NDR ชูสินค้ามาร์จิ้นสูง เดินเกมกดต้นทุนลด
#NDR #ทันหุ้น – NDR กดปุ่มขายสินค้ามาร์จิ้นสูง ฟากบอสใหญ่ “ชัยสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา” สั่งคุมต้นทุนวัตถุดิบไม่เกิน 50% พร้อมเตรียมปรับลดโปรโมชันในประเทศชดเชยต้นทุน ใส่เกียร์ลุยธุรกิจใหม่ เดินหน้าพลังงานเต็มสูบ
นายชัยสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ดี. รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NDR เปิดเผยว่าบริษัทพร้อมเดินหน้าตามกลยุทธ์หลักในปี 2569 โดยเฉพาะธุรกิจยางรถจักรยานยนต์ ซึ่งจะมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง(High Margin) อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับผลกำไรต่อหน่วยให้ดีขึ้น หลังจากในปี 2568 บริษัทสามารถเพิ่มสัดส่วนยอดขายยาง High Margin ในประเทศขึ้นมาอยู่ที่43.89% ของยอดขายยางในประเทศทั้งหมด จาก 38.5% ในปี 2567
คุมต้นทุน
สำหรับกลยุทธ์ด้านการผลิต บริษัทตั้งเป้าควบคุมต้นทุนวัตถุดิบให้อยู่ในระดับไม่เกิน 50% เพื่อรักษากรอบอัตรามาร์จิ้นตามเป้าหมาย โดยปัจจุบันราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น คาดว่าจะส่งผลให้ต้นทุนสินค้าในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมเพิ่มขึ้นประมาณ15% อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมแผนรองรับผ่านการปรับลดโปรโมชันและแคมเปญการตลาดในประเทศเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาขายในประเทศอยู่ภายใต้การกำกับของกรมการค้าภายใน ขณะที่ตลาดต่างประเทศสามารถปรับราคาขายได้ทันที
นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่านระบบอัตโนมัติ โดยในปี 2568 ได้ลงทุนในเครื่องจักรใหม่ 3 กลุ่ม ได้แก่ เครื่องทำขอบยาง เครื่องตัดผ้าใบอัตโนมัติ และเครื่องประกอบยางอัตโนมัติ ใช้งบลงทุนประมาณ 20-30 ล้านบาท ซึ่งช่วยลดการใช้แรงงานได้15-20 คน เพิ่มความสม่ำเสมอของคุณภาพสินค้า และลดของเสียในกระบวนการผลิต โดยคาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 5-6 ปี
ส่วนธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทติดตั้งเครื่องจักรแล้วเสร็จเมื่อเดือนตุลาคม2568 และเริ่มรับรู้รายได้จากคำสั่งซื้อทดสอบ (Trial Order) ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจดังกล่าวไว้ที่ประมาณ 100 ล้านบาท ภายใต้รูปแบบธุรกิจ Testing Center หรือศูนย์ทดสอบแผงวงจร (Mainboard), PCB และเซ็นเซอร์ต่างๆ แบบครบ100% ก่อนส่งมอบถึงลูกค้าปลายทาง เพื่อลดปัญหาการเคลมสินค้าและลดต้นทุนการจัดการให้กับลูกค้า ทั้งนี้ธุรกิจดังกล่าวยังได้รับแรงหนุนจากพาร์ตเนอร์อย่างEG และคาดว่าจะเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้หลักควบคู่กับธุรกิจยางในอนาคต
ลุยพลังงาน
ขณะที่ธุรกิจชีวมวล ภายใต้บริษัท เอ็นดี กรีน แพลนเนท จำกัด ปัจจุบันสามารถเดินเครื่องจักรและควบคุมคุณภาพสินค้าได้ตามมาตรฐานแล้ว โดยอยู่ระหว่างส่งสินค้าทดสอบล็อตแรกจำนวน 1 ตู้คอนเทนเนอร์ หรือ20 ตัน ให้กับลูกค้า หากได้รับการอนุมัติและสามารถตกลงราคากันได้ คาดว่าจะมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม2569 เป็นต้นไป
อย่างไรก็ดี บริษัทได้วางแผนสำรองไว้ในกรณีที่ไม่สามารถตกลงกับลูกค้าได้ โดยจะนำถ่านไม้ไผ่ (Biochar) ที่ผลิตได้มาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนถ่านหินภายในโรงงานของตนเอง ซึ่งจากการทดสอบเบื้องต้นพบว่าสามารถทดแทนถ่านหินได้ประมาณ 30-40% และตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 100% ในอนาคต เพื่อลดต้นทุนพลังงานอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตรา0.035 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินปันผลรวม 15.99 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายปันผล94.94% ของกำไรสุทธิ โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 13 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 30 เมษายน 2569