โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลับสู่อ้อมกอดครอบครัว! 20 ลูกเรือ "มยุรี นารี" ถึงไทยปลอดภัย ขณะที่ จนท.เร่งช่วยลูกเรือไทยอีก 3 ชีวิต

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 01.04 น. • RS PCL
20 ลูกเรือ “มยุรี นารี” เดินทางกลับถึงไทยอย่างปลอดภัย หลังเรือถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุช ขณะที่ยังมีลูกเรือไทยอีก 3 คนติดค้างอยู่ จนท.อยู่ระหว่างเร่งช่วยเหลือ

วันนี้ 16 มี.ค. 2569 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับลูกเรือชาวไทยจากเรือ “มยุรี นารี” จำนวน 20 คน ที่เดินทางผ่านโอมานกลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย หลังจากเรือถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ประเทศอิหร่าน

นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล เปิดเผยว่า ลูกเรือทั้ง 20 คนเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว โดยมีสภาพร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็ง ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอาบูดาบี ได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศโอมาน และกองทัพเรือโอมาน เพื่อช่วยนำคนไทยออกจากพื้นที่เกิดเหตุบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ จากนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ประสานกับบริษัทเจ้าของเรือ คือ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) และแต่งตั้งบริษัทชิปปิ้งเอเจนท์ เพื่ออำนวยความสะดวกนำแรงงานไทยทั้งหมดออกจากพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งต้องเดินทางทางบกผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยในยูเออีได้ทำหนังสือขออำนวยความสะดวกต่อทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในการออกวีซ่า เพื่อให้ลูกเรือไทยทั้ง 20 คนสามารถข้ามแดนได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งระหว่างการเดินทาง สถานกงสุลใหญ่ ณ นครดูไบ ได้ส่งเจ้าหน้าที่กงสุลไปอำนวยความสะดวกในการเดินทางมาโอมานเป็นไปด้วยความราบรื่น ก่อนรอขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทย โดยบริษัทเจ้าของเรือได้จัดเตรียมตั๋วเครื่องบินไว้เรียบร้อยแล้ว

นายบัญชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลางที่ผ่านมา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกคือประเทศอิหร่าน ซึ่งมีการอพยพโดยสมัครใจไปแล้ว 2 ชุดตามที่มีรายงานข่าวก่อนหน้านี้ ส่วนที่เหลือมีจำนวนไม่มากและอาจทยอยเดินทางออกมา ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเตหะราน ได้ตั้งสำนักงานชั่วคราวที่เมืองวาน บริเวณชายแดนตุรกีไว้อำนวยความสะดวก

สำหรับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ส่วนใหญ่ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และมีเที่ยวบินพาณิชย์เปิดให้บริการแล้ว เช่น โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่บางประเทศแม้จะปิดน่านฟ้า แต่ยังสามารถเดินทางออกผ่านประเทศซาอุดีอาระเบีย หรือประเทศตุรกีได้

ส่วนสถานการณ์ในอิสราเอล ซึ่งมีคนไทยอยู่ประมาณ 65,000 คน ทราบว่าทางการอิสราเอลยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และขณะนี้มีผู้ต้องการเดินทางออกจากพื้นที่ลดลง เนื่องจากสามารถเข้าพักในสถานที่หลบภัยที่ปลอดภัยได้

ขณะที่ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ยังมีลูกเรือไทยอีก 3 คนที่ยังติดค้างอยู่บนเรือ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศยังคงให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และได้ประสานกับเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อขอความร่วมมือช่วยเหลือคนไทยที่ยังอยู่บนเรือ โดยรายละเอียดบางส่วนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของลูกเรือ

ทั้งนี้ เมื่อวานที่ผ่านมา นายสหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้โทรศัพท์หารือโดยตรงกับรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน โดยได้หยิบยกประเด็นลูกเรือไทย 3 คนที่ยังติดค้างอยู่บนเรือ และขอความร่วมมือจากฝ่ายอิหร่านในการให้ความช่วยเหลือ หากสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้

นอกจากนี้ ไทยยังได้สื่อสารถึงท่าทีของประเทศไทยและจุดยืนของอาเซียน ซึ่งได้หารือกันในระดับรัฐมนตรีต่างประเทศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายใช้แนวทางการเจรจาเพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์

ด้าน นายพงศ์เทพ เพชรโสม รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานได้ประสานกับบริษัทเจ้าของเรือเพื่อให้ความช่วยเหลือแรงงานไทย โดยจะตรวจสอบเรื่องสัญญาจ้างและสิทธิประโยชน์ซึ่งบริษัทเจ้าของเรือให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ จากการประเมินสภาพจิตใจของลูกเรือทั้ง 20 คน พบว่าส่วนใหญ่ยังมีสภาพจิตใจเข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานจะติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด และประสานกับบริษัทเจ้าของเรือให้ดำเนินการตามกฎหมายแรงงานและอนุสัญญาแรงงานทางทะเล (MLC)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...