โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

CPALL เปิดข้อมูล บอร์ด 13 ใน 16 คน ไม่เห็นด้วยส่ง 3 บริษัทลูกร่วม Virtual Bank จับตาผู้ถือหุ้นชี้ขาด 29 พ.ค.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

บอร์ด CPALL ผู้ไม่มีส่วนได้เสีย 13 คน ค้านส่งบริษัทลูก 3 แห่งเข้ากลุ่ม Virtual Bank เครือซีพี เตรียมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นชี้ขาด 29 พ.ค. นี้

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 มีมติไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPG)หรือเครือซีพี ที่ต้องการให้บริษัทลูก 3 แห่ง ได้แก่ Counter Service, Thai Smart Card และ CP Axtra เข้าไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจ Virtual Bank ของบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง (ACMH) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ CPG

ในรายะเอียดที่ CPALL ชี้แจงเปิดเผยว่าที่ประชุมบอร์ดมีกรรมการทั้งหมด 16 คน แต่มีกรรมการที่มีส่วนได้เสีย 3 คน ไม่มีสิทธิลงมติ ได้แก่สุภกิต เจียรวนนท์ และ ศุภชัย เจียรวนนท์ ทั้งคู่เป็นกรรมการของ CPG ส่วนอำรุง สรรพสิทธิ์วงศ์ กรรมการของธนาคารแอสเซนด์

จึงเหลือกรรมการที่ไม่มีส่วนได้เสีย 13 คน ลงมติไม่เห็นด้วยทั้งหมด โดยมติดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการตรวจสอบ

เหตุผลหลักที่บอร์ด CPALL คัดค้าน มี 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. การสูญเสียความคล่องตัวในการกำหนดนโยบายร่วมกัน เพราะบริษัทลูกทั้ง 3 แห่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของร้าน 7-Eleven เช่น รับชำระเงิน บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ และระบบเทคโนโลยี

หากโอนไปอยู่ใต้กลุ่มการเงินของ ACMH การทำธุรกรรมร่วมกันจะกลายเป็นรายการเกี่ยวโยง ต้องผ่านขั้นตอนอนุมัติที่ซับซ้อนและอยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท. เพิ่มเติม

2.การสูญเสียความเป็นกลางในการทำธุรกิจกับธนาคารพาณิชย์อื่น ซึ่งอาจกระทบความสัมพันธ์และข้อตกลงทางการค้าที่มีมาอย่างยาวนาน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกลุ่ม CPG ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ใช้สิทธิตามมาตรา 100 พ.ร.บ. บริษัทมหาชนฯ เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น CPALL จึงกำหนดจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2569 ในวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. โดยมติต้องได้รับเสียงไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง

เนื่องจากเป็นรายการเกี่ยวโยงกัน กลุ่ม CPG ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง ไม่มีสิทธิออกเสียง ในวาระนี้ทั้งหมด รวมกันคิดเป็น 36.20% ของหุ้นทั้งหมด ประกอบด้วย

  • บริษัท ซี.พี.เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด ถือหุ้น 2,732,242,300 หุ้น (รายใหญ่สุด)
  • บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 218,000,000 หุ้น
  • C.P. Foods Holdings Limited ถือหุ้น 143,497,656 หุ้น
  • Orient Success International Limited ถือหุ้น60,470,000 หุ้น
  • CPG Enterprise Limited ถือหุ้น31,844,277 หุ้น
  • Orient Glory Group Limited ถือหุ้น 25,000,000 หุ้น
  • Worth Access Trading Limited ถือหุ้น 17,874,000 หุ้น
  • Creative Light Investments Limited ถือหุ้น 13,860,000 หุ้น
  • บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 5,000,000 หุ้น
  • บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ถือหุ้น 4,000,000 หุ้น

ดังนั้น ผลการลงมติจึงขึ้นอยู่กับ ผู้ถือหุ้นที่เหลืออีกราว 63.80% ซึ่งได้แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อยและนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศเป็นหลัก โดยกำหนด Record Date วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 สำหรับผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...