โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ช็อก! อ้างเลี้ยงลูกคนอื่น 3 ปี แม่ช้ำถูกสลับตัวเด็ก แฉพี่เลี้ยง ขายลูกแท้ๆ ให้หม่อง ก่อนซื้อเด็ก 1 หมื่นมาสวมรอยคืน ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าลูกอยู่ไหนกันแน่

สยามนิวส์

อัพเดต 07 พ.ค. เวลา 12.32 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 12.10 น. • ผู้สื่อข่าวจังหวัด ปทุมธานี
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 พ.ค. 2569 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ตำบลลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี น.ส.นก ผู้เป็นแม่ของลูกสาว 5 ขวบที่ถูกสลับตัวไป เดินทางร้องทุกข์ ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิฯ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 พ.ค. 2569 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ตำบลลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี น.ส.นก ผู้เป็นแม่ของลูกสาว 5 ขวบที่ถูกสลับตัวไป เดินทางร้องทุกข์ ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิฯ เล่าความเป็นมาว่า ตอนปี 2565 แม่ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมและทะเลาะกับแฟนหนุ่มจึงเลิกรากันไป แม่ไม่อยากให้ทางบ้านต้องรับรู้ จึงไปปรึกษาเพื่อน และเพื่อนได้แนะนำให้รู้จักกับกับ น.ส.หนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ห้องเช่ากับสามีและลูก 4 คนที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อได้พูดคุย น.ส.หนึ่งบอกว่า เป็นคนรักเด็ก เมื่อแม่คลอดลูกออกมาจะรับเลี้ยงให้ แม่จึงย้ายไปอยู่กับน.ส.หนึ่ง ที่จ.ชลบุรี ได้ประมาณ 20 วัน แม่ก็คลอดลูกสาวออกมาในเดือนต.ค.2565 และแม่เกิดเปลี่ยนใจไม่อยากยกลูกให้ น.ส.หนึ่งแล้ว จึงตกลงจ้างน.ส.หนึ่งเลี้ยงลูกให้เดือนละ 8,000 บาท ส่วนแม่ก็ไปทำงานรับจ้างก่อสร้างในพื้นที่ จ.ชลบุรี และอาศัยอยู่ที่ไซต์งาน

ระหว่างที่ น.ส.หนึ่ง เลี้ยงลูกให้ได้ 1 เดือนนั้นได้มาบอกกับแม่ว่า มีสองสามีภรรยาคู่หนึ่งอยากจะได้ทารกไปเลี้ยงเป็นลูก โดยจะให้เงินผูกข้อมือ 20,000 บาท แต่แม่ไม่ยอมยกลูกให้ หลังจากนั้นแม่ก็ยังฝากน.ส.หนึ่งเลี้ยงลูกต่อโดยไม่คิดอะไร เมื่อมีเวลาว่างแม่ก็ไปเยี่ยมลูกบ้างนานๆ ครั้ง จนกระทั่งลูกอายุ 5 เดือน วันที่ 1 มี.ค. 66 จู่ๆ น.ส.หนึ่งก็นำลูกมาส่งให้แม่ โดยบอกว่าฝากไว้ก่อนจะไปทำธุระ แต่ผ่านไปหลายวันน.ส.หนึ่งก็ไม่มารับลูกไปดูแลต่อ แม่จึงได้เอาลูกไปฝากให้ยายเลี้ยงที่จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนจะไปทำงานรับจ้างต่อ จนเดือนพ.ค. 66 แม่กลับไปเยี่ยมลูกได้สังเกตเห็นว่าหน้าตาของเด็ก 7 เดือนเปลี่ยนไป หน้าดำ และหน้าใหญ่ขึ้น ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าใช่ลูกตนเองหรือไม่ เลยถามยายว่า จะไปตรวจ DNA ดีมั้ย ยายบอกว่า อย่าเลย ทำใจไม่ได้ ลูกใครก็เลี้ยงไปเถอะ

หลังจากนั้นแม่ก็ไม่ได้คิดอะไร กระทั่งเดือน มี.ค.67 เด็กน้อยอายุได้ 1 ขวบ 6 เดือน จู่ๆ ก็มีน.ส.น้อย (นามสมมุติ) ทักแชตเฟซบุ๊กมาหาแม่แสดงตนว่าเป็นแม่ของลูกสาวเรา และถามว่า ลูกของหนูเป็นอย่างไรบ้าง ซนมั้ย อยากเห็นหน้าลูก ช่วยส่งรูปให้ดูหน่อย และน.ส.น้อย ยังได้ส่งคลิปวิดีโอลูกสาวที่แม่เคยส่งให้น.ส.หนึ่งมายืนยัน แม่ถึงกับช็อก คุยแชตถามจนรู้เรื่องว่า ตอนที่ลูก 5 เดือน ช่วงเดือนมี.ค.66 น.ส.หนึ่ง ได้ไปเอาลูกของน.ส.น้อย โดยให้เงินไป 10,000 บาท ก่อนจะเอาลูกของน.ส.น้อย มาสวมรอยเป็นลูกของตนส่งคืนมาให้ ใจแม่แทบสลาย ตกใจสุดขีดเมื่อรู้ว่าเด็กที่เลี้ยงอยู่ไม่ใช่ลูกแท้ๆ จึงได้รีบติดต่อหาน.ส.หนึ่ง เพื่อสอบถามว่าลูกของตนอยู่ไหน แต่น.ส.หนึ่งก็ไม่ยอมบอกก่อนจะบล็อกทุกช่องทางติดต่อไม่ได้

จากนั้นวันที่ 7 มี.ค.67 แม่จึงได้ไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.บางละมุง ตำรวจได้ส่งตัวแม่และลูกที่ถูกสลับตัวมาไปตรวจ DNA ปรากฎว่าไม่ตรงกัน ไม่มีความเกี่ยวข้องเป็นแม่ลูกแต่อย่างใด และไม่นานตำรวจก็ได้จับกุมตัวน.ส.หนึ่ง ที่สลับตัวเด็กไปมาดำเนินคดี จากการสอบสวน น.ส.หนึ่ง อ้างว่าเอาลูกของตนไปให้กับสองสามีภรรยาชาวเมียนมา ตำรวจจึงแจ้งข้อหา น.ส.หนึ่ง พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อหาผลกำไร ศาลชั้นต้นตัดสินเมื่อวันที่ 19 มี.ค.68 ให้จำคุกน.ส.หนึ่ง 10 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพจึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 5 ปี

ตอนนี้ น.ส. หนึ่งได้ประกันตัวออกมาระหว่างรอยื่นอุทรณ์ ส่วนแม่พยายามตามหาลูกแท้ๆ มาโดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่มีเบาะแส ซึ่งแม่คิดว่าสองสามีภรรยาชาวเมียนมาที่เอาลูกของแม่ไปน่าจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวมาดำเนินคดีและสอบปากคำเพราะเป็นกุญแจสำคัญที่จะติดตามตัวลูกสาวแม่กลับมาได้ แม่จึงตัดสินใจโทรติดต่อมายังมูลนิธิปวีณาฯ ก่อนจะเดินทางจาก จ.มุกดาหาร มาร้องทุกข์ด้วยตนเองกับนางปวีณา เมื่อวานนี้ (6 พ.ค.) เพื่อขอให้ช่วยประสานตำรวจติดตามตัวสองสามีภรรยาชาวเมียนมามาดำเนินคดี และนำลูกสาวกลับมาสู่อ้อมอกแม่

ล่าสุด วันนี้ 7 พ.ค. 69 เวลา 09.00 น. นางปวีณา ได้มอบหมายให้นักกฎหมายและเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาน.ส.นก ไปรับฟังคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ในคดีที่น.ส.หนึ่ง ผู้ก่อเหตุสลับเด็ก ถูกดำเนินคดียื่นอุทธรณ์ขอลดโทษ (จำเลยซึ่งยื่นอุทธรณ์ไม่มาฟังคำพิพากษาตามนัดศาลจึงเลื่อนไปฟังคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์เป็นวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น.)

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ประสาน พล.ต.ต. พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และพา น.ส.นก (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ชาวจ.มุกดาหาร เดินทางไปที่สภ.บางละมุง พบกับ พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง เพื่อขอให้ช่วยน.ส.นก ติดตามหาลูกสาว 3 ขวบที่ถูกน.ส.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี หญิงที่จ้างเลี้ยงสลับตัวไปโดยเอาลูกสาวคนอื่นมาสวมรอยส่งคืนให้น.ส.นก ตั้งแต่ยังเป็นทารกวัย 5 เดือน

ซึ่ง น.ส.นกมารู้ความจริงเมื่อตอนที่ลูก 1 ขวบ 6 เดือน จู่ๆ มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนทักแชตเฟซบุ๊กมาแสดงตัวเป็นแม่แท้ๆ ของลูกสาวที่น.ส.นก เลี้ยงอยู่ ตอนนี้ตำรวจจับ น.ส.หนึ่งแล้วถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก และได้ประกันตัวออกมาระหว่างรอยื่นอุทธรณ์ แต่น.ส.นก ไม่ทราบชะตากรรมของลูกสาวแท้ๆ ว่าตอนนี้ไปอยู่กับใครที่ไหน น.ส.นกอยากได้ลูกแท้ๆ กลับคืนมาใจจะขาดแต่มืดแปดด้านในการติดตามหาตัว เนื่องจากน.ส.หนึ่ง ปิดปากเงียบเรื่องที่อยู่ของเด็ก อ้างเพียงว่าสองสามีภรรยาชาวเมียนมาพาหนีไป จึงวอนขอความเป็นธรรมต่อนางปวีณา ช่วยประสานตำรวจติดตามหาลูกสาวตัวจริงกลับสู่อ้อมอกแม่ด้วย

นางปวีณา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนมาก จึงได้ประสาน พล.ต.ต. พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง ทันที และได้นัดหมายมาพบ ผกก.ในวันนี้ ขณะเดียวกันได้นัด น.ส.จันจิรา ไทยบัณฑิต พมจ.ชลบุรี เดินทางมาด้วย เพราะต้องตามหาสองสามีภรรยาชาวเมียนมาที่เอาลูกของ น.ส.นกไป หากว่ามีการขายเด็กก็เข้าข่ายการค้ามนุษย์ต้องดำเนินคดีกับสองสามีภรรยาชาวเมียนมา และเร่งติดตามตัวเด็กซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ของน.ส.นกที่ถูกสลับตัวไปกลับมาคืนแม่ให้ได้

ขณะเดียวกันจะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวน.ส.น้อย ที่แสดงตนเป็นแม่ของเด็กที่น.ส.นกเลี้ยงดูอยู่ในขณะนี้ มาสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น และความต้องการที่จะรับลูกไปเลี้ยงดูเองหรือไม่ ทุกอย่างจะต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้มูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามร่วมกับ ผกก.สภ.บางละมุง และ พมจ.ชลบุรี อย่างใกล้ชิดต่อไป

ผู้สื่อข่าวจังหวัดปทุมธานี รายงาน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...