โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“อาเซียน” เริ่มไม่มั่นใจสหรัฐ ผลสำรวจชี้สัมพันธ์เสี่ยงแย่ลง ยุคทรัมป์ 2.0

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 เม.ย. เวลา 14.40 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. เวลา 07.40 น.

ผลสำรวจล่าสุด ชี้ความเชื่อมั่นของ "อาเซียน" ต่อสหรัฐลดลงต่อเนื่อง ทั้งด้านการค้าและความมั่นคง ขณะที่จีนกลับมาได้เปรียบในสายตาภูมิภาค ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายสหรัฐ

วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 13.06 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ผลสำรวจ “State of Southeast Asia 2026” โดย ISEAS-Yusof Ishak Institute ระบุว่า ประชาชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มมีมุมมองเชิงลบต่อ United States มากขึ้น โดย 29.5% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ จะ “แย่ลง” หรือ “แย่ลงอย่างมาก” เพิ่มขึ้นจาก 14.2% ในปี 2025

รายงานชี้ว่า ภายใต้รัฐบาล Donald Trump สมัยที่สอง (Trump 2.0) ความคาดหวังของอาเซียนต่อสหรัฐฯ มีแนวโน้ม “ระมัดระวังและไม่แน่นอนมากขึ้น” โดยความกังวลหลักมาจากนโยบายการค้า มาตรการคว่ำบาตร และแนวโน้มใช้นโยบายเศรษฐกิจแบบฝ่ายเดียว

ในด้านความมั่นคง แม้ 42.7% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ แต่ตัวเลขดังกล่าวลดลงจาก 44.9% ในปีก่อน ขณะที่ 32.3% ระบุว่า “ไม่ค่อยมั่นใจหรือไม่มั่นใจเลย” เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

Saya Kiba นักวิชาการจากญี่ปุ่น ระบุว่า แนวทางแบบ transactional หรือการต่อรองผลประโยชน์ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในประเด็นภาษี กำลังถูกมองว่าเป็น “ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์” ในสายตาอาเซียน

แม้การสำรวจจะดำเนินการระหว่างวันที่ 5 มกราคม – 20 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่าน แต่ก็พบว่าความไม่ไว้วางใจต่อสหรัฐฯ มีอยู่แล้วในวงกว้าง สะท้อนความกังวลที่สั่งสมมาตั้งแต่ยุครัฐบาลทรัมป์

ในระดับประเทศ ความกังวลดังกล่าวปรากฏชัดขึ้น โดยฟิลิปปินส์มีผู้ตอบแบบสอบถาม 21.8% ที่มองว่าความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ จะแย่ลง เพิ่มขึ้นจาก 8.3% แม้ยังพึ่งพาสหรัฐฯ ในการรับมือข้อพิพาททะเลจีนใต้ ขณะที่อินโดนีเซียมีสัดส่วนสูงถึง 35.2% เพิ่มขึ้นจาก 19.1%

Mark Manantan นักวิจัยด้านความมั่นคง ระบุว่า สหรัฐฯ ดูเหมือน “เสียสมาธิ” จากภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากหันไปให้ความสำคัญกับความขัดแย้งในภูมิภาคอื่น โดยยุทธศาสตร์ความมั่นคงสหรัฐฯ ปี 2025 ให้น้ำหนักกับซีกโลกตะวันตกมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันกับ China ในเอเชียลดระดับความสำคัญลง

ด้านTeuku Rezasyah นักวิชาการอินโดนีเซีย เตือนว่า สหรัฐฯ อาจใช้ความได้เปรียบในสัมปทานเหมืองทองแดงในปาปัว ซึ่งบริษัทอเมริกันถือสิทธิ์เกือบครึ่งหนึ่ง เป็นเครื่องมือกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์

ผลสำรวจยังสะท้อนการ“เปลี่ยนขั้ว” อย่างมีนัยสำคัญ โดย 52.0% ของผู้ตอบแบบสอบถามเลือกจีน ขณะที่ 48.0% เลือกสหรัฐฯ ซึ่งพลิกจากปี 2025 ที่สหรัฐฯ เคยเป็นฝ่ายได้เปรียบ

ทั้งนี้ ความกังวลดังกล่าวยิ่งทวีความชัดเจนขึ้น หลัง Donald Trump เรียกร้องให้พันธมิตรต้องรับผิดชอบความมั่นคงด้านพลังงานของตนเอง ท่ามกลางความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ

Julio Amador นักวิเคราะห์ ระบุว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพึ่งพามหาอำนาจในห่วงโซ่อุปทานพลังงาน

“หลายประเทศในอาเซียนรู้ดีว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ใช่เรื่องง่าย และวิกฤตฮอร์มุซย้ำให้เห็นว่า พลังงานยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของมหาอำนาจโลก” เขากล่าว

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจอาเชียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...