โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กทม. ผนึกกำลังตั้ง ‘Superstation’ สถานีวัดฝุ่นขั้นสูง ที่ ม.เกษตรฯ ชูเทคโนโลยีสแกนลึกถึงต้นตอ PM2.5 แบบเรียลไทม์

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
กทม. ผนึกกำลังตั้ง ‘Superstation’ สถานีวัดฝุ่นขั้นสูง ที่ ม.เกษตรฯ ชูเทคโนโลยีสแกนลึกถึงต้นตอ PM2.5 แบบเรียลไทม์

วันนี้ (3 เมษายน) พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร (Chief Sustainability Officer) เปิดเผยถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการยกระดับการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของเมืองหลวง โดยระบุว่า กรุงเทพมหานครได้เดินหน้าติดตั้ง สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศขั้นสูง หรือ Superstation ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมวิธีการรับมือและวิเคราะห์ปัญหาฝุ่นละอองอย่างยั่งยืน

โครงการดังกล่าวเกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรชั้นนำ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศจีน (Chinese Research Academy of Environmental Sciences: CRAES), สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และบริษัท Lihe Technology (Hunan) จำกัด

โดยได้ดำเนินการติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศขั้นสูง (Supersite Air Quality Monitoring Station) บนอาคารคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ที่ระดับความสูง 15-30 เมตร เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการวิเคราะห์สถานการณ์ฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศด้วยเทคโนโลยีระดับสูง

เจาะลึกศักยภาพ ‘Superstation’ มากกว่าแค่เครื่องวัดฝุ่น

สถานี Superstation แห่งนี้ ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่รายงานตัวเลขค่าฝุ่นทั่วไป แต่มีขีดความสามารถในการตรวจวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ

  • ตรวจวัดพารามิเตอร์คุณภาพอากาศอย่างละเอียด: รองรับการประเมินค่าฝุ่นและก๊าซพิษ ครอบคลุมทั้ง PM2.5, PM10, NO₂, O₃, CO และ SO₂
  • วิเคราะห์แหล่งกำเนิดแบบเรียลไทม์: สามารถตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่นละออง เช่น องค์ประกอบคาร์บอน (OC/EC), คาร์บอนดำ (Black Carbon) รวมถึงการวิเคราะห์กลไกการเกิดฝุ่น PM2.5 ทุติยภูมิ (Secondary Formation) ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญอย่างยิ่งในการชี้ชัดถึงสาเหตุของมลพิษในพื้นที่เมือง
  • ระบบสแกนชั้นบรรยากาศด้วยเลเซอร์ (LIDAR): ภายในสถานีมีการติดตั้งระบบ Light Detection and Ranging เพื่อตรวจวัดการกระจายตัวของฝุ่นในบรรยากาศ ช่วยประเมินโครงสร้างชั้นบรรยากาศและการสะสมตัวของฝุ่นละอองในแนวดิ่ง ทำให้การประเมินสถานการณ์มีความแม่นยำสูงสุด

พรพรหม กล่าวทิ้งท้ายว่า จากสถานการณ์วิกฤตฝุ่นควันในพื้นที่ภาคเหนือที่กำลังพุ่งสูงขึ้นในขณะนี้ เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่าปัญหาฝุ่นไม่ได้มีเพียงแหล่งกำเนิดเดียว แต่มีความซับซ้อนทั้งจากมลพิษในพื้นที่ การเผาในที่โล่ง และฝุ่นควันข้ามแดน

การเข้ามาของระบบ Superstation จะช่วยยกระดับการคัดแยกประเภทฝุ่น และเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่พิสูจน์ได้ว่าฝุ่นในกรุงเทพมหานครมีต้นตอพัดพามาจากแหล่งใด ซึ่งข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะช่วยให้การประสานงานแก้ไขปัญหาทิศทางลมและฝุ่นควัน ทั้งในระดับระหว่างจังหวัดและระดับประเทศ มีความแม่นยำและตรงจุดมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...