โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ ชี้ “จีน” อยู่เบื้องหลัง กดดันอิหร่านยอมพักรบ 2 สัปดาห์ หลังคว่ำมติ UN เปิดฮอร์มุซ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 8 เมษายน 2569 เวลา 19.04 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทรัมป์ ชี้ “จีน” อยู่เบื้องหลัง กดดันอิหร่านยอมพักรบ 2 สัปดาห์ หลังคว่ำมติ UN เปิดฮอร์มุซ สะท้อนเกมการเมืองระหว่างมหาอำนาจท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลก

วันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 10.01 น. สำนักข่าว The Guardian รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า เขาเชื่อว่าจีนมีบทบาทในการผลักดันให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ซึ่งมีการประกาศก่อนเส้นตายที่สหรัฐเตรียมโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่าน เช่น โรงไฟฟ้าและสะพาน โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า จีนได้กดดันให้อิร่านเข้าสู่การเจรจา เพื่อยุติสงครามกับสหรัฐและอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายพันคน และกระทบเส้นทางการค้าทางทะเลทั่วโลก

ข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้นไม่นานหลังจากรัสเซียและจีนใช้สิทธิยับยั้ง (veto) มติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่มีเป้าหมายเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยมติดังกล่าวรวมถึงการอนุญาตให้ใช้กำลังเพื่อรักษาการเดินเรือในเส้นทางพลังงานสำคัญของโลก ซึ่งมีสัดส่วนการขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลก อย่างไรก็ตาม ทั้งรัสเซียและจีนมองว่ามติดังกล่าวมีอคติต่ออิหร่าน

ด้าน Fu Cong ระบุว่า ร่างมติดังกล่าวไม่สะท้อนสาเหตุที่แท้จริงและภาพรวมของความขัดแย้ง อีกทั้งอาจถูกใช้เป็นข้ออ้างทางกฎหมาย เพื่อเปิดทางให้มีการใช้กำลังทางทหาร ขณะที่สหราชอาณาจักรแสดงความเห็นว่า การใช้สิทธิยับยั้งครั้งนี้น่าเสียใจอย่างยิ่ง

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Agence France-Presse ว่า “ผมได้ยินมาว่าใช่” เมื่อถูกถามว่าจีนมีส่วนเกี่ยวข้องในการกดดันให้อิหร่านเข้าสู่การเจรจาหยุดยิงหรือไม่

อ้างอิง : theguardian.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...