โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทะเลแดง-ช่องแคบบับเอลมันเดบ เป้าหมายถัดไปจากฮอร์มุซ? ทำไมโลกต้องกังวลฮูตีเข้าร่วมสงครามอิหร่าน

THE STANDARD

อัพเดต 29 มี.ค. เวลา 03.45 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. เวลา 03.45 น. • thestandard.co
ทะเลแดง-ช่องแคบบับเอลมันเดบ เป้าหมายถัดไปจากฮอร์มุซ? ทำไมโลกต้องกังวลฮูตีเข้าร่วมสงครามอิหร่าน

กลุ่มฮูตีเข้าร่วมสงครามสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล-อิหร่านอย่างเต็มตัว หลังเปิดฉากยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล พร้อมย้ำว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อไปจนกว่าการรุกรานจะยุติลง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การขยายตัวของสงครามอาจสร้างผลกระทบขนาดใหญ่ต่อการเดินเรือและราคาน้ำมันโลก โดยเฉพาะในทะเลแดงและช่องแคบบับอัลมันเดบ

ประเด็นสำคัญ

  • กองกำลังฮูตีเข้าร่วมสงครามได้อย่างไร
  • กลุ่มฮูตีคือใคร ทำไมโลกต้องกังวลการเข้าร่วมสงคราม
  • ฮูตีเข้าร่วมสงคราม ตลาดน้ำมันโลกเสี่ยงผันผวนมากขึ้น

กองกำลังฮูตีเข้าร่วมสงครามได้อย่างไร

เมื่อวานนี้ (28 มีนาคม) ยาห์ยา ซารี โฆษกฝ่ายทหารของกลุ่มฮูตี ออกแถลงการณ์ว่า กองกำลังพร้อม ‘แทรกแซงทางทหารโดยตรง’ หากมีประเทศอื่นเข้าร่วมโจมตีร่วมกับสหรัฐฯ–อิสราเอล หรือมีการใช้ทะเลแดงเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา กลุ่มยืนยันว่าได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลจำนวนหนึ่งไปยังเป้าหมายทางทหารของอิสราเอล และจะดำเนินการโจมตีต่อไปจนกว่าการรุกรานของฝ่ายตรงข้ามจะยุติลง โดยสื่อถึงการยกระดับปฏิบัติการของอิสราเอลต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

นอกจากนี้ กองกำลังฮูตียังโจมตีอิสราเอลเป็นครั้งที่สองภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ขณะที่อิสราเอลระบุว่าสามารถยิงสกัดขีปนาวุธจากเยเมนได้ 2 ลูก

กลุ่มฮูตีคือใคร ทำไมโลกต้องกังวลการเข้าร่วมสงคราม

ฮูตีเป็นกลุ่มการเมืองและการทหารของเยเมน ก่อตัวขึ้นในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศช่วงต้นทศวรรษ 2000 โดยตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้งคือ ฮุสเซน อัล-ฮูตี และมีรากฐานจากนิกายไซดียะห์ในศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์

ในช่วงแรก กลุ่มวางตัวเป็นขบวนการภาคประชาชนที่ต่อต้านการทุจริตและอิทธิพลจากต่างชาติ ก่อนจะเติบโตอย่างรวดเร็วจากสงครามกลางเมืองเยเมนในปี 2014 โดยเผชิญหน้ากับรัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

กลุ่มฮูตีเป็นพันธมิตรของอิหร่าน และนิยามตนเองว่าเป็นส่วนหนึ่งของ ‘แกนแห่งการต่อต้าน’ (Axis of Resistance) เช่นเดียวกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน และกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา

รายงานของ The Wall Street Journal วิเคราะห์ว่า การยิงขีปนาวุธครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของฮูตี จากบทบาทผู้เล่นในระดับท้องถิ่นสู่การเป็นตัวแสดงสำคัญในภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง ซึ่งอาจมีบทบาทในการขยายวงสงครามและเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก

ต้องอธิบายก่อนว่า ฮูตีควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนเหนือของเยเมน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น และอยู่ใกล้กับช่องแคบบับอัลมันเดบ บริเวณตอนใต้ของทะเลแดง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเส้นทางขนส่งพลังงานและการค้าระหว่างประเทศ

นั่นหมายความว่า หากสงครามลุกลามยิ่งขึ้น ทะเลแดงและช่องแคบบับอัลมันเดบอาจกลายเป็นเป้าหมายถัดไปจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมผลกระทบทางเศรษฐกิจและจุดชนวนความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียกับเยเมนอีกครั้ง เหมือนในช่วง 7 ปีก่อน

ฟาเรอา อัล-มุสลิมี นักวิจัยจากสถาบัน Chatham House ให้สัมภาษณ์กับ The Guardian ว่า การเข้าร่วมของฮูตีถือเป็นการยกระดับสถานการณ์ที่น่ากังวล โดยเฉพาะผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ในทะเลแดงและช่องแคบบับอัลมันเดบ รวมถึงความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจและการทหารในภูมิภาคอ่าวอาหรับ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ให้ความเห็นกับ The Wall Street Journal ว่า การโจมตีครั้งนี้สะท้อน ‘การเดินเกมอย่างระมัดระวัง’ เพราะแม้ฮูตีจะถูกอิหร่านกดดันให้ยกระดับสถานการณ์ แต่ก็พยายามหลีกเลี่ยงการยั่วยุให้สหรัฐฯ และอิสราเอลตอบโต้ในวงกว้าง โดยการยิงขีปนาวุธเพียงลูกเดียวถูกมองว่าเป็นการกระทำเชิงสัญลักษณ์ เพื่อย้ำภาพลักษณ์ในฐานะผู้ปกป้องชาวปาเลสไตน์

ฮูตีเข้าร่วมสงคราม ตลาดน้ำมันโลกเสี่ยงผันผวนมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ ซาอุดีอาระเบียพยายามลดการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ โดยเปลี่ยนไปใช้เส้นทางส่งออกน้ำมันดิบผ่านท่าเรือยานบูบนชายฝั่งทะเลแดง ซึ่งเป็นจุดส่งออกหลักไปยังเอเชีย

เช่น Saudi Aramco บริษัทน้ำมันของซาอุดีอาระเบียรายใหญ่ที่สุดของโลก ก็ใช้เส้นทางดังกล่าว โดยส่งน้ำมันผ่านท่อไปยังท่าเรือยานบูแทน

The Wall Street Journal ระบุว่า หากฮูตีกลับมาโจมตีเรือในทะเลแดงอีกครั้ง ตลาดน้ำมันโลกอาจเผชิญความปั่นป่วนรุนแรงขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำมันจำนวนมากอาจหายไปจากอุปทาน และผลักดันให้ราคาสูงขึ้น

นักวิเคราะห์ชี้ว่า แม้การเปลี่ยนเส้นทางของซาอุดีอาระเบียจะไม่สามารถชดเชยปริมาณน้ำมันที่ไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ทั้งหมด แต่ก็ช่วยชะลอการปรับขึ้นของราคาน้ำมันได้บางส่วน

ทั้งนี้ นาวีน ดาส (Naveen Das) นักวิเคราะห์น้ำมันอาวุโสจาก Kpler ระบุว่า หากเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีในทะเลแดง ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเป็นสัญญาณว่า เส้นทางทางเลือกทั้งหมดกำลังถูกคุกคาม และโลกไม่มีทางออกในการขนส่งน้ำมัน

ขณะที่ เดวิด อ็อกลีย์ (David Oxley) จาก Capital Economics วิเคราะห์ว่า หากความรุนแรงกลับมาในทะเลแดง และทำให้อุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางทั้งหมดถูกกักไว้ ราคาน้ำมันดิบ Brent อาจพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 130-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 4,600-5,800 บาท) จากระดับปัจจุบันราว 100 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,200 บาท)

ปัจจุบัน UK Maritime Trade Operations เตือนว่า ระดับภัยคุกคามในทะเลแดงยังอยู่ในระดับสูง โดยระบุว่า ฮูตียังคงมีทั้งศักยภาพและเจตนาในการโจมตีเรือในภูมิภาค ขณะที่ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวจากอิสราเอลเปิดเผยกับ CNN ในช่วงต้นเดือนมีนาคมว่า กลุ่มติดอาวุธอาจเปิดฉากโจมตีต่ออิสราเอลเพิ่มเติม

ภาพ: Houthi Military Media / Reuters

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...