ฮอนด้า รับอยู่ในเฟสเรียนรู้ EV หวังไฮบริดทวงคืนยอด 1.15 แสนคัน ปี’73
ฮอนด้า ชี้ไทยมีโอกาสผลิตรถยนต์ไฟฟ้า หลังบริษัทแม่ยุติแผนผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่นในอเมริกา ยันไม่ส่งผลต่อแผนการตลาด ผลิต-ขายในประเทศอื่น ย้ำไทยอยู่ระหว่างกลางของแผน EV ระบุชัดหากตลาดมีความต้องการในปริมาณเพียงพอ โรงงานไทยยังมีโอกาสประกอบรถยนต์อีวี หลังเปิดตัว e:N2 ทำตลาด เล็งส่งอีวีไซซ์เล็กเสริมทัพอีกรุ่น
นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ Honda e:N2 พร้อมประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในงานมอเตอร์โชว์ 2026 ที่ผ่านมา บริษัทยืนยันว่าในปีนี้จะมีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อทำตลาดอีกหนึ่งรุ่น คือ รุ่นที่นำเข้ามาโชว์เป็นคอนเซ็ปต์คาร์ อย่าง Honda Super EV Concept ซึ่งจะเป็นการนำเข้าจากญี่ปุ่นมาจำหน่าย
ส่วนกรณีที่บริษัทแม่ได้รายงานชี้แจงสถานการณ์ทางการเงิน ภายหลังการประกาศบันทึกค่าใช้จ่ายจากการยกเลิกโครงการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (EV) สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา รวมทั้งได้มีการประกาศยกเลิกการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่นหลักในสหรัฐนั้น ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าในตระกูล Honda Zero ถือเป็นโมเดลที่มีขนาดใหญ่ พัฒนามาเฉพาะตลาดนั้น ๆ เมื่อบริษัทยกเลิกแผนการผลิตและจัดจำหน่าย
ในทางบัญชีนั้น จำเป็นจะต้องประกาศบันทึกด้อยค่าทรัพย์สินและค่าใช้จ่ายด้านการพัฒนาทั้งหมดภายในปีงบประมาณปัจจุบัน (2568) และแน่นอนว่าฮอนด้ามีการลงทุนในการพัฒนาทั้ง 3 โมเดลไปค่อนข้างมาก แต่ไม่มีการจำหน่ายรถออกมาส่งผลให้บริษัทขาดทุน
และบริษัทแม่ได้ระบุว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นไปแล้ว และไม่ได้กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินอย่างแน่นอน
“รถอีวีที่ฮอนด้ายกเลิกไปมีเพียง 3 รุ่นเท่านั้น ที่เราไม่ผลิตและไม่ทำตลาด ซึ่งหลัก ๆ อยู่ในอเมริกา แต่สำหรับแผนงานของฮอนด้านั้น เรายังเดินหน้าพัฒนารถยนต์อีวีอีกกว่า 20 รุ่น และฮอนด้ายังคงเดินหน้าพัฒนารถอีวีในประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง”
สำหรับประเทศไทยเองนั้น นายอิวานามิยืนยันว่า มีความเป็นไปได้อนาคตหากไทยจะเป็นฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้า หากมีจำนวนความต้องการและตลาดที่เหมาะสม อย่างล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่สองที่นำเข้าจากจีนมาทำตลาดอย่าง Honda e:N2 ด้วยราคา 1,420,000 บาท และปีนี้อาจจะมีเข้ามาเสริมทัพอีก 1 รุ่น เพื่อพยายามสร้างตลาดและการรับรู้ของลูกค้าชาวไทยว่า ฮอนด้ามีรถอีวีทำตลาด
และอย่างไรก็ตาม ฮอนด้าจะพยายามเดินหน้าผลิตรถยนต์ที่เป็นเครื่องยนต์ไฮบริด หรือ e:HEV สำหรับรถยนต์รุ่นเล็กมาทดแทน โดยเฉพาะการนำเสนอสินค้าโมเดลใหม่ ๆ จากเครื่องยนต์ไฮบริดออกสู่ตลาดมากขึ้น
สำหรับประเทศไทยนั้น บริษัทยืนยันว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีข้างต้น โดยรถยนต์ที่บริษัทจำหน่ายในปัจจุบันก็เป็นรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ไฮบริดได้ครบทุกรุ่น ส่วนอนาคตบริษัทมีแผนที่จะลงทุนเพิ่มเติมเพื่อพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ โมเดลใหม่ หรือแม้แต่เซ็กเมนต์ใหม่ออกสู่ตลาดประเทศไทย
และฮอนด้าตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2030 หรือปี 2573 ฮอนด้าจะมียอดขายรถยนต์ในประเทศไทย กลับไปที่ระดับ 115,000 คัน ส่วนปีนี้คาดว่าทั้งปีจะมียอดขายที่ 76,000 คัน
โดยรถยนต์ไฮบริดจะเป็นโมเดลหลักในการทำตลาดจากนี้ เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้า ฮอนด้ามองว่ายังต้องใช้ระยะเวลาในการแข่งขัน โดยเฉพาะปัญหาด้าน “ราคา” ที่ไม่สามารถสู้ได้กับค่ายรถยนต์จีน อีกทั้งระบบอินฟราสตรักเจอร์ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ หากเร่งเกินไปอาจจะไม่เกิดความสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม ฮอนด้ายังอยู่ในระหว่างของเฟสแห่งการเรียนรู้การตลาดจากคู่แข่ง เอาจุดแข็งของแบรนด์จีนมามสะท้อนและพัฒนา เพื่อให้ฮอนด้าสามารถแข่งขันได้ในอนาคต
“เรายอมรับว่าราคาของ Honda e:N2 ที่เปิดตัวไป ยังแข่งขันได้ไม่ดีนั้นเมื่อเทียบกับตัวเลือกและคู่แข่งในตลาด อาจจะไม่ได้สร้างยอดขายให้เราเป็นกอบเป็นกำ แต่อย่างไรก็ตาม ฮอนด้าอยากให้ลูกค้ามาสัมผัสกับประสบการณ์และฟีลลิ่งการขับขี่ในแบบฉบับของฮอนด้า เพราะรถของเรามีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฮอนด้า รับอยู่ในเฟสเรียนรู้ EV หวังไฮบริดทวงคืนยอด 1.15 แสนคัน ปี’73
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net