โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งอกงามในความสูญสลาย “..ศิลปะแห่งการดำเนินชีวิต..ด้วยใจที่แหลกสลาย..!”

สยามรัฐ

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปากกาขนนก / สกุล บุณยทัต

“…ครั้นเมื่อชีวิตต้องถึงคราพบกับภาวะแห่งความสูญสลาย ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับรูปรอยใดก็ตาม นัยแห่งการรับรู้ของชีวิต ก็จะมีแต่ความอับปางในความรู้สึก สูญสลายความมั่นใจที่จะกระทำในทุกสิ่งทุกอย่างหมดสิ้น… นี่คือสัญญะของชีวิตที่บังเกิดต่อจิตวิญญาณของการรับรู้อันเสื่อมถอยและไร้เรี่ยวแรง กระทั่งอาจทำให้ตัวตนของเราต้องถึงจุดวิบัติลงได้…

แต่ถึงแม้จะถูกรุกรานจากความเหี่ยวเฉาที่ไร้หวัง ขอเพียงแต่เราจงเรียกสติและคืนสติเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่อย่างทรนงและมีความหมาย ความเป็นชีวิตก็มีโอกาสที่จะพลิกฟื้นขึ้นได้ไม่ยาก… ขอเพียงแต่เราต้องพยายามที่จะรู้ตัวและกอปรสร้าง “ศิลปะแห่งการดำเนินชีวิต” ขึ้นใหม่ให้งอกงามภายใต้ความสูญสลาย และด้วยใจที่แหลกสลายอย่างรู้สำนึกในความคิด จิตใจ และอารมณ์ เพื่อจะตื่นฟื้นกลับมาสู่ห้วงแห่งความงอกงามของสติปัญญาที่สะพรั่งบานเหนือใจแห่งใจในความสูญสิ้นอีกครั้ง!

“ความเศร้าคือประสบการณ์ด้านเดียวในความเป็นมนุษย์ที่หลอมรวมผู้คนให้เข้าหากันได้มากที่สุด… ทุกวัฒนธรรม ทุกศาสนา ต่างรู้จักกับความเศร้าเป็นอย่างดี!”

“งอกงามในความสูญสลาย (Bearing the Unbearable)” ผลงานเขียนอันงดงามและหยั่งเห็นในแนวทางจิตวิทยาแห่งการเยียวยาสำนึก และจิตวิทยาการอยู่รอดจากการโศกเศร้าโดย “ดร.โจแอนน์ คาชิอาโทเร” (Dr. Joanne Cacciatore) ผ่านการสอนสู่การยอมรับในความรู้สึกสูญเสีย และการค้นหา “ความหมายใหม่ในชีวิต”

คุณค่าของบางสิ่ง ไม่ได้อยู่ที่ความยาวนานของระยะเวลาที่เกิดขึ้น แต่จะอยู่ที่มันสร้างความหมายขึ้นมาแบบไหน… ให้กับหัวใจของเราต่างหาก

หนังสือเล่มนี้เปรียบดั่งหนังสือแห่งการเรียนรู้และคู่มือแห่งการโอบกอดความเศร้าอย่างเข้าใจ ท่ามกลางขณะของโลก ณ วันนี้ที่เต็มไปด้วยพื้นที่แห่งการรองรับความโศกเศร้าที่เป็นบาดแผลทางใจ โดยผู้เขียนได้เล่าถึงประสบการณ์แห่งชีวิตที่หมองเศร้าหลากหลาย ทั้งในส่วนของใบหน้าและท่าทีแห่งความเศร้าในซอกเล็กซอกน้อยของอาการอันขมขื่นนี้อย่างไม่มีใครเคยได้ทำมาก่อน… ว่ากันว่า… นี่คือพื้นที่ของการรองรับความโศกเศร้า สูญเสีย ไว้อาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในความทุกข์มหันต์ของคนเรา

“และเมื่อในยามที่ชีวิตของเราได้ก้าวเข้าหาความเปราะบางแหลกสลายอย่างตรงไปตรงมา นั่นคือการเข้าไปสัมผัสเนื้อแท้ของความเป็นมนุษย์ ทั้งในตัวเองและคนอื่น!”

ว่ากันว่า ณ วันนี้ เราจำเป็นต้องร่วมสร้าง “สังคมที่ใจดี” กับสังคมของความเศร้าและคนเศร้า… ตลอดจน “คนสามัญธรรมดาที่เศร้าโศกได้” เนื่องเพราะ… ความเศร้าไม่ใช่ความผิดปกติทางการแพทย์ที่จะต้องเข้ารักษา… ความเศร้าไม่ใช่วิกฤตทางจิตวิญญาณที่จะต้องได้รับการแก้ไข… ความเศร้า… ไม่ใช่ปัญหาทางสังคมที่ต้องได้รับการจัดการ… ความเศร้าเป็นเพียงเรื่องของหัวใจ… ที่ต้องเข้าไปรู้สึก…

แท้จริงแล้ว… ความเศร้าจะละเมิดทุกจารีต มันทั้งดิบ ทั้งดั้งเดิม… “มันปลุกปั่น มันสับสนวุ่นวาย และแน่นอน มันไร้ซึ่งอารยะ! ค็อตส์เคอร์ เรบเบอ (Kotzker Rebbe) ได้กล่าวเอาไว้อย่างสะดุดใจว่า… ไม่มีหัวใจดวงไหนที่จะเต็มเปี่ยมได้มากไปกว่า… หัวใจดวงที่แตกสลาย!!!”

การเรียนรู้จากการแตกสลายถือเป็นความแหลมคมทางความคิดของหนังสือเล่มนี้… มันเปิดเปลือยถึงก้นบึ้งอันลึกสุดของอาการแห่งการตื่นรู้ เป็นเรื่องกระทบใจและแทงใจที่สมควรต้องใคร่ครวญ… เหนือวิกฤตแห่งสัมปชัญญะต่าง ๆ ได้… คนเราต้องมี ”แสงสว่างแห่งใจทางปัญญา” ค้ำจุนอยู่เสมอ มันคือ “สายทางสว่าง” แห่งการชำระล้างชีวิต ให้หลุดออกจากความเศร้าอันโสมม หลุดออกจากความไม่รู้ที่ตกอยู่ในคอกขังของอวิชชา และหลุดออกจากความเปล่าดายที่สูญสิ้นจากวัฏจักรของวงจรแห่งความหวังใด ๆ…

ชีวิตตกอยู่กับ ”บ่วงมายา” เช่นนี้อยู่เป็นนิจ มันคือนัยสะท้อนที่กลับหางของโชคชะตาที่ยากจะจับต้อง… “ค่อย ๆ โอบรับมันไว้ด้วยหัวใจ เพื่อการทำงานภายใน สู่การตระหนักเห็นความหมายใหม่ของชีวิตอย่างหยั่งลึกและก้าวไกล… ตลอดไป!”

นัยที่ซ่อนลึกของหนังสือเล่มนี้สร้างตัวตนแห่งคุณค่าให้ผู้อ่านได้ทั้งตีความและขบคิด มันมีทิศทางแห่งจิตปัญญาแฝงฝังอยู่ เพื่อการสืบค้นหัวใจแห่งการบรรลุแจ้ง! เราจะพบกับคำสอนสำคัญที่ว่า… “จงเติบโตผ่านรอยแตก เพราะการเติบโตผ่านรอยแยกของการแตกสลาย คือความสามารถที่จะงอกงามเติบโตได้… อีกทั้งยังสามารถเกิดเป็นวิถีแห่งความเป็นชีวิตอันลึกซึ้งเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งประเด็นแห่งการบังเกิดนี้… จะนำไปสู่ภาวะแห่งความเมตตา ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น!”

ด้วยเหตุนี้จึงมีคำสอนในมิติที่เป็นการสอนสั่งสู่ใจว่า… “จงโอบกอดความโศกเศร้าแทนการเลี่ยงหนี” เนื่องเพราะ “การยอมรับความเจ็บปวดโดยไม่ผลักไสนั้น… คือการเยียวยาชีวิตของชีวิตอย่างแท้จริง” เราจึงจำเป็นที่จะต้องแสวงหาหนทางของความสุข มีพื้นที่ปลอดภัยที่สามารถรองรับความรู้สึกภายใต้สังคมที่ควรมีพื้นที่ให้โอกาสผู้คนได้แสดงความโศกเศร้าอย่างอิสระโดยไม่ถูกตัดสิน เพื่อจะได้ผ่านพ้นสภาวะอันยากลำบากของชีวิตไปได้!

นัยสำคัญอีกประเด็นหนึ่งของหนังสือเล่มนี้คือการยอมรับว่า “ความเศร้าคือวิถีแห่งความรัก”… เพราะจริง ๆ แล้ว… ความเศร้าไม่ใช่ความผิดปกติหรือคือโรคภัยที่ต้องกำจัด แต่มันคือผลลัพธ์ที่ลึกซึ้งต่อ “สิ่งที่เราได้เสียไป” ด้วยเหตุนี้… คนเราจึงควรอยู่กับความไม่เที่ยง… เพื่อเรียนรู้ที่จะยอมรับกับความสูญสลายในฐานะแห่งการเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ… ซึ่งจะได้ดำรงชีวิตอยู่อย่างสมดุล… แท้จริง!!!

“ริชาร์ด ฟ็อน ไวซ์แซคเคอร์” (Richard von Weizsäcker) อดีตประธานาธิบดีแห่งเยอรมนีที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้กล่าวยกย่องหนังสือเล่มนี้ว่า… “เป็นคู่มือชั้นเยี่ยมในการเรียนรู้และดูแลอารมณ์เมื่อยามยากลำบาก โดยเฉพาะความโศกเศร้าที่เป็นบาดแผลทางใจ ซึ่งผู้เขียนได้นำเสนอเรื่องเล่าในเชิงประสบการณ์อันหลากหลายด้วยความเชี่ยวชาญชั้นสูงในฐานะนักจิตวิทยา โดยให้รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการของการฝึกปฏิบัติอย่างชัดเจน ด้วยมุมมองรอบด้านเพื่อทำความเข้าใจ ไม่ใช่การเร่งแก้ปัญหาให้มันหายไป แต่เป็นการค่อย ๆ โอบรับมันไว้… ด้วยหัวใจเพื่อการทำงานภายใน! การพยายามลืม มีแต่จะทำให้เวลาของการลี้ภัยต้องยาวนานขึ้น และความลับในการไถ่ถอนความทุกข์จะอยู่ที่การกลับไป… จดจำมัน!”

“สมสิทธิ์ อัสดรนิธี” แปลและถ่ายทอดความนัยของหนังสือเล่มนี้ออกมาอย่างหนักแน่นล้ำลึก… มันสื่อความหมายถึงว่า… แท้จริงแล้ว หนังสือเล่มนี้คือต้นรากแห่งการพินิจพิเคราะห์ถึงการยอมรับความจริง ด้วยการยอมรับว่า… “การสูญสลายเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นชีวิต / ความงอกงามใหม่เท่ากับเป็นการค้นพบชีวิตใหม่ หรือนัยแห่งมุมมองใหม่บนซากของความสูญเสีย / และที่สุดแล้วเราจักต้องจดจำและตระหนักว่า… การจัดการกับความโศกเศร้านั้นเท่ากับเป็นการให้พื้นที่ต่อความเจ็บปวด… แทนการกดทับอันทุกข์ทรมาน!”

“..ความเศร้าคือร่องรอยของความรัก…ไม่มีหัวใจดวงไหนจะเต็มเปี่ยมได้มากไปกว่า “หัวใจดวงที่แตกสลาย” ……!”

#ปากกาขนนก #บทความชีวิต #ความเศร้า #จิตวิทยา #พัฒนาตนเอง #แรงบันดาลใจ #เยียวยาใจ #หนังสือดี #siamrathonline

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...