมิภาค ศูนย์ราชการสำคัญ และศูนย์บริการทางการเงินแห่งอนาคต 2.ศูนย์การแพทย์แม่นยำและการแพทย์เพื่ออนาคต 3.ศูนย์การศึกษา วิจัย และพัฒนาระดับนานาชาติ 4.ศูนย์ธุรกิจ BCG 5.ศูนย์ธุรกิจบริการ เช่น การท่องเที่ยวและบริการ กีฬา สันทนาการ โลจิสติกส์ 6.ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกกลุ่มรายได้ และมิกซ์ยูส
“สวนสนุกและสปอร์ตคอมเพล็กซ์ เรากันพื้นที่ไว้ 5,000 ไร่ ซึ่งสวนสนุกอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบการลงทุนโครงการสวนสนุกใน 3 มิติคือ การเตรียมพร้อมของภาครัฐ ภาคเอกชนที่ลงทุน และการดีลกับดิสนีย์แลนด์และอื่น ๆ มีบริษัทต่างชาติที่มีประสบการณ์บริหารสวนสนุกศึกษาให้ว่า จะเป็นรูปแบบไลเซนส์ หรือลงทุนเอง จะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนนี้ และเป็นการศึกษาเพื่อให้คนใช้โอกาสจากตรงนี้ คาดว่าใช้เงินลงทุน 1 แสนล้านบาท และเปิดกว้างให้กับเอกชนทุกรายทั้งไทยและต่างชาติ”
ส่วนสปอร์ตคอมเพล็กซ์ ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กทท.) จะเป็นผู้พัฒนาโครงการ มีเนื้อที่ประมาณ 1,500 ไร่ จะก่อสร้างสนามกีฬาแห่งชาติ ซึ่งจะย้ายสนามกีฬาแห่งชาติ จากกรุงเทพฯ เข้ามาอยู่ในพื้นที่นี้มีสนามฟุตบอลเป็นมาตรฐานระดับสากล ขนาดความจุ 80,000 ที่นั่ง รองรับการจัดแข่งขันกีฬาระดับโลก การจัดอีเวนต์บันเทิงและคอนเสิร์ตขนาดใหญ่
นับหนึ่งเมืองการบินอู่ตะเภา
เลขาฯอีอีซี อัพเดตโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เนื้อที่ 6,500 ไร่ มูลค่า 3 แสนล้านบาท ล่าสุดแจ้งบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ผู้รับสัมปทานเริ่มงานก่อสร้างเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ถือเป็นการนับหนึ่งโครงการหลังช้ามากว่า 6 ปี โดย UTA เซ็นสละเงื่อนไขในสัญญา ไม่รอรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน
ขณะที่ “คีรี กาญจนพาสน์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด กล่าวว่า หลังโควิดสถานการณ์เปลี่ยนไปจากที่เคยศึกษาไว้ก่อนหน้านี้มาก ทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ผู้โดยสารที่มาใช้สนามบินอู่ตะเภา รวมถึงการลงทุนขยายสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง
จึงต้องปรับลดขนาดการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 จากเดิมให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ปีละ 60 ล้านคน เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป จากเฟสแรก 3 ล้านคนต่อปี จากนั้นค่อย ๆ ขยายเพิ่ม เพราะรถไฟความเร็วสูงก็ยังไม่ได้เริ่มโครงการ อยู่ระหว่างทำรายละเอียด
“หลังรับ NTP เราจะเริ่มจากพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น พร้อมกับเร่งรัดการก่อสร้างในส่วนของแอร์พอร์ตซิตี้ และโครงสร้างพื้นฐานหลัก เพื่อกระตุ้นผู้โดยสารและเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน ซึ่งปัจจุบันกองทัพเรือกำลังก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับของสนามบินอู่ตะเภา จะเสร็จเดือนพฤศจิกายน 2571 เดินหน้าควบคู่ไปกับออกแบบโครงการพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่อยู่อาศัย โรงแรม ศูนย์การค้า ศูนย์ประชุมที่คาดจะเริ่มต้นปลายปีนี้” คีรีกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วัดใจรัฐบาลผ่าทางตัน ‘ไฮสปีด’ EEC ดึงสวนสนุกปลุก ‘เมืองใหม่’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net