โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สงครามตัวแทน – รัฐบาลต่างตอบแทน

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทวี สุรฤทธิกุล

“ผู้แทน ตัวแทน ต่างตอบแทน” น่าจะจัดหมวดหมู่เป็นกลุ่มความสัมพันธ์ที่ “ไม่น่าคบ” ได้เป็นอย่างดี จำเป็นที่จะต้องหาความรู้เกี่ยวกับสิ่งพวกนี้ไว้ เพื่อรู้ทันเล่ห์เหลี่ยม และมองเห็นทางออกในอนาคต

หลายวันวันมานี้ ผู้เขียนซึ่งก็เหมือนผู้คนที่ต้องตื่นขึ้นมาทุกวัน ที่จำเป็นต้องตกอยู่ในวงล้อมของข่าวสารที่น่าเบื่อ 2 - 3 เรื่อง ทั้งเรื่องราคาน้ำมัน สงครามอิหร่านกับสหรัฐและอิสราเอล และข่าวนักการเมืองไทย ผู้เขียนเลยจับประเด็นขึ้นมาเป็นเรื่องเป็นราวว่า เรื่องน่าเบื่อทั้งหมดนี้ น่าจะมาจาก “ลักษณะร่วม” ซึ่งก็คือที่มาจากภาษาคล้าย ๆ กัน คือคำว่า “แทน” ที่พอมาใช้ร่วมกับคำต่าง ๆ ก็จะแสดงลักษณะที่คล้าย ๆ กัน ในที่นี้ก็คือ ผู้แทนราษฎร สงครามตัวแทน และรัฐบาลต่างตอบแทน ดังที่จะอธิบายต่อไปนี้

ขอเริ่มจากคำว่า “ผู้แทนราษฎร” ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า The Representatives คือเป็นตัวแทนของประชาชนผู้เลือกตั้ง (จะไม่ขอกล่าวที่มาของอาชีพนี้ เพราะมีประวัติยืดยาวและมีรูปแบบแตกต่างกันในแต่ละประเทศ) ในประเทศไทยเชื่อว่าเอารูปแบบมาจากระบบรัฐสภาของประเทศอังกฤษ แต่แล้วก็ยัง “ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน” คือยังไม่เป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง หลายปีมานี้ยิ่งปรากฎชัดว่าเป็นได้แค่ “ขี้ครอกของผู้มีอิทธิพล” ทั้งผู้มีอิทธิพลในและนอกสภา ดังที่เราได้เห็นภาพนี้มาโดยตลอดในการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาล

ต่อไปคือ “สงครามตัวแทน” ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Proxy War หมายถึงสงครามที่ประเทศคู่ขัดแย้งไม่ได้ทำสงครามด้วยกันตรง ๆ แต่ใช้ประเทศตัวแทน “บังหน้า” ออกรบแทน และเป็นสงครามที่นิยมกันมากตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายใต้ภาวะความขัดแย้งระหว่าง “ค่ายโลกเสรี” ที่นำโดยสหรัฐอเมริกา กับ “ค่ายคอมมิวนิสต์” ที่นำโดยสหภาพโซเวียตรัสเซีย สงครามตัวแทนที่โด่งดังก็เช่นสงครามเวียดนาม โดยในที่สุดพวกเวียดนามใต้ที่สหรัฐอเมริกาสนับสนุนก็พ่ายแพ้ให้แก่พวกเวียดนามเหนือที่สหภาพโซเวียตรัสเซียสนับสนุน

ปัจจุบันนี้ที่ยังรบกันอยู่ไม่สิ้นสุดก็คือสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งรบกันมากว่า 4 ปีและยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง แม้ว่ารัสเซียจะอยู่ในสถานะได้เปรียบ แต่ยูเครนก็ได้รับการสนับสนุนจากทั้งประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปและนาโต้ ก็ยังสามารถรับได้อย่างยืดเยื้อ โดยที่การเจรจาก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า อีกสงครามหนึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นได้เดือนเศษ ๆ ก็คือสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน ที่เชื่อว่ามีมหาอำนาจบางประเทศ เช่น รัสเซีย อาจจะสนับสนุนอิหร่านอยู่เบื้องหลัง ในขณะที่สหรัฐอเมริกาก็พยายามที่จะเร้าระดมประเทศต่าง ๆ รอบอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ที่ได้รับผลกระทบในเรื่องการค้านำมัน เข้าร่วมต่อสู้กับอิหร่าน แต่ก็ยังไม่มีประเทศใด ๆ เข้าร่วมด้วย แม้แต่การเจรจาเพื่อหาทางแก้ปัญหาก็ยังไม่มีชาติใดสนใจจะช่วย

มาถึง “รัฐบาลต่างตอบแทน” ในภาษาอังกฤษมีใช้ด้วยกันหลายคำ แต่ที่นิยมมากที่สุดคือ Puppet Cabinet ที่แปลเป็นไทยตรง ๆ ว่า “รัฐบาลหุ่นเชิด” หมายถึงรัฐบาลที่ตั้งขึ้นมาด้วยการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกัน ระหว่างผู้มีอำนาจหรือนายทุนด้วยกัน เพื่อประโยชน์ของผู้มีอำนาจและนายทุนเหล่านั้นเป็นหลัก โดยไม่ได้ยึดผลประโยชน์ของประชาชน หรืออาจจะแค่เอาประชาชนมาเป็นข้ออ้าง หรือถ้าจะทำเพื่อประชาชนบ้างก็เป็นส่วนน้อย ในสมัยก่อนที่โลกนี้ยังมีการล่าอาณานิคมหรือการเลือกข้างในสงครามเย็น รัฐบาลในประเทศด้อยพัฒนาหลายประเทศก็อยู่ในสภาพ “หุ่นเชิด” คือเป็นตัวแทนของประเทศเจ้าอาณานิคมหรือมหาอำนาจเหล่านั้น

ในกรณีของประเทศไทย เมื่อสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เคยเข้าด้วยกับสหรัฐอเมริกา รัฐบาลทหารในยุคนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็น “ลิ่วล้อ” หรือ “เดินตามก้น” สหรัฐอเมริกา จนถึงขั้นที่เชื่อว่าจอมพลที่ครองอำนาจติดต่อกันมาทั้งสามคนนั้นเป็น “นายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด” ของสหรัฐอเมริกา ทว่าตั้งแต่หลัง 14 ตุลาคม 2516 ที่นิสิตนักศึกษาขับไล่ทหารออกไปจากวงจรอำนาจอยู่ขณะหนึ่ง แล้วให้นักการเมืองเข้ามามีอำนาจตั้งแต่การเลือกตั้งใน พ.ศ. 2518 ก็เกิดปรากฏการณ์ใหม่ คือการแทรกซึมเข้ามาของกลุ่มอิทธิพลและนายทุน ทั้งในส่วนกลางและในท้องถิ่น ผ่านการสร้าง “สส.เด็กฝาก” เข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร รัฐบาลที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคนั้นจึงมีลักษณะเป็นตัวแทนของผู้มีอำนาจดังกล่าว และรัฐบาลตั้งแต่ยุคนั้นก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็น “รัฐบาลหุ่นเชิด” ได้เช่นกัน

ในวิทยานิพนธ์ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย นายทวีศักดิ์ พันธุ์สุระ (ชื่อและนามสกุลเดิมของผู้เขียน) เรื่อง “การต่อสู้ของพรรคการเมืองไทย : ศึกษากรณีพรรคกิจสังคม” ที่ศึกษาพรรคกิจสังคมกับการเมืองไทยในช่วง พ.ศ. 2518 ถึง 2528 ได้ค้นพบว่า กลุ่มทุนต่าง ๆ ได้เข้ามาในพรรคกิจสังคมมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่การเลือกตั้ง พ.ศ. 2518 และมากขึ้นอีกใน พ.ศ. 2519 จนถึงการเลือกตั้งใน พ.ศ. 2522 และ พ.ศ. 2526 ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง คือกลุ่มทุนเหล่านั้นได้เข้ามาสนับสนุนพรรคกิจสังคมอย่างเปิดเผย โดยส่งลูกหลานหรือเครือญาติมาสมัครลงรับเลือกตั้งในนามของพรรค แต่กระนั้นกลุ่มทุนเหล่านั้นก็ยังแอบสนับสนุนให้กับพรรคการเมืองอื่น ๆ อยู่ด้วย ในทำนอง “เหยียบเรือหลายแคม” อันเป็นลักษะเด่นของการเมืองไทยมาตั้งแต่บัดนั้น

ทุกวันนี้ “สส.ตัวแทนกลุ่มทุน” ก็ยิ่งเพิ่มความสำคัญมากขึ้น ว่ากันว่าตั้งแต่ยุค “ทักษิณครองเมือง” ใน พ.ศ. 2544 เป็นต้นมานั้น นช.ทักษิณได้พยายามที่จะเปลี่ยนระบบ “สส.ของนายทุน” มาเป็น “นายทุนของ สส.” คือพยายามที่จะให้พรรคการเมืองของตนคือพรรคไทยรักไทยนั้นเข้าไปมีอำนาจเหนือกลุ่มทุน แต่ นช.ทักษิณก็ทำไม่สำเร็จ เพราะกลุ่มทุนที่ถูก นช.ทักษิณข่มขู่จะเข้าครอบงำได้ไปเข้าหากลุ่ม “อำมาตย์” แล้วยัดข้อหาว่า นช.ทักษิณต้องการจะเป็นเจ้า (และโกงกินมโหฬาร) ที่สุด นช.ทักษิณต้องระหกระเหินไปอยู่นอกประเทศ กว่าจะได้กลับมา(เข้าคุก)ก็อีกเกือบ 20 ปี (มีข่าวว่าในวันที่ 11 พฤษภาคมปีนี้ นช.ทักษิณจะถูกพักโทษและได้ออกมาจากคุกชั่วคราว ก็ต้องติดตามดูว่าจะมีการเคลื่อนไหวอะไรของนักโทษชายคนนี้หรือไม่)

เวลานี้ก็มีการร่ำลือว่า รัฐบาลนี้เป็นตัวแทนของกลุ่มอำนาจต่าง ๆ หลายกลุ่ม โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่เป็นแกนนำก็เชื่อว่าถูกครอบงำโดย “บ้านใหญ่ – ครูใหญ่บุรีรัมย์” ที่ก็อาศัยการรวบรวมกลุ่มบ้านใหญ่ในท้องถิ่นต่าง ๆ มาเข้าด้วย และทำให้ชนะการเลือกตั้งได้ สส.เข้ามาเกือบ 200 คน ในขณะเดียวกันก็มีข่าวว่ารัฐมนตรีหลายคน “มีคอกมีสังกัด” คือมีนายทุนส่งเข้าประกวด นี่ก็เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นมากว่า 40 ปีของการเมืองไทย

นั่นคือคนไทยก็ยังไม่เคยมีรัฐบาลของพวกเขา มีแต่รัฐบาลของนายทุนและผู้มีอำนาจ และน่าจะเป็นอย่างนี้ไปอีกหลายปี

วันก่อนผู้เขียนไปทำบุญที่วัดใกล้บ้าน เจ้าคุณท่านชอบฟังเรื่องการเมือง พอผู้เขียนพรรณนาเรื่องปัญหา “รัฐบาลตัวแทน” ให้ท่านฟัง ท่านก็กล่าวเป็นคำพระขึ้นว่า “อนิจจัง วัตตะสังขารา ไม่มีอะไรเที่ยงแท้คงทน สักวันมันก็จะหมดสิ้น หรืออย่างน้อยก็ต้องเปลี่ยนแปลง ไม่อาจเป็นอยู่แบบนี้ต่อไปอีกได้”

ฟังแล้วก็มีความหวังครับ และต้องช่วยกันบอกให้ลูกหลานเรายังคง,uความหวังเช่นนี้ให้มั่นคง

สาธุ (แปลว่า ใช่แล้ว ดีแล้ว) ที่โลกนี้ยังมีศาสนาให้เราได้นับถือ !

#การเมืองไทย #รัฐบาลหุ่นเชิด #ProxyWar #สงครามตัวแทน #อำนาจการเมือง #นายทุน #ประชาธิปไตย #วิเคราะห์การเมือง #ข่าวการเมือง #siamrathonline

ภาพประกอบสร้างโดยAI

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...