ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาฮอร์มุซ-หยุดยิงเปราะบาง
ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ปรับลดลง หลังตลาดประเมินข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านยังมีผล แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซยังตึงเครียด
ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 6 พ.ค. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้
- เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 102.27 ดอลลาร์/บาร์เรล -4.15 ดอลลาร์
- เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 109.87 ดอลลาร์/บาร์เรล -4.47 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์จากบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง แม้ยังมีรายงานเหตุโจมตีในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย โดยเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ระบุว่าถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน ขณะที่กองบัญชาการทางทหารของอิหร่านออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่การโจมตีของอิหร่าน พร้อมเตือนว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรง หากประเทศในบริเวณอ่าวเปอร์เซียโจมตีอิหร่าน
ด้านสหรัฐฯ แสดงท่าทีต่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอีกครั้ง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ แม้ก่อนหน้านี้กองทัพสหรัฐฯ จะทำลายเรือเล็กของอิหร่าน 6 ลำ รวมถึงขีปนาวุธและโดรน หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งให้กองทัพเรือเข้าคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันดิบที่ติดอยู่กลางช่องแคบฮอร์มุซ
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ซื้อขายเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 อยู่ที่ 102.27 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 4.15 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 109.87 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 4.57 ดอลลาร์สหรัฐ
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ระบุว่าสามารถควบคุมเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว โดยมีเรือบรรทุกสินค้าของสหรัฐฯ 2 ลำ สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ ภายใต้การคุ้มกันของเรือติดขีปนาวุธนำวิถี
นอกจากนี้ เกาหลีใต้กำลังพิจารณาเข้าร่วมแผนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการช่วยเหลือและรับประกันความปลอดภัยของเรือขนส่งที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังเกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้บนเรือที่ดำเนินการโดยบริษัทของเกาหลีใต้ ซึ่งยิ่งสะท้อนว่าความเสี่ยงด้านพลังงานและการขนส่งในภูมิภาคยังเป็นปัจจัยที่ตลาดต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ราคาน้ำมันจะปรับลดลงในระยะสั้นก็ตาม