โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก.ต่างประเทศ ส่งทีมลงพื้นที่ฝั่งเมียนมา หารือแก้ไขปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก-สาย

ไทยโพสต์

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลเดินหน้าดูแลผลกระทบสารปนเปื้อนแม่น้ำกก ควบคู่ผลักดันสิทธิที่ดินทำกินและป่าชุมชน สร้างความมั่นคงให้ประชาชนระยะยาวอย่างต่อเนื่อง

7 พฤษภาคม 2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะผลกระทบจากสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก รวมถึงปัญหาสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่ป่า ซึ่งรัฐบาลได้เร่งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตอบกระทู้ถามสดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จากกรณีกระทู้ถามของนายเกรียงยศ สุดลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่สอบถามเรื่องสิทธิในที่ดินทำกินและความมั่นคงในการอยู่อาศัยของประชาชนในพื้นที่ป่า และนางสาวมนธิชา ไชยบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคกล้าธรรม ที่ตั้งกระทู้เกี่ยวกับผลกระทบจากสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพ การท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่

รัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานติดตามปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 และมีการประสานงานร่วมกับต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งทีมลงพื้นที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหารือแนวทางแก้ไขร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศในการลดผลกระทบต่อแม่น้ำสายสำคัญของภูมิภาค

ในส่วนของการตรวจสอบคุณภาพน้ำและตะกอนตกค้าง กรมควบคุมมลพิษได้ดำเนินการตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความชัดเจนและความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน ขณะที่การพิจารณาด้านความปลอดภัยของสัตว์น้ำและผลกระทบต่อสุขภาพ จะมีหน่วยงานด้านประมงและสาธารณสุขเข้ามาร่วมประเมินตามหลักวิชาการอย่างรอบคอบ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเร่งหาแนวทางจัดหาแหล่งน้ำสำรองเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยกรมทรัพยากรน้ำได้ร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาควางระบบสำรองน้ำต้นทุนสำหรับผลิตน้ำประปาในพื้นที่เสี่ยง พร้อมเร่งล้างบ่อ ปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้าน และสนับสนุนการแก้ปัญหาในโรงเรียน วัด และชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้อย่างเพียงพอและปลอดภัย

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะชุมชนที่พึ่งพาการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางน้ำ ซึ่งได้รับผลกระทบจากความเชื่อมั่นที่ลดลง โดยจะเร่งกำหนดแนวทางช่วยเหลือที่ตรงจุดและเป็นธรรมสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจริง

ในส่วนของการแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดินทำกิน รัฐบาลเดินหน้าเร่งรัดออกเอกสารสิทธิให้ประชาชนกว่า 800,000 ราย พร้อมตั้งเป้าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 เพื่อสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยและประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่ป่า ควบคู่กับการส่งเสริม “ป่าชุมชน” ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่กว่า 6 ล้านไร่ และมีประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันกว่า 4 ล้านคน โดยรัฐบาลยังผลักดันระบบคาร์บอนเครดิตเพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างเต็มที่

พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังเร่งแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าของประชาชนในพื้นที่ป่าชุมชน โดยได้สั่งการให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเสียค่าไฟในอัตราเดียวกับมิเตอร์ถาวร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการพื้นฐานของรัฐ

“สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ คือ การทำให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างมั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ที่ดินทำกิน และโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง และไม่ทอดทิ้งประชาชนในทุกสถานการณ์” นางสาวลลิดา กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...