เอกชนย้ำแจกเงินไม่ใช่ทางออก ช่วยแค่แก้คัน แนะรัฐอุดรูรั่วเม็ดเงินไหลไปนอก
เอกชนย้ำแจกเงินไม่ใช่ทางออก ช่วยแค่แก้คัน แนะรัฐอุดรูรั่วเม็ดเงินไหลไปนอก
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม นายสมชาย พรรัตนเจริญ อดีตนายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ต่อยอดมาจากโครงการคนละครึ่ง เป็นรูปแบบของการแจกเงินให้กับประชาชน เพื่อสมทบให้กับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จำนวน 2,000 บาทในเฟสแรก กำหนดลงทะเบียนวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ เบื้องต้นประเมินวงเงินที่ให้ไว้มองว่า จะกำหนดแจกอยู่ที่เท่าใดก็ไม่เพียงพอ เพราะภาวะในปัจจุบันมีความจำเป็นต้องนำเม็ดเงินที่รัฐบาลต้องนำเม็ดเงินจากเงินกู้ก้อน 4 แสนล้านบาทนี้ไปใช้เสริมสร้างหรือแก้ไขปัญหาในรูปแบบอื่น ไม่ใช่เพียงการแจกเงินเพื่อให้ประชาชนนำไปจับจ่ายซื้อของ แม้ช่วยให้ตัวเลขเศรษฐกิจเติบโตได้ แต่เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้มีความยั่งยืนอย่างแท้จริง
“การตั้งวงเงินไว้จะเป็นแสนหรือเป็นล้าน มองว่าอย่างไรก็ไม่เพียงพอ ทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจจะต้องมองเรื่องความยั่งยืนเข้ามาเป็นส่วนหลักด้วย เพราะเม็ดเงินที่ให้ประชาชนนำไปจับจ่ายใช้สอย ต้องพิจารณาด้วยว่าเป็นสินค้ากลุ่มใด คนที่ได้ประโยชน์เต็มๆ เป็นใคร ใช่ประเทศไทยจริงหรือไม่ เนื่องจากสินค้าในประเทศไทยบางส่วนมีต้นกำเนิดการผลิตมาจากประเทศจีน ไทยเสียดุลการค้าให้กับจีนค่อนข้างมาก ทำให้เม็ดเงินที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ จะไหลไปกระตุ้นการผลิตสินค้าในต่างประเทศแถมอีก” นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะแบ่งเป็น 2 เฟส โดยมีการประกาศเบื้องต้นว่า หากเศรษฐกิจดูดีขึ้นกว่าเดิม ก็อาจไม่มีการต่อเฟส 2 เพิ่มเติม แต่ความจริงแล้วมองว่า รัฐบาลไม่ควรจะใช้วิธีนี้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว นโยบายแบบประชานิยมไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่มีสาเหตุมาจากโครงสร้างได้ เป็นเพียงยาแก้คันเท่านั้น โดยเฉพาะภาวะตอนนี้ที่ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะสูง แต่ต้องกู้เงินเพื่อมาแจกอีก เปรียบเทียบเหมือนครอบครัวหนึ่งที่ลูกๆ ใช้เงินเก่งมาก แต่ศักยภาพในการหารายได้ของครอบครัวมีน้อย แต่พ่อแม่ก็บอกไม่เป็นไร ใช้เงินต่อไป หากเงินไม่พอจะไปกู้ยืนมาให้ใช้ต่อเอง สะท้อนถึงสังคมในปัจจุบันที่เกิดความล้มเหลว หรือไปต่อไม่ได้เป็นเพราะการกู้หนี้มาเพื่ออยู่กิน ไม่ได้เป็นการกู้มาเพื่อต่อยอดในการสร้างรายได้เพิ่ม รัฐบาลจึงต้องมองใหม่ว่า จะนำเงินกู้ 4 แสนล้านบาทนี้มาใช้ในรูปแบบใดที่เห็นผลระยะยาวมากขึ้น
“การแจกเงินที่หว่านให้เป็นหน้ากระดานแบบนี้ การช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ อาจไปไม่ถึงด้วยซ้ำ เพราะความสามารถในการเข้าถึงระบบหรือมืออาจสั้นกว่าคนทั่วไป ทำให้รัฐบาลต้องเน้นช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ สร้างงานสร้างอาชีพให้ ไม่ใช่การแจกเงินแบบหว่านแห่ ที่ทำให้คนรับอาจไม่รู้คุณค่าของเงิน เมื่อเงินแจกหมดไปแล้วก็เรียกร้องขอใหม่อีกครั้ง ซึ่งความจริงรัฐบาลสร้างกฎเกณฑ์ที่จะให้การช่วยเหลือในรูปแบบที่ต้องช่วยตัวเองก่อน จากนั้นจึงมอบเครื่องมือเพื่อสนับสนุนการสร้างอาชีพ” นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวว่า ตอนนี้รัฐบาลต้องถือโอกาสในการสร้างแอพพลิเคชั่นของตัวเอง เพื่อลดช่องว่างของเม็ดเงินที่ไหลผ่านแพลตฟอร์มต่างชาติไปยังเจ้าของต่างประเทศ เพราะการสนับสนุนให้ซื้อของในแพลตฟอร์มต่างชาติผ่านโครงการของรัฐบาล เท่ากับเม็ดเงินจำนวนหนึ่งจะไหลไปต่างประเทศแน่นอนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มซื้อสินค้าออนไลน์ หรือสั่งอาหารเดลิเวอรี่ก็ตาม ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มองและวางแผนรับมือกับการเติบโตของแพลตฟอร์มเหล่านี้ที่มีการเติบโตจากไรเดอร์ ถือเป็นเพียงมดงานที่ทำให้เกิดความสำเร็จของแพลตฟอร์มเท่านั้น เทียบกับจีนอย่างอาลีบาบาที่แพลตฟอร์มใหญ่มากเกินไป รัฐบาลจีนก็จัดการทันที แต่รัฐบาลไทยยังไม่มีการทำอะไรทั้งที่ธุรกิจกำลังจะถูกกลืนกิน และน่าเป็นห่วงมาก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอกชนย้ำแจกเงินไม่ใช่ทางออก ช่วยแค่แก้คัน แนะรัฐอุดรูรั่วเม็ดเงินไหลไปนอก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th