ประเทศไหนมี “น้ำมันสำรอง” มากที่สุดในโลก?
หลังอิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักครั้งใหญ่ในด้านอุปทานน้ำมันและก๊าซทั่วโลก และหลายประเทศเริ่มดึง “น้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์” (strategic oil reserve) ของตนมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตเศรษฐกิจ
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงครามอิหร่าน เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ประเทศสมาชิก 32 ประเทศขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ตกลงที่จะปล่อยน้ำมัน 400 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ มากที่สุดในประวัติศาสตร์ สูงกว่าสถิติเดิมในการปล่อยน้ำมัน 182 ล้านบาร์เรลในปี 2022 หลังจากรัสเซียรุกรานยูเครน
คลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์คืออะไร?
คลังน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ หรือปริมาณสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) คือคลังน้ำมันสำรองฉุกเฉินที่รัฐบาลของประเทศนั้น ๆ ถือครองไว้ในสถานที่ของรัฐบาล
คลังน้ำมันสำรองนี้สามารถนำมาใช้ได้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น สงครามและวิกฤตเศรษฐกิจ โดยทั่วไปรัฐบาลจะซื้อน้ำมันผ่านข้อตกลงกับบริษัทเอกชนเพื่อรักษาระดับคลังสำรองให้เต็มอยู่เสมอ
ตามข้อมูลของ IEA ปัจจุบันสมาชิกของ IEA ถือครองน้ำมันสำรองฉุกเฉินสาธารณะมากกว่า 1.2 พันล้านบาร์เรล และยังมีน้ำมันสำรองจากภาคอุตสาหกรรมอีก 600 ล้านบาร์เรลที่ถือครองโดยองค์กรเอกชน แต่หากได้รับคำสั่งจากรัฐบาลก็พร้อมใช้งานเพื่อเสริมความต้องการของสาธารณะ
นอกจากนี้ ประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกของ IEA เช่น จีน ก็มีน้ำมันสำรองอยู่ด้วย
ประเทศใดบ้างที่มีน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์?
จีน
จีนไม่ใช่สมาชิกของ IEA แต่ถือครองน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ใหญ่ที่สุดในโลก
ตามข้อมูลจากกระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมของจีน จีนเริ่มโครงการฐานน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐในปี 2004 เพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันและลดผลกระทบของราคาน้ำมันที่ผันผวนทั่วโลกต่อตลาดน้ำมันกลั่นภายในประเทศของจีน
ฐานเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรักษาระดับน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ให้เทียบเท่ากับการนำเข้า 30 วัน หรือประมาณ 10 ล้านตัน
แหล่งสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์เหล่านี้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งตะวันออกและตอนใต้ของจีน เช่น มณฑลชานตง เจ้อเจียง และไห่หนาน
จีนไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับปริมาณสำรองน้ำมัน ดังนั้นจึงไม่ชัดเจนว่าประเทศจีนมีน้ำมันสำรองอยู่เท่าใด อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์พลังงาน Vortexa ในปี 2025 คาดว่า ปริมาณสำรองน้ำมันบนบกของจีน (ไม่รวมน้ำมันใต้ดิน) ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.13 พันล้านบาร์เรลในสิ้นปี 2025
ขณะที่ตัวเลขจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ซึ่งอ้างโดยสื่อของรัฐบาลจีน ระบุว่า จีนมีปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินประมาณ 1.4 พันล้านบาร์เรล
สหรัฐอเมริกา
ในบรรดาสมาชิกของ IEA สหรัฐฯ ถือครองหนึ่งในคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุด โดยมีปริมาณน้ำมัน 415 ล้านบาร์เรล คลังสำรองนี้ได้รับการดูแลโดยกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ และได้ยืนยันว่าจะปล่อยน้ำมัน 172 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสนับสนุนความพยายามในการประสานงานกับ IEA
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ประกาศว่า ได้ปล่อยน้ำมันดิบจากคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ให้แก่บริษัทน้ำมันไปแล้ว 45.2 ล้านบาร์เรล
สหรัฐฯ สร้างคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ขึ้นในปี 1975 หลังจากที่การคว่ำบาตรน้ำมันของกลุ่มประเทศอาหรับทำให้ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
คลังสำรองตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางการกลั่นหรือปิโตรเคมีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ และสามารถขนส่งน้ำมันไปทั่วโลกได้มากถึง 4.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ตามการคำนวณของสำนักข่าวรอยเตอร์ ปัจจุบันคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ มีเทียบเท่าการนำเข้าประมาณ 200 วัน
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในอดีตเคยดึงน้ำมันจากคลังสำรองมาใช้เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดน้ำมันในช่วงสงคราม หรือเมื่อพายุเฮอริเคนพัดถล่มโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันตามแนวชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐฯ
ญี่ปุ่น
เช่นเดียวกับสหรัฐฯ ญี่ปุ่นมีหนึ่งในคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ตามรายงานของสื่อญี่ปุ่น Nikkei Asia ณ สิ้นปี 2025 ประเทศญี่ปุ่นมีน้ำมันสำรองฉุกเฉินประมาณ 470 ล้านบาร์เรล ซึ่งเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ 254 วัน โดยในจำนวนนี้เป็นน้ำมันที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ 146 วัน ภาคเอกชนเป็นเจ้าของ 101 วัน และส่วนที่เหลือเป็นน้ำมันที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันร่วมกันเก็บไว้
ญี่ปุ่นจัดตั้งระบบสำรองน้ำมันแห่งชาติขึ้นในปี 1978 เพื่อป้องกันความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจในอนาคตที่เกิดขึ้นหลังวิกฤตน้ำมันโลกในปี 1973
วิกฤตน้ำมันครั้งนั้นทำให้ญี่ปุ่นมีความเปราะบางและพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศมากขึ้น ประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลจากต่างประเทศประมาณ 80% ของความต้องการพลังงานทั้งหมด
แหล่งสำรองน้ำมันของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในฐานจัดเก็บน้ำมันแห่งชาติ 10 แห่งตามแนวชายฝั่ง โดยมีแหล่งจัดเก็บหลักอยู่ที่ฐานชิบูชิในจังหวัดคาโกชิมะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น
เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ญี่ปุ่นประกาศว่าได้เริ่มปล่อยน้ำมันจากแหล่งสำรองฉุกเฉินแล้ว ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกที่เกิดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สหราชอาณาจักร
ณ วันที่ 26 ก.พ. ตามข้อมูลจากกระทรวงความมั่นคงด้านพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของสหราชอาณาจักร สหราชอาณาจักรมีน้ำมันประมาณ 38 ล้านบาร์เรล และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกลั่นแล้ว 30 ล้านบาร์เรล อยู่ในคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งคาดว่าสามารถใช้ได้ประมาณ 90 วัน
สหราชอาณาจักรได้จัดตั้งคลังสำรองขึ้นในปี 1974 หลังวิกฤตการณ์น้ำมันในทศวรรษ 1970
คลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่เป็นของบริษัทน้ำมันเอกชน แต่ได้รับการกำกับดูแลโดยรัฐบาล มิลฟอร์ดเฮเวนในเวลส์ตอนใต้ และฮัมเบอร์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ เป็นสถานที่สำคัญที่มีคลังสำรอง
ประเทศนี้เป็นหนึ่งใน 32 ประเทศสมาชิก IEA ที่ปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์น้ำมันท่ามกลางสงครามในอิหร่าน โดยรัฐบาลสหราชอาณาจักรจะร่วมปล่อยน้ำมัน 13.5 ล้านบาร์เรล
สหภาพยุโรป
ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน และอิตาลี ซึ่งทั้งหมดเป็นสมาชิกของ IEA ต่างก็มีคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์
เยอรมนีมีน้ำมันดิบ 110 ล้านบาร์เรล และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูป 67 ล้านบาร์เรล ซึ่งรัฐบาลถือครองไว้และสามารถนำออกมาใช้ได้ภายในไม่กี่วัน ตามข้อมูลจากกระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนี
ฝรั่งเศสรายงานว่ามีน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปสำรองไว้ประมาณ 120 ล้านบาร์เรล ณ สิ้นปี 2024 ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ประมาณ 97 ล้านบาร์เรลนั้นอยู่ในความดูแลของ SAGESS ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รัฐบาลแต่งตั้ง โดยแบ่งเป็นน้ำมันดิบประมาณ 30% น้ำมันดีเซล 50% น้ำมันเบนซิน 9% น้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน 7.8% ส่วนอีก 39 ล้านบาร์เรลอยู่ในความดูแลของผู้ประกอบการน้ำมันของประเทศ
สเปนอนุมัติการปล่อยน้ำมันสำรองประมาณ 11.5 ล้านบาร์เรลเมื่อวันที่ 16 มี.ค. เพื่อรับมือกับปัญหาการขาดแคลนอุปทานที่เกิดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ สเปนมีน้ำมันดิบสำรองทั้งหมดประมาณ 150 ล้านบาร์เรล
ส่วนอิตาลี ตามกฎหมายแล้ว มีน้ำมันสำรองอยู่ประมาณ 76 ล้านบาร์เรล ซึ่งเทียบเท่ากับการนำเข้าน้ำมัน 90 วัน
เรียบเรียงจาก Al Jazeera
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงกลั่นน้ำมันในรัฐเท็กซัส
คะแนนนิยม “ทรัมป์” ดำดิ่งทุบสถิติ คนไม่พอใจสงครามอิหร่าน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประเทศไหนมี “น้ำมันสำรอง” มากที่สุดในโลก?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com