“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดร่วง กังวลสงครามตะวันออกกลางลุกลาม หลังฮูตีโจมตีอิสราเอล
"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดปรับตัวลดลง หลังสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยกระดับ เมื่อกลุ่มฮูตีในเยเมนยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น นักลงทุนแห่ลดความเสี่ยง
วันที่ 30 มีนาคม 2569 ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดปรับตัวลดลงในวันนี้ (30 มี.ค.) ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนว่าสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางซึ่งยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 อาจลุกลามและขยายวงกว้างมากขึ้น หลังจากกลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมน ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งขึ้น และกดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลดลงในช่วงเช้า สะท้อนความกังวลของตลาดการเงินต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น
*ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่น เปิดที่ระดับ 52,054.68 จุด ลดลง 1,318.39 จุด หรือ -2.47% ขณะที่ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกง เปิดที่ระดับ 24,532.85 จุด ลดลง 419.03 จุด หรือ -1.68% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีน เปิดที่ระดับ 3,884.28 จุด ลดลง 29.44 จุด หรือ -0.75% สะท้อนแรงขายในตลาดหุ้นเอเชียที่เกิดขึ้นในหลายประเทศพร้อมกัน*
ในส่วนของ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ดัชนี KOSPI ปรับตัวลดลงอย่างหนักกว่า 5% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงที่รุนแรงที่สุดในภูมิภาค ขณะที่ ดัชนี S&P/ASX 200 ของตลาดหุ้นออสเตรเลีย ปรับตัวลดลง 1.46% เนื่องจากนักลงทุนลดความเสี่ยงและโยกเงินไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำและดอลลาร์สหรัฐ หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดมาจากเหตุการณ์ที่กองกำลังติดอาวุธฮูตีในเยเมนยิงขีปนาวุธหลายลูกโจมตี “เป้าหมายทางทหารที่สำคัญ” ทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 มี.ค.) ซึ่งถือเป็นการโจมตีครั้งแรกของกลุ่มฮูตีนับตั้งแต่ที่อิสราเอลและสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลว่าสงครามอาจขยายจากอิหร่านไปสู่ประเทศอื่นในภูมิภาค
ยาห์ยา ซาเรีย โฆษกของกองกำลังฮูตี ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแทรกแซงทางทหารโดยตรง เพื่อสนับสนุนอิหร่านและแนวร่วมในเลบานอน อิรัก และปาเลสไตน์ พร้อมยืนยันว่ากลุ่มฮูตีจะยังคงดำเนินการทางทหารต่อไป โดยระบุว่าการโจมตีอิสราเอลเป็น “สิทธิอันชอบธรรม” ในการตอบโต้สิ่งที่เรียกว่า การรุกรานของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านและภูมิภาคตะวันออกกลาง
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังมีลักษณะเป็น “สงครามหลายแนวรบ” มากขึ้น ไม่ใช่เพียงความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านเท่านั้น แต่เริ่มมีพันธมิตรและกลุ่มติดอาวุธในหลายประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านพลังงานโลก เนื่องจากภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญของโลก และเส้นทางขนส่งน้ำมันจำนวนมากต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
นักลงทุนจึงจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากความขัดแย้งขยายตัวหรือกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมัน อาจทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอีก และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก เงินเฟ้อ และตลาดการเงินในวงกว้างในระยะต่อไป
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง