โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ต่างชาติขายหุ้น-ตราสารหนี้ไทย 6.7 หมื่นล้านบาท ดอดตุนหุ้นน้ำมัน ค้าปลีก ท่องเที่ยว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 14.23 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 07.21 น.

นักลงทุนต่างชาติปรับพอร์ตลดเสี่ยงสงครามอิหร่าน เดือนมี.ค. ขายหุ้นสุทธิ หุ้น -ตราสารหนี้ไทย รวม 67,552 ล้านบาท เอเซีย พลัส เปิดข้อมูลต่างชาติสะสมหุ้นน้ำมัน ค้าปลีก ท่องเที่ยว

วันที่ 16 มี.ค. 2569 บทวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า สถานการณ์ตลาดหุ้นทั่วโลกในเดือนนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยสินทรัพย์ทางเลือกอย่างคริปโตเคอร์เรนซี (Bitcoin, Ethereum) และสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมันดิบ (WTI, Brent) ปรับตัวพุ่งสูงขึ้น ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย

ตรงกันข้ามกับตลาดหุ้นเอเชียที่เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก รวมถึงตลาดหุ้นไทย (SET Index) ที่ปรับตัวลดลงถึง -7.8% (MTD)

ปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นภูมิภาคคือ การอ่อนค่าของสกุลเงินท้องถิ่นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะเงินบาทไทยที่อ่อนค่าลงถึง -3.76% กลายเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่าแรงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากเงินวอนของเกาหลีใต้ (-3.94%)

ค่าเงินในเอเชียที่อ่อนค่าแรง ส่งผลให้ทิศทางของ กระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (Fund Flow )ของนักลงทุนต่างชาติในเดือนมี.ค.นี้ มีแรงเทขายในตลาดหุ้นเกือบทั้งภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นไต้หวัน, เกาหลีใต้, อินเดีย และอินโดนีเซีย

ส่วนประเทศไทย นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิเช่นกัน ทั้งในตลาดหุ้นที่ขายสุทธิสูงถึง 33,506 ล้านบาท และตลาดตราสารหนี้ที่ขายสุทธิไปแล้วกว่า 34,046 ล้านบาท รวมทั้ง 2 ตลาดขายสุทธิ 67,552 ล้านบาท (MTD)

อย่างไรก็ตามบล.เอเซีย พลัส ระบุว่าแม้ภาพรวมจะเป็นการเทขายตลาดหุ้นไทย แต่หากเจาะลึกลงไปในรายตัว จะพบว่านักลงทุนต่างชาติมีการปรับพอร์ตโดยเลือกซื้อหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หรือได้อานิสงส์จากเทรนด์โลก

15 อันดับหุ้นที่ต่างชาติซื้อสะสมมากที่สุด (MTD) มีกลุ่มที่น่าสนใจ ดังนี้

  • กลุ่มพลังงาน (Energy): โดดเด่นที่สุด นำโดย PTTEP ซึ่งมียอดเงินทุนไหลเข้าสูงสุดอันดับ 1 กว่า 4.6 พันล้านบาท สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งทะยานขึ้นกว่า 40% ในเดือนนี้ นอกจากนี้ยังมี TOP และ SPRC ที่ถูกซื้อสุทธิ
  • กลุ่มค้าปลีกและการบริโภคในประเทศ (Commerce): หุ้นที่พึ่งพากำลังซื้อในประเทศยังคงเป็นหลุมหลบภัยที่ดี นำโดย CPALL, CPN, KAMART
  • กลุ่มท่องเที่ยวและเดินทาง (Tourism & Transport): หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในอนาคต เช่น AOT, MINT และ CENTEL
  • กลุ่มที่รับแรงกดดันจากสงครามมาแล้วระดับหนึ่ง: GULF, PTTGC, IVL เนื่องจากธุรกิจมีความเชื่อมโยงกับต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทานโลกโดยตรง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...