โพลชี้คนไทยกังวลพลังงานแพง เร่งปรับพฤติกรรมประหยัดไฟ
สวนดุสิตโพล ชี้คนไทยผวาราคาพลังงานพุ่ง! กว่า 70% วอนรัฐตรึงน้ำมัน-ก๊าซหุงต้ม บอกเงินสำรองส่วนใหญ่พอแค่ 1-3 เดือน
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับมาตรการพลังงาน” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,347 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 11-13 มีนาคม 2569 ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 45.88 รู้สึกกังวลมากจากข่าวการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน รองลงมาคือ ค่อนข้างกังวล ร้อยละ 44.10
โดยเตรียมรับมือด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยเฉพาะการปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ร้อยละ 69.93 หากราคาพลังงานสูงจนกระทบต่อค่าครองชีพจะมีเงินสำรองฉุกเฉินประมาณ 1-3 เดือน ร้อยละ 30.51 ทั้งนี้ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือด้วยการตรึงราคาน้ำมัน/ก๊าซหุงต้มให้นานที่สุด ร้อยละ 71.05
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจสะท้อนว่า “พลังงาน” กลายเป็นความกังวลสำคัญของประชาชน ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันโลกจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่ก็พร้อมปรับพฤติกรรมประหยัดพลังงานแต่ด้วยเงินสำรองยังจำกัด หากราคาพลังงานปรับสูงต่อเนื่องอาจกระทบค่าครองชีพได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องบริหาร ทั้งกลไกราคา การสำรองพลังงาน สื่อสารอย่างชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์อัญชลี รัตนะ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตร์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่บานปลายส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จากราคาน้ำมัน-ก๊าซที่จะปรับตัวสูงขึ้น ทำให้คนไทยส่วนใหญ่เกิดความกังวลต่อภาวะค่าครองชีพและราคาสินค้าที่จะปรับตัวตามต้นทุนพลังงาน
ประชาชนจึงคาดหวังมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลโดยเฉพาะการตรึงราคาพลังงานและก๊าซหุงต้มเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แต่จากผลโพลยังพบว่าสิ่งที่น่ากังวล คือ ความเปราะบางทางการเงินของประชาชน ซึ่งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับใช้จ่ายเพียง 1-3 เดือน หรือบางส่วนไม่มีเงินสำรองเลย
โจทย์ของรัฐบาลจึงไม่ใช่เพียงแค่การควบคุมราคาพลังงานซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตหลัก แต่ต้องป้องกันการปรับราคาของสินค้าและบริการเพื่อช่วยประคองกำลังซื้อของประชาชน ซึ่งจะทำให้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวมยังคงเดินหน้าต่อไปได้ ขณะเดียวกัน ก็ต้องตระหนักถึงภาระทางการคลังและหนี้สาธารณะที่จะเกิดขึ้นจากการเลือกใช้มาตรการตรึงราคา และต้องสื่อสารอย่างโปร่งใสเพื่อให้ประชาชนรับทราบก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกัน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews