SenX ปรับพอร์ตรัน“RentNex 2026”รับมือภาวะอุปทานส่วนเกิน-ยอดโอนชะลอตัวปีที่ 4
พลิกวิกฤต Real Estate ขาลง SenX รุกโมเดล “RentNex 2026” รับเทรนด์ Generation Rent ชูแนวคิดเปลี่ยนค่าเช่าเป็นมูลค่าอนาคต แก้ Pain Point ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ปรับทิศทางจาก Developer-led สู่ Service & Platform-driven เน้นสร้างรายได้หมุนเวียนระยะยาว เปิดตัว RentNex Invest ยกระดับที่อยู่อาศัยสู่สินทรัพย์สร้างกระแสเงินสด พร้อมระบบบริหารจัดการลงทุนครบวงจร
30 มี.ค. 2569 - SenX Property Services ในเครือกลุ่มบริษัท SENA ประกาศขับเคลื่อนธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์สู่ New S-Curve ผ่านการเปิดตัวโมเดลธุรกิจใหม่“RentNex 2026” เพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เผชิญความท้าทายในเชิงระบบ โดยมุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ในหมวด Tenancy Management เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ให้แก่ผู้เช่า นักลงทุน และตัวแทนขาย (Agent)
‘Generation Rent’ จุดเปลี่ยนสำคัญอสังหาฯเมื่อการเป็นเจ้าของไม่ใช่คำตอบเดียว
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นเอกซ์ (SenX) วิเคราะห์สถาพตลาดปัจจุบันว่า “ปัจจุบันตลาดอสังหาฯ เผชิญความท้าทายต่อเนื่อง ทั้งจำนวนยูนิตเปิดใหม่ ยอดขาย และการโอนกรรมสิทธิ์ที่ชะลอตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่กลุ่ม Generation Rent ที่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น… วันนี้ ‘การเป็นเจ้าของ’ ไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป”
การเปิดตัว RentNex จึงเป็นการปรับมุมมองเชิงเศรษฐศาสตร์จากเดิมที่มองว่า“ค่าเช่าคือค่าใช้จ่าย” ให้กลายเป็น “ค่าเช่าคือมูลค่าในอนาคต” ผ่านโครงสร้างผลิตภัณฑ์ที่แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ Rentnex, Rentnex Invest และ Rentnex Biglot เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของกลไกตลาดในปัจจุบัน
"แก้ Pain Point นักลงทุนรายย่อยปั้นคอนโดสู่ Asset สร้างกระแสเงินสดด้วยระบบ Buy-to-let"
ในภาคการลงทุน SenX ได้เปิดตัว RentNex Invest Model ซึ่งเป็นรูปแบบการลงทุนที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Buy-to-let เพื่อแก้ปัญหาอุปสรรคสำคัญของนักลงทุนรายย่อย (Pain Points) อาทิ ภาระเงินลงทุนเริ่มต้นที่สูง ความไม่แน่นอนของกระแสเงินสด (Cash Flow) ความเสี่ยงจากการจัดหาผู้เช่า และผลตอบแทนที่ไม่สอดคล้องกับศักยภาพของทรัพย์สิน
โมเดลดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับคอนโดมิเนียมเพื่อการอยู่อาศัยให้กลายเป็น“Asset ที่สร้างกระแสเงินสด” โดยมีระบบบริหารจัดการรองรับอย่างเต็มรูปแบบ ช่วยลดภาระการบริหารจัดการเองของนักลงทุน และเพิ่มความชัดเจนในด้านรายได้ต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการขยับโมเดลธุรกิจจากการพึ่งพาการพัฒนาโครงการเพื่อขาย (Developer-led) ไปสู่รูปแบบการขับเคลื่อนด้วยบริการและแพลตฟอร์ม (Service & Platform-driven model) ที่เน้นประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินสูงสุด
"ยกระดับ Agent สู่ที่ปรึกษาการลงทุน: หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนกลไกเช่าซื้อยุคใหม่"
นอกจากการปรับปรุงโมเดลฝั่งผู้บริโภค SenX ยังได้ปรับโครงสร้างผลตอบแทนและสิทธิประโยชน์ (Agent Program) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์จากการขายห้องชุดเพียงอย่างเดียว ไปสู่การนำเสนอ “โซลูชัน” การอยู่อาศัยและการลงทุนที่สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ
“RentNex ไม่ใช่แค่โปรดักต์ แต่คือโครงสร้างใหม่ของตลาดอสังหาฯ เราต้องการสร้าง ecosystem ที่ทำให้คนอยู่ เข้าถึงที่อยู่อาศัยได้จริง นักลงทุน ลงทุนได้อย่างมั่นใจ และ Agent เติบโตไปพร้อมกัน”
การดำเนินงานในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ SenX ในฐานะผู้ให้บริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร (Property Management, Brokerage และ Tenancy Management) ที่มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยอย่างยืดหยุ่น และสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ยั่งยืนในยุคที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ต้องการความชัดเจนในการตัดสินใจมากกว่าที่ผ่านมา