"กรณ์" เผย "ประชาธิปัตย์" ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ค้าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ไม่เข้าเงื่อนไขเร่งด่วน-หลีกเลี่ยงไม่ได้
"กรณ์" เผย "ประชาธิปัตย์" ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ค้าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ไม่เข้าเงื่อนไขเร่งด่วน-หลีกเลี่ยงไม่ได้
วันที่ 5 พ.ค. 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า #ประชาธิปัตย์ มีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ร้องเรียนการออก พรก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาทว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ
โดยปกติรัฐบาลสามารถขาดดุลได้ตามกฎหมาย ปีนี้ก็ใช้เงินเกินกว่ารายได้ไปกว่า 700,000 ล้าน ปี 2570 ก็ตั้งใจจะขาดดุลอีกเกือบ 800,000 ล้าน
รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้รัฐบาลสามารถกู้เพิ่มจากเพดานเงินกู้งบประมาณเพียงในกรณีที่ต้องใช้เงินเร่งด่วน “เพื่อรักษาความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจ” และเป็นกรณีที่ “จำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้” เท่านั้น!
กรณีในอดีตที่มีการออก พรก. คือ ต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ และโควิด ซึ่งในทั้งสามกรณีนั่นเศรษฐกิจวิกฤติระดับ GDP ติดลบ หากไม่ออก พรก.จะส่งผลต่อความมั่นคงโดยรวม
วันนี้ไม่ใช่ ปัญหาพลังงาน เพิ่มภาระให้กับประชาชนจริง แต่การแก้ที่ถูกต้องไม่ได้แก้ด้วยการกู้เงินมาอัดฉีดในระบบ ส่วนโครงการโซลาร์ที่รัฐบาลจะใช้เงิน พรก.ก็เป็นลักษณะโครงการที่ควรใช้เงินงบประมาณปกติได้
รัฐบาลควรเร่งออก พรบ.โอนงบประมาณ ซึ่งจะได้งบกลับคืนมาใช้จามที่รัฐบาลเห็นว่าเหมาะสมอีก 50,000 ล้านบาท บวกกับรัฐบาลยังมีเพดานเงินกู้ในปีงบประมาณปัจจุบันอีก 17,000 ล้านบาทที่สามารถใช้ได้ผ่านการออกงบกลางปี
และถ้ารัฐบาลจริงใจต่อการช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน รัฐบาลควรปรับลดภาษีสรรพสามิตนํ้ามัน 7 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นวิธีที่ประชาชนทุกคนจะได้ประโยชน์ ทั้งจากค่านํ้ามันที่ลดลง และจากราคาสินค้าที่ไม่ต้องปรับสูงขึ้นจากต้นทุนการผลิตและต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น
อย่าเอาทุกเหตุผลที่ประชาชนเดือดร้อนมาอ้าง เพียงเพื่อให้รัฐบาลได้ตีเช็คเปล่าโดยไม่ด่วนจริงมาใช้มือเติบเลยครับ มีทักษะในการบริหารราขการแผ่นดินแบบมีวินัยการคลังที่ยังสามารถทำได้อยู่..
ดังนั้น ไม่นับเป็นการเร่งด่วน “อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้” แน่นอน