สงครามตัวแทน – รัฐบาลต่างตอบแทน
ทวี สุรฤทธิกุล
“ผู้แทน ตัวแทน ต่างตอบแทน” น่าจะจัดหมวดหมู่เป็นกลุ่มความสัมพันธ์ที่ “ไม่น่าคบ” ได้เป็นอย่างดี จำเป็นที่จะต้องหาความรู้เกี่ยวกับสิ่งพวกนี้ไว้ เพื่อรู้ทันเล่ห์เหลี่ยม และมองเห็นทางออกในอนาคต
หลายวันวันมานี้ ผู้เขียนซึ่งก็เหมือนผู้คนที่ต้องตื่นขึ้นมาทุกวัน ที่จำเป็นต้องตกอยู่ในวงล้อมของข่าวสารที่น่าเบื่อ 2 - 3 เรื่อง ทั้งเรื่องราคาน้ำมัน สงครามอิหร่านกับสหรัฐและอิสราเอล และข่าวนักการเมืองไทย ผู้เขียนเลยจับประเด็นขึ้นมาเป็นเรื่องเป็นราวว่า เรื่องน่าเบื่อทั้งหมดนี้ น่าจะมาจาก “ลักษณะร่วม” ซึ่งก็คือที่มาจากภาษาคล้าย ๆ กัน คือคำว่า “แทน” ที่พอมาใช้ร่วมกับคำต่าง ๆ ก็จะแสดงลักษณะที่คล้าย ๆ กัน ในที่นี้ก็คือ ผู้แทนราษฎร สงครามตัวแทน และรัฐบาลต่างตอบแทน ดังที่จะอธิบายต่อไปนี้
ขอเริ่มจากคำว่า “ผู้แทนราษฎร” ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า The Representatives คือเป็นตัวแทนของประชาชนผู้เลือกตั้ง (จะไม่ขอกล่าวที่มาของอาชีพนี้ เพราะมีประวัติยืดยาวและมีรูปแบบแตกต่างกันในแต่ละประเทศ) ในประเทศไทยเชื่อว่าเอารูปแบบมาจากระบบรัฐสภาของประเทศอังกฤษ แต่แล้วก็ยัง “ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน” คือยังไม่เป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง หลายปีมานี้ยิ่งปรากฎชัดว่าเป็นได้แค่ “ขี้ครอกของผู้มีอิทธิพล” ทั้งผู้มีอิทธิพลในและนอกสภา ดังที่เราได้เห็นภาพนี้มาโดยตลอดในการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาล
ต่อไปคือ “สงครามตัวแทน” ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Proxy War หมายถึงสงครามที่ประเทศคู่ขัดแย้งไม่ได้ทำสงครามด้วยกันตรง ๆ แต่ใช้ประเทศตัวแทน “บังหน้า” ออกรบแทน และเป็นสงครามที่นิยมกันมากตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายใต้ภาวะความขัดแย้งระหว่าง “ค่ายโลกเสรี” ที่นำโดยสหรัฐอเมริกา กับ “ค่ายคอมมิวนิสต์” ที่นำโดยสหภาพโซเวียตรัสเซีย สงครามตัวแทนที่โด่งดังก็เช่นสงครามเวียดนาม โดยในที่สุดพวกเวียดนามใต้ที่สหรัฐอเมริกาสนับสนุนก็พ่ายแพ้ให้แก่พวกเวียดนามเหนือที่สหภาพโซเวียตรัสเซียสนับสนุน
ปัจจุบันนี้ที่ยังรบกันอยู่ไม่สิ้นสุดก็คือสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งรบกันมากว่า 4 ปีและยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง แม้ว่ารัสเซียจะอยู่ในสถานะได้เปรียบ แต่ยูเครนก็ได้รับการสนับสนุนจากทั้งประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปและนาโต้ ก็ยังสามารถรับได้อย่างยืดเยื้อ โดยที่การเจรจาก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า อีกสงครามหนึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นได้เดือนเศษ ๆ ก็คือสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน ที่เชื่อว่ามีมหาอำนาจบางประเทศ เช่น รัสเซีย อาจจะสนับสนุนอิหร่านอยู่เบื้องหลัง ในขณะที่สหรัฐอเมริกาก็พยายามที่จะเร้าระดมประเทศต่าง ๆ รอบอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ที่ได้รับผลกระทบในเรื่องการค้านำมัน เข้าร่วมต่อสู้กับอิหร่าน แต่ก็ยังไม่มีประเทศใด ๆ เข้าร่วมด้วย แม้แต่การเจรจาเพื่อหาทางแก้ปัญหาก็ยังไม่มีชาติใดสนใจจะช่วย
มาถึง “รัฐบาลต่างตอบแทน” ในภาษาอังกฤษมีใช้ด้วยกันหลายคำ แต่ที่นิยมมากที่สุดคือ Puppet Cabinet ที่แปลเป็นไทยตรง ๆ ว่า “รัฐบาลหุ่นเชิด” หมายถึงรัฐบาลที่ตั้งขึ้นมาด้วยการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกัน ระหว่างผู้มีอำนาจหรือนายทุนด้วยกัน เพื่อประโยชน์ของผู้มีอำนาจและนายทุนเหล่านั้นเป็นหลัก โดยไม่ได้ยึดผลประโยชน์ของประชาชน หรืออาจจะแค่เอาประชาชนมาเป็นข้ออ้าง หรือถ้าจะทำเพื่อประชาชนบ้างก็เป็นส่วนน้อย ในสมัยก่อนที่โลกนี้ยังมีการล่าอาณานิคมหรือการเลือกข้างในสงครามเย็น รัฐบาลในประเทศด้อยพัฒนาหลายประเทศก็อยู่ในสภาพ “หุ่นเชิด” คือเป็นตัวแทนของประเทศเจ้าอาณานิคมหรือมหาอำนาจเหล่านั้น
ในกรณีของประเทศไทย เมื่อสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เคยเข้าด้วยกับสหรัฐอเมริกา รัฐบาลทหารในยุคนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็น “ลิ่วล้อ” หรือ “เดินตามก้น” สหรัฐอเมริกา จนถึงขั้นที่เชื่อว่าจอมพลที่ครองอำนาจติดต่อกันมาทั้งสามคนนั้นเป็น “นายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด” ของสหรัฐอเมริกา ทว่าตั้งแต่หลัง 14 ตุลาคม 2516 ที่นิสิตนักศึกษาขับไล่ทหารออกไปจากวงจรอำนาจอยู่ขณะหนึ่ง แล้วให้นักการเมืองเข้ามามีอำนาจตั้งแต่การเลือกตั้งใน พ.ศ. 2518 ก็เกิดปรากฏการณ์ใหม่ คือการแทรกซึมเข้ามาของกลุ่มอิทธิพลและนายทุน ทั้งในส่วนกลางและในท้องถิ่น ผ่านการสร้าง “สส.เด็กฝาก” เข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร รัฐบาลที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคนั้นจึงมีลักษณะเป็นตัวแทนของผู้มีอำนาจดังกล่าว และรัฐบาลตั้งแต่ยุคนั้นก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็น “รัฐบาลหุ่นเชิด” ได้เช่นกัน
ในวิทยานิพนธ์ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย นายทวีศักดิ์ พันธุ์สุระ (ชื่อและนามสกุลเดิมของผู้เขียน) เรื่อง “การต่อสู้ของพรรคการเมืองไทย : ศึกษากรณีพรรคกิจสังคม” ที่ศึกษาพรรคกิจสังคมกับการเมืองไทยในช่วง พ.ศ. 2518 ถึง 2528 ได้ค้นพบว่า กลุ่มทุนต่าง ๆ ได้เข้ามาในพรรคกิจสังคมมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่การเลือกตั้ง พ.ศ. 2518 และมากขึ้นอีกใน พ.ศ. 2519 จนถึงการเลือกตั้งใน พ.ศ. 2522 และ พ.ศ. 2526 ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง คือกลุ่มทุนเหล่านั้นได้เข้ามาสนับสนุนพรรคกิจสังคมอย่างเปิดเผย โดยส่งลูกหลานหรือเครือญาติมาสมัครลงรับเลือกตั้งในนามของพรรค แต่กระนั้นกลุ่มทุนเหล่านั้นก็ยังแอบสนับสนุนให้กับพรรคการเมืองอื่น ๆ อยู่ด้วย ในทำนอง “เหยียบเรือหลายแคม” อันเป็นลักษะเด่นของการเมืองไทยมาตั้งแต่บัดนั้น
ทุกวันนี้ “สส.ตัวแทนกลุ่มทุน” ก็ยิ่งเพิ่มความสำคัญมากขึ้น ว่ากันว่าตั้งแต่ยุค “ทักษิณครองเมือง” ใน พ.ศ. 2544 เป็นต้นมานั้น นช.ทักษิณได้พยายามที่จะเปลี่ยนระบบ “สส.ของนายทุน” มาเป็น “นายทุนของ สส.” คือพยายามที่จะให้พรรคการเมืองของตนคือพรรคไทยรักไทยนั้นเข้าไปมีอำนาจเหนือกลุ่มทุน แต่ นช.ทักษิณก็ทำไม่สำเร็จ เพราะกลุ่มทุนที่ถูก นช.ทักษิณข่มขู่จะเข้าครอบงำได้ไปเข้าหากลุ่ม “อำมาตย์” แล้วยัดข้อหาว่า นช.ทักษิณต้องการจะเป็นเจ้า (และโกงกินมโหฬาร) ที่สุด นช.ทักษิณต้องระหกระเหินไปอยู่นอกประเทศ กว่าจะได้กลับมา(เข้าคุก)ก็อีกเกือบ 20 ปี (มีข่าวว่าในวันที่ 11 พฤษภาคมปีนี้ นช.ทักษิณจะถูกพักโทษและได้ออกมาจากคุกชั่วคราว ก็ต้องติดตามดูว่าจะมีการเคลื่อนไหวอะไรของนักโทษชายคนนี้หรือไม่)
เวลานี้ก็มีการร่ำลือว่า รัฐบาลนี้เป็นตัวแทนของกลุ่มอำนาจต่าง ๆ หลายกลุ่ม โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่เป็นแกนนำก็เชื่อว่าถูกครอบงำโดย “บ้านใหญ่ – ครูใหญ่บุรีรัมย์” ที่ก็อาศัยการรวบรวมกลุ่มบ้านใหญ่ในท้องถิ่นต่าง ๆ มาเข้าด้วย และทำให้ชนะการเลือกตั้งได้ สส.เข้ามาเกือบ 200 คน ในขณะเดียวกันก็มีข่าวว่ารัฐมนตรีหลายคน “มีคอกมีสังกัด” คือมีนายทุนส่งเข้าประกวด นี่ก็เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นมากว่า 40 ปีของการเมืองไทย
นั่นคือคนไทยก็ยังไม่เคยมีรัฐบาลของพวกเขา มีแต่รัฐบาลของนายทุนและผู้มีอำนาจ และน่าจะเป็นอย่างนี้ไปอีกหลายปี
วันก่อนผู้เขียนไปทำบุญที่วัดใกล้บ้าน เจ้าคุณท่านชอบฟังเรื่องการเมือง พอผู้เขียนพรรณนาเรื่องปัญหา “รัฐบาลตัวแทน” ให้ท่านฟัง ท่านก็กล่าวเป็นคำพระขึ้นว่า “อนิจจัง วัตตะสังขารา ไม่มีอะไรเที่ยงแท้คงทน สักวันมันก็จะหมดสิ้น หรืออย่างน้อยก็ต้องเปลี่ยนแปลง ไม่อาจเป็นอยู่แบบนี้ต่อไปอีกได้”
ฟังแล้วก็มีความหวังครับ และต้องช่วยกันบอกให้ลูกหลานเรายังคง,uความหวังเช่นนี้ให้มั่นคง
สาธุ (แปลว่า ใช่แล้ว ดีแล้ว) ที่โลกนี้ยังมีศาสนาให้เราได้นับถือ !
#การเมืองไทย #รัฐบาลหุ่นเชิด #ProxyWar #สงครามตัวแทน #อำนาจการเมือง #นายทุน #ประชาธิปไตย #วิเคราะห์การเมือง #ข่าวการเมือง #siamrathonline
ภาพประกอบสร้างโดยAI