โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

BNCT มหัศจรรย์การรักษาระดับเซลล์จากไต้หวัน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวานนี้เป็นวันแรงงาน ผมเชื่อว่าทุกคนต่างได้หยุดงานกันถ้วนหน้า ตัวผมเองได้ใช้โอกาสนี้ ร่วมเดินทางไปดูงานกับอาจารย์แพทย์ ที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ที่อยู่ด้านขวามือบนถนนมอเตอร์เวย์ที่มุ่งสู่ชลบุรี ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ โรงพยาบาลแห่งนี้จะก้าวไปสู่ศูนย์กลางของการรักษาโรคมะเร็ง ด้วยความริเริ่มดำเนินการของอาจารย์แพทย์ที่ผมให้ความเคารพนี่แหละครับ ถ้ามีความคืบหน้าผมจะมานำเสนอให้เพื่อนๆ ได้รับรู้กันต่อไปครับ

จากการพูดคุยกับนักวิจัยชาวไต้หวัน ที่ผมได้มีโอกาสร่วมงานกันกับท่านมา ทำให้รู้ว่า ปัจจุบันในโลกของการรักษามะเร็งนั้นมีหลากหลายวิธี ตามที่ผมได้เล่าให้ฟังจากสองอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ฝันร้ายที่สุดของแพทย์ผู้ทำการรักษา ศัลยแพทย์และผู้ป่วย ก็คือ “มะเร็งที่แทรกซึม” ไปในอวัยวะใกล้เคียงไม่หยุด

เราลองนึกภาพรากไม้ที่ชอนไชไปในดิน มะเร็งบางชนิดโดยเฉพาะมะเร็งสมองชนิดดุร้าย (Glioblastoma) หรือมะเร็งบริเวณศีรษะและคอที่ลุกลาม มันไม่ได้อยู่เป็นก้อนกลมๆ ให้ตัดออกง่ายๆ แต่มันจะแทรกตัวรุกลามไปตามเส้นประสาทและเนื้อเยื่อสำคัญ ศัลยแพทย์ผู้รักษาคนป่วย ก็จะทำการผ่าตัดก้อนเนื้อร้ายดังกล่าวออกไป แต่บางครั้งก็ไม่ได้โชคดีเสมอไป หากผ่าตัดกว้างเกินไปคนไข้ก็อาจพิการ หรือหากผ่าตัดน้อยเกินไปมะเร็งก็กลับมาใหม่ได้ นี่คือช่องว่างที่ทำให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้น นั่นคือการรักษาด้วยเทคโนโลยี BNCT (Boron Neutron Capture Therapy) เข้ามาเติมเต็มครับ

หลักการของการรักษาโดยเทคโนโลยี BNCT ผมอยากจะใช้คำเรียกว่า “ม้าไม้เมืองทรอย” (The Trojan Horse) มันไม่ใช่การฉายแสงแบบสาดรังสีใส่ร่างกายจากภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความร่วมมือกันระหว่าง“ยา” และ “รังสี” ที่คิดค้นโดยนักวิจัยชาวไต้หวัน แม้ในต่างประเทศโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ยังไม่ได้รับการรับรองโดย FDA ของอเมริกา แต่ในไต้หวันก็ได้ให้การรับรองแล้ว และเริ่มมีการนำมาใช้แล้วครับ

วิธีการรักษาดังกล่าว มีขั้นตอนที่มหัศจรรย์ดังนี้ครับ ขั้นตอนที่ 1 เมื่อแพทย์มีการตรวจพบก้อนเชื้อของมะเร็งแล้ว แพทย์ก็จะดำเนินการแต้มสีไปที่เป้าหมาย โดยจะฉีดสารประกอบ “โบรอน-10” (Boron-10) เข้าไปในกระแสเลือด สารตัวนี้มีความพิเศษคือ“เซลล์มะเร็งชอบกินมันมาก” มากกว่าเซลล์ปกติหลายเท่า ผลที่ได้คือ เซลล์มะเร็งทั่วมุมมืดของร่างกาย จะถูกแต้มสีโบรอนไว้จนเต็มพิกัด ขณะที่เซลล์ดีแทบไม่มีโบรอนเกาะอยู่เลย

ในขั้นตอนที่ 2 ก็คือการจุดระเบิดด้วยนิวตรอน เมื่อโบรอนเข้าไปอยู่ในเซลล์มะเร็งเรียบร้อยแล้ว แพทย์ท่านก็จะยิง“ลำแสงนิวตรอน” (Neutron Beam) พลังงานต่ำ เข้าไปใส่บริเวณนั้น นิวตรอนตัวนี้ก็แปลกครับ มันก็จะวิ่งผ่านเนื้อเยื่อปกติไปเฉยๆ โดยไม่ทำอันตรายใดๆ จนกว่ามันจะไป “ชน” กับอะตอมของโบรอน ที่อยู่ในเซลล์มะเร็ง นี่คือความพิเศษที่น่ามหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่งครับ

ต่อมาในขั้นตอนที่ 3 เจ้าระเบิดนิวเคลียร์ขนาดจิ๋ว ที่มนุษย์มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็จะเริ่มทำงานครับ เมื่อนิวตรอนวิ่งไปกระทบโบรอน จะเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ขนาดเล็กมาก ที่เรียกว่า“Fission” ผลลัพธ์ก็คือ การปลดปล่อยอนุภาคแอลฟาและอนุภาคลิเทียมที่มีพลังงานสูงมากออกมา ทำการทำลายล้างเจ้ามะเร็งร้ายได้ในทันทีครับ ซึ่งระยะทำลายล้างนี้สั้นมหาศาลด้วยพลังงานที่เกิดขึ้นนี้ มีระยะวิ่งเพียง 5 ถึง 9 ไมโครเมตร (ซึ่งสั้นกว่าขนาดของหนึ่งเซลล์เสียอีก!) ทำให้ผลลัพธ์ที่เหลือเชื่อเกิดขึ้น

กล่าวคือ มะเร็งจะถูกระเบิดทำลายจาก “ภายในเซลล์” ของมันเองจนตายสนิท แต่เซลล์ปกติที่อยู่ข้างๆ กัน (ที่ไม่มีโบรอนอยู่) ก็จะไม่ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่นิดเดียว นี่คือเหตุผลที่เราเรียกมันว่า “Precision Medicine” หรือการรักษาที่แม่นยำที่สุดในโลก เพราะมันคือการ “เลือกฆ่าทีละเซลล์” (Cell-selective Therapy) อย่างแท้จริงครับ

ปัจจุบันนี้ไต้หวันเป็นผู้คิดค้นและเป็นหนึ่งในผู้นำโลกด้านBNCT โดยเฉพาะที่ มหาวิทยาลัยชิงหัว (NTHU) และ มหาวิทยาลัยหยางมิงเจียวทง (NYCU) ร่วมกับโรงพยาบาลชั้นนำอีกหลายแห่ง พวกเขาได้พัฒนาเครื่องเร่งอนุภาคนิวตรอนขนาดเล็กที่สามารถติดตั้งในโรงพยาบาลได้ (Accelerator-based BNCT) ไม่ต้องไปรักษากับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดใหญ่ เหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้วครับ

นี่ความน่าทึ่งของทางด้านการแพทย์ยุคใหม่นั่นเองครับ และที่สำคัญ ทีมแพทย์ไต้หวันมีประสบการณ์สูงมากในการรักษามะเร็งสมอง ที่ทำการรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล และมะเร็งบริเวณใบหน้าและลำคอที่ซับซ้อน จึงช่วยให้คนไข้ไม่ต้องเสียโฉมจากการผ่าตัดใหญ่ และกลับมามีชีวิตที่ปกติได้อีกครั้ง

ในโลกยุคปี 2026 การทำการรักษาด้วย BNCT ในไต้หวัน มักจะมาคู่กับการตรวจติดตามผลที่แม่นยำก่อนรักษาเสมอ เพราะเขามีเทคโนโลยีมาใช้ตรวจเช็คเลือด เพื่อหาเชื้อมะเร็งในเม็ดเลือดขาว อย่างที่ผมได้เล่าไปก่อนหน้านี้มาแล้วทั้งสองสัปดาห์ เพื่อดูว่ามะเร็งมีการกระจายตัวไปที่ไหนบ้าง? เพื่อกำหนดขอบเขตการยิงนิวตรอนให้ครอบคลุมอย่างตรงจุด ไม่ต้องเดาสุ่มอีกต่อไป นอกจากนี้หลังรักษาก็จะมีตรวจเลือดซ้ำ เพื่อดูว่าเศษซากมะเร็งที่ถูกระเบิดด้วย BNCT ลดลงจนหมดเกลี้ยงจากกระแสเลือดแล้วหรือไม่? เพื่อยืนยันการรักษาได้ “หายขาด” ในระดับโมเลกุลแล้วหรือไม่นั่นเองครับ

นี่คือความหวังใหม่ในจุดที่มืดมนที่สุด ในอนาคตอันใกล้นี้ ถ้าหากมีการนำมาใช้ในการรักษาด้วยเทคโนโลยี BNCT นี้ จะเป็นข้อพิสูจน์ว่า วิทยาศาสตร์การแพทย์ไม่ได้ทอดทิ้งผู้ป่วย ที่มีอาการหนักหรืออยู่ในระยะที่รักษายาก ให้แบกรับชะตากรรมอย่างเดียวดายแล้วครับ

BNCT จะเข้ามาเปลี่ยนความกลัวจาก “ระเบิดปรมาณู” มาเป็น“พลังงานรักษาสันติภาพ” ภายในร่างกายมนุษย์แล้วครับ หากวันหนึ่งคุณได้รับคำบอกเล่าว่ามะเร็งของคุณ “อยู่ในจุดที่ผ่าตัดไม่ได้” ก็อย่าเพิ่งหมดความหวังนะครับ เพราะเทคโนโลยีBNCT จากไต้หวันตัวนี้ อาจเป็นกุญแจดอกสุดท้ายที่รอคุณอยู่ก็ได้ครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...