“ศุภจี” แจงดราม่าหลังอภิปรายเที่ยวไทย 365 วัน ย้ำ ไม่เคยมองเรื่องฝุ่นเป็นเรื่องรอง
“ศุภจี” แจงดราม่าหลังอภิปรายเที่ยวไทย 365 วัน ย้ำ ไม่เคยมองเรื่องฝุ่นเป็นเรื่องรอง ยัน รัฐบาลไม่ใช่ไม่ให้ความสำคัญ แต่มีหน่วยงานแก้ไขอยู่ ไม่เสียกำลังใจ แม้ถูกเข้าใจผิด - แจง หลังทาบ “วีระพงษ์” รับดีล รองหัวหน้า ปชป. จริงนั่งที่ปรึกษา หวังต่อยอดเจรจา FTA ไทย–EU ให้แล้วเสร็จ มิ.ย.นี้ ยัน คัดคนจากความสามารถ ไม่ยึดพรรค พร้อมดึงทีมเศรษฐกิจ-การค้าร่วมงานโดยไม่ใช้งบฯ
วันที่ 10 เม.ย. 69 ที่อาคารรัฐสภา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีดราม่าจากการอภิรายเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่อาจจะทำให้เที่ยวจังหวัดหนึ่งใน 365 วันไม่ได้ ว่า เรื่อง ฝุ่น PM 2.5 เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ไข และมีคณะที่ดูแลอยู่ แต่การอภิปรายเมื่อคืน มีการพูดถึงหัวข้อเรื่องการท่องเที่ยว และก็พูดถึงการท่องเที่ยวที่เป็นปฏิทิน 365 วัน ว่าในแต่ละวันประเทศไทยมีความสวยงามในทุกฤดูกาล เพราะฉะนั้นในแต่ละวัน 365 วัน ไปเที่ยวได้ตลอดเวลา ซึ่งในช่วงที่มีฝุ่นพิษก็มีบางคนที่เข้าใจผิด อย่างเช่นเชียงใหม่ ไปตอนนี้ก็เที่ยวไม่ได้ ตนนั้นเข้าใจ เพราะตอนนี้ต้องแก้ไขเรื่องฝุ่น ก็มีคณะที่ต้องแก้ และให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันวิกฤต ไม่ใช่แค่เรื่องท่องเที่ยวอย่างเดียว เพราะคนที่อยู่ในพื้นที่ก็ต้องมีคุณภาพชีวิตดี มีอากาศที่สะอาด แต่ในขณะเดียวกันเรื่องการท่องเที่ยวมีจุดอื่นๆ ที่เราจะสามารถจะทำเป็นปฏิทินได้ทั้งปี เพราะฉะนั้นที่ตนจะพูด คือพูดเรื่องการท่องเที่ยว แต่คนยกประเด็นฝุ่น ซึ่งเป็น 2 เรื่องที่ต้องทำประสานกันไปในแต่ละมุมที่ต่างมิติกัน
"ไม่ได้พูดเลยว่าฝุ่นไม่เกี่ยวนะ อยู่ไปเถอะ ไม่ใช่เลย ฝุ่นไม่ใช่เฉพาะแค่ที่เชียงใหม่ กรุงเทพก็มี ต่างจังหวัดก็มี ก็ต้องไปแก้ปัญหาต้นทาง ซึ่งก็จะมีหน่วยงาน มีกระทรวงที่ดูแล เพราะเราพูดกันคนละเรื่อง มิติเรื่องท่องเที่ยวก็เป็นมิติหนึ่ง เราก็ต้องพยายามทำ เพราะการท่องเที่ยวเป็นแหล่งที่ทำให้เกิดรายได้ ก็ฝากละกัน ช่วยอธิบายให้เข้าใจว่าไม่ใช่พูดว่าไม่สำคัญ เรื่องฝุ่นสำคัญค่ะ สำคัญมาก และต้องแก้ไข แต่ตอนที่แต๋มพูดเรื่องท่องเที่ยว" นางศุภจี กล่าว
เมื่อถามว่าเสียกำลังใจหรือไม่หลังคนเข้าใจสิ่งที่สื่อสารผิด นางศุภจี กล่าวว่า ไม่เลย เพราะในความเป็นจริงแล้วเรื่องของการฟัง หากฟังสั้น ๆ ก็จะได้เนื้อหาไปอย่างหนึ่ง แต่หากฟังตั้งแต่ต้นจนจบก็คงจะเข้าใจ ซึ่งคนสมัยนี้อาจจะไม่ได้ฟังเยอะ อาจจะฟังน้อย เราก็มีหน้าที่อธิบาย มีหน้าที่ทำงาน
แจง หลังทาบ “วีระพงษ์” รับดีล รองหัวหน้า ปชป. จริงนั่งที่ปรึกษา หวังต่อยอดเจรจา FTA ไทย–EU ให้แล้วเสร็จ มิ.ย.นี้ ยัน คัดคนจากความสามารถ ไม่ยึดพรรค พร้อมดึงทีมเศรษฐกิจ-การค้าร่วมงานโดยไม่ใช้งบฯ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีการทาบทามนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเป็นคณะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี ว่า เนื่องจากเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งเคยเป็นตัวแทนการค้าที่ช่วยประเทศไทยเจรจาการค้า EU ตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งยังทำไม่แล้วเสร็จ และยังอยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA)
นางศุภจี ย้ำว่า ตนเห็นถึงผลงานและความสามารถ จึงทาบทามมา ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนก็ไม่เป็นไร เพราะตนเองเคยพูดแล้ว และอยากทำให้เห็น หากทำแล้วเกิดประโยชน์ เราก็ไม่ต้องมาเริ่มเตรียมงานกันใหม่ เมื่อทำมาแล้วก็ต่อให้จบ โดยในเดือนมิถุนายนนี้ จะมีการเจรจากับ EU เป็นรอบที่ 9 และอยากจะให้การเจรจาในรอบนี้จบ และสะเด็ดน้ำ เพราะเราไม่มีเวลาเริ่มใหม่ ซึ่งต้องชื่นชมท่านที่ยินดีมาช่วย แต่ในขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการ เนื่องจากตนเองยังไม่เป็นรองนายกรัฐมนตรีสมบูรณ์แบบ เพราะรัฐบาลเพิ่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไป โดยท่านก็ยินดี
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ แต่ในขณะนี้เราได้เริ่มทำงานกันไปแล้ว และเราก็ไม่ได้แยกว่าจะต้องเป็นคนของพรรคไหน ซึ่งพรรคไหนก็ไม่สำคัญ เป็นจังหวะที่เราต้องเร่งทำงาน เพราะประเทศเรากำลังเจอวิกฤต พร้อมนำสิ่งดีๆ มาต่อยอด
นางศุภจี กล่าวต่ออีกว่า ตนเองยังได้ทาบทามบุคคลที่มีความสามารถอีกหลายคนมาช่วยงาน ซึ่งที่สำคัญที่สุดคือตำแหน่งนี้ไม่มีค่าตอบแทน ทุกคนที่มามาช่วยตนนั้นมีความตั้งใจ ซึ่งหลายคนเป็นบุคคลที่ที่มีคุณูปการ เป็นคนที่มีประสบการณ์ มีความสามารถ ดังนั้นตนจึงอยากชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจ เนื่องจากมีหลายคนมองว่าตนใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่งทุกคนมาช่วยตน และบุคคลที่มาเป็นที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรีมีความสามารถเกือบทุกด้าน ซึ่งวิกฤติในวันนี้มีหลายมิติ ทั้งการค้า ความมั่นคง ภูมิรัฐศาสตร์ ที่มีความเกี่ยวพันกันไปหมด จึงต้องมีคนที่มีความรู้จากหลากหลายมาช่วยกัน
เมื่อถามว่าในการทาบทามบุคคลมาร่วมงาน ได้ใช้คอนเน็คชั่นส์ส่วนตัวของนางศุภจีใช่หรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า เป็นเรื่องของความตั้งใจที่หลายท่านอยากจะเข้ามาช่วย คงไม่ใช่เพราะตน
สำหรับคณะผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจและการค้า ที่ได้รับการทาบทามเป็นคณะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ได้แก่
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ เลขานุการบริษัทและกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
ดร. ปิติ ศรีแสงนาม Executive Director, ASEAN Foundation, Jakarta
ณัฐ เหลืองนฤมิตรชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ดร.ยรรยง ไทยเจริญ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) และอดีตผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย
ผศ.ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตรชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร บริษัท หลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
ภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
อนันต์ ลาภสุขสถิต ประธานสถาบัน เค อะโกรอินโนเวท ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกษตร เกษตรแปรรูป
รวมถึงนงนุช เพ็ชรรัตน์ อดีตเอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐออสเตรียและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี, ชุตินทร คงศักดิ์ อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี และวีระพงษ์ ประภา อดีตตัวแทนการค้าไทย ประจำสหภาพยุโรป ซึ่งได้รับการทาบทามจากรองนายกรัฐมนตรี ให้เป็นคณะตัวแทนการค้าไทย (Thailand Trade Representatives, TTR)