โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม. ไฟเขียว พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน สู้ 5 วิกฤตปากท้อง เน้นเยียวยา-ปรับโครงสร้างพลังงาน

The Better

อัพเดต 05 พ.ค. เวลา 06.28 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. เวลา 06.24 น. • THE BETTER
ครม. มีมติอนุมัติออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน รับมือ “5 วิกฤต” กระทบปากท้องประชาชน “เอกนิติ” กางแผน แบ่งเค้ก 2 ส่วน ลุยเยียวยากลุ่มเปราะบางควบคู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด คาดเริ่มอัดฉีดได้ 1 มิ.ย.

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมมีมติอนุมัติออกพระราชกำหนด (พรก.) กู้ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตปากท้องของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลก โดยวิกฤตครั้งนี้มีความรุนแรง รวดเร็ว และมาเป็นระลอกต่อเนื่องกันถึง 5 ระลอก ได้แก่ วิกฤตสงคราม วิกฤตราคาพลังงาน วิกฤตต้นทุนการผลิต วิกฤตค่าครองชีพ และวิกฤตกำลังซื้อถดถอย

“รัฐบาลได้ปรับลดวงเงินกู้จากเดิมที่กระแสข่าวระบุไว้ 5 แสนล้านบาท เหลือเพียง 4 แสนล้านบาท เพื่อรักษาวินัยการคลังและนำข้อกังวลของทุกภาคส่วนมาพิจารณา โดยเน้นย้ำว่าการกู้ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงการเยียวยา แต่เป็นการสร้างโอกาสในการปรับตัวของประเทศเพื่อความยั่งยืนในอนาคต”นายเอกนิติ กล่าว

โดยวงเงินกู้ดังกล่าวจะแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนละ 200,000 ล้านบาท โดยส่วนแรกจะใช้เพื่อ การเยียวยาและบรรเทาผลกระทบ ต่อประชาชนและผู้ประกอบการกลุ่มเปราะบางโดยตรง ส่วนที่สองจะใช้เพื่อ การเปลี่ยนผ่าน (Transition) ไปสู่การใช้พลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด เพื่อลดความเปราะบางจากการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชนในระยะยาวและป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตซ้ำรอยเดิม

สำหรับเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วนในการออกเป็น พ.ร.ก. แทนการใช้งบประมาณปกตินั้น นายเอกนิติ ชี้แจงว่าเนื่องจากงบประมาณปี 2569 มีวงเงินคงเหลือไม่เพียงพอ โดยรวบรวมได้จริงไม่เกิน 50,000 ล้านบาท ขณะที่งบกลางเหลือเพียง 20,000 ล้านบาทเศษ ซึ่งต้องสำรองไว้สำหรับเหตุฉุกเฉินอื่นด้วย ส่วนงบประมาณปี 2570 ต้องรออีกกว่า 5 เดือน จึงไม่ทันต่อสถานการณ์วิกฤตที่อาจลุกลามจนเกิดภาวะ Stagflation หรือวิกฤตเงินเฟ้อซ้อนวิกฤตกำลังซื้อได้จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตัดสินใจ

นายเอกนิติ ยืนยันว่า การกู้เงินครั้งนี้จะ กู้ภายในประเทศทั้งหมด เพื่อให้เห็นถึงวินัยการคลัง โดยวงเงินเท่านี้มีสภาพคล่องในระบบธนาคารมีสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท และอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ไม่มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนการกู้เงินถูก ทั้งนี้ กระทรวงการคลังประเมินว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะจะยังคงอยู่ที่ต่ำกว่า 70% ของ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้เพดานหนี้ที่กำหนดไว้

ด้านขั้นตอนการดำเนินงาน จะเสนอ พ.ร.ก.เข้าสู่สภาได้ในวันที่ 14 พ.ค. นี้ พร้อมจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน

เมื่อถามว่าโครงการอย่าง "คนละครึ่งพลัส" หรือบัตรสวัสดิการต่างๆ สามารถเสนอขอใช้งบประมาณจากส่วนนี้ได้ แต่รัฐบาลจะพิจารณาจากแหล่งงบประมาณอื่นด้วยโดยรัฐบาลตั้งเป้าเริ่มดำเนินโครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ในวันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...