โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน ขออย่าตื่นตระหนกกักตุนน้ำมัน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

สภาพัฒน์ ประเมิน 3 ฉากทัศน์ หากสงครามตะวันออกกลางลากยาว 3 เดือน ดึงเงินเฟ้อพุ่ง เผยตั้งแต่เหตุปะทะเริ่มคนไทยบริโภคน้ำมันเพิ่มทะลุ 118 ล้านลิตรต่อวัน ขออย่าตื่นตระหนกรีบกักตุน ใช้ชีวิตปกติ

ช่วงเย็นของวันที่ 17 มีนาคม 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงการประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช. หรือ สภาพัฒน์) จัดทำ 3 สมมติฐานหลัก เพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย ในเรื่องความกังวลด้านราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และเสถียรภาพตลาดการเงิน

สมมติฐานที่ 1 หากเหตุการณ์คลี่คลายภายใน 1 เดือน (ประมาณกลางเดือนมีนาคม-สิ้นเดือนเมษายนนี้) จะเกิดผลกระทบจำกัด เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลง จากแรงกดดันราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ตลาดเงินตลาดทุนผันผวน และค่าเงินบาทอ่อนค่าในบางช่วง ซึ่งบางวันอ่อนค่านำภูมิภาค ทั้งนี้ คาดว่าราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีจะไม่เกิน 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนมีเหตุการณ์ คือ 58-68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่เงินเฟ้อไทยอาจเพิ่มขึ้นราว 1%

สมมติฐานที่ 2 คือ เหตุการณ์ยืดเยื้อ 3 เดือน เสี่ยง Stagflation หากความขัดแย้งรุนแรงขึ้นแต่ยังไม่ขยายวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มมากขึ้น เรืออาจจะผ่านไม่ได้ และยืดยาวเป็นเวลา 3 เดือน จะทำให้หลายประเทศเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และบางประเทศเผชิญภาวะ Stagflation ราคาน้ำมันเฉลี่ยจะอยู่ที่ 95-105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเงินเฟ้อไทยอาจพุ่งขึ้นถึง 1.9%

และสมมติฐานที่ 3 การเกิดสงครามขนาดใหญ่ แต่ยังประเมินว่าโอกาสที่เกิดขึ้นน้อย ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเงินเฟ้อมีโอกาสทะลุกรอบเป้าหมาย 3%

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันจะมีผลต่อ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก คือ 1. ภาคเกษตร 2. ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และ 3.ภาคขนส่ง

เลขาฯ สภาพัฒน์ กล่าวอีกว่า ปกติการใช้น้ำมันเบนซินในประเทศอยู่วันละ 34 ล้านลิตร ตั้งแต่เริ่มมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานอิหร่าน วันที่ 1 มีนาคม 2569 การบริโภคน้ำมันเบนซินในประเทศยังอยู่ที่ 28.97 ล้านลิตร พอมีข่าวโจมตีโรงกลั่น ตัวเลขการบริโภคน้ำมันในกลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้นเป็น 50.77 ล้านลิตร และในดีเซลหมุนเร็วเป็น 61 ล้านลิตร วันที่ 2 มีนาคม 2569 มีปริมาณการบริโภค 98 ล้านลิตร และวันที่ 4 มีนาคม 2569 ปริมาณการบริโภคขยับขึ้นมา น้ำมันดีเซลใช้ 118 ล้านลิตร ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นเพราะประชาชนหวั่นเกรงว่าน้ำมันอาจจะขาดแคลน

“ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงพลังงานออกตัวเลขทุกวันว่าสามารถใช้ได้กี่วัน ถึงจะไม่มีน้ำมันเข้ามาเพิ่มเติม ปริมาณน้ำมันที่ใช้ในไทยยังเพียงพอ”

ทางด้าน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวอีกว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้น้ำมันในสถานีต่างๆ ไม่พอ ยืนยันว่าการขนส่งน้ำมันไม่ใช่จะเอารถอะไรก็ได้มาขน ต้องเป็นรถเฉพาะ ซึ่งวันจันทร์ที่ผ่านมาการขนส่งน้ำมันสามารถส่งได้ตลอดวัน ทำให้เติมน้ำมันจากคลังมาสถานีบริการได้มากขึ้น ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำมันในไทยเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกรีบไปเติม และขอย้ำว่าการปรับราคาน้ำมัน กระทรวงพลังงานไม่เคยปรับแบบก้าวกระโดด อาจทิ้งช่วงเวลาแล้วแต่สถานการณ์ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรีบไปกักตุน ขอให้ทุกท่านใช้ชีวิตปกติ.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน ขออย่าตื่นตระหนกกักตุนน้ำมัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...